เรื่อง: อนุโมทนา...กับท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ครับ
หลังจากผมฟังเสียงบรรยายของ ท่านอาจารย์ ดร.สนอง เรื่อง"การใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า"
ต่อเนื่องกัน 90 กว่านาที (โดย Download File *.wma จาก web กัลยาณธรรม)
...ผมรู้สึก ดีใจ...ประทับใจ...และเกิดปีติ อย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ว่า...เป็นบุญของเราจริงหนอ ที่ได้เกิดมาทันและพบเจอ กัลยาณมิตร อย่างท่านอาจารย์ ที่มีความรู้ ความสามารถเป็นเยี่ยม และโชคดีด้วยที่อยู่ในยุคที่สื่อสมัยใหม่(เช่น CD, Internet) สามารถเก็บเสียงธรรมะดีๆ อย่างนี้ ให้ฟังได้ อย่างสะดวก...ง่ายต่อการเผยแพร่...ให้แพร่หลายได้อย่างรวดเร็ว..เช่น การ Download จาก internet เป็น ต้น
จากการฟังดังกล่าว ทำให้ผมสงสัยว่า ท่าน..อาจารย์ได้ปราถนาพุทธภูมิ คือเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่ ? เนื่อง จากที่ได้ฟังจาก CD ในหลายๆ file และ จากการอ่านหนังสือตามรอยพ่อ...ดูเหมือนว่า ท่านจะยังเป็นห่วงเพื่อนเก่าๆ ในภพชาติก่อนๆอยู่...เลยต้องออกมาช่วยให้เขาเหล่านั้นอยู่ในทางสายเอกให้ได้ ไม่ให้ตกไปสู่ ภพภูมิที่เป็นอบายภูมิอีก....
แต่ที่ผมสังเกตฟัง จากเรื่องทางสายเอก และ เรื่อง"การใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า" ซึ่งมี 3 ตอนนั้น เมื่อฟังและ วิเคราะห์แล้ว ผมคิดว่า ท่านอาจารย์น่าจะได้ มรรคญาณ-ผลญาณ (ผ่านญาณ16) แล้ว 1 รอบ เป็นโสดาปัตติ ผลบุคคลแล้ว....คือตอนที่ท่านอาจารย์ได้เล่าเรื่องว่า ไม่กลัวผีที่มาบีบคอในวัดร้างแห่งนั้น.. ซี่งสภาวจิตขณะ นั้นคือ ไม่กลัวตายอีกแล้ว ยอมทนให้มันบีบไปจนถึง วิกฤติและผ่านตรงนั้นไปได้......ซึ่งดูจากสภาวธรรมที่ได้ ยินมาแล้วข้างต้น ผมเชื่อว่า ท่านน่าจะสำเร็จเป็นพระอริยะบุคคลชั้นต้นแล้ว คืออย่างน้อยน่าจะเป็นโสดาบัน บุคคล (เกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ) ......ดังนั้น ท่านก็คงจะปราถนาพุทธภูมิไม่ได้...เพราะใน 7 ชาติข้างหน้านี้ ก็ต้อง บรรลุเป็นอรหัตตบุคคลอย่างแน่นอน
ผม-JIROJ-อยากรบกวนให้คุณหมออัจฉรา ช่วยกราบเรียนถามท่านอาจารย์ในจุดนี้ด้วยจะได้ไหมครับ ? ผมศรัทธาและชื่นชม ในความเก่งของท่านอาจารย์เป็นอย่างมาก ทั้งความรู้-ความสามารถในทางโลก และ ทางธรรม....
รวมถึงวิธีการบรรยายธรรมะ....ให้เข้ากับคนในยุคสมัยนี้ คือ สอนเป็นแบบ Modern ให้ผู้ฟังเป็นศูนย์กลาง... โยงเรื่องธรรมะ เข้ามาผูกกับเรื่องในชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียว ไม่เหมือนกับการเทศน์ของพระในวัดต่างๆ ซึ่งยังเป็นการสอน แบบ Classic หรือ Conservative อยู่ ซึ่งทำให้คนที่ฟังเบื่อ และไม่สนุก
การเล่าเรื่องของท่านอาจารย์ผมว่า เป็นการเล่าผ่านประสบการณ์ตรงของท่านอาจารย์เอง เป็นประสบการณ์ ตรงที่อาจารย์ได้สัมผัส ญาณ และ อภิญญา (ความรู้ยิ่ง) ซึ่งหาได้ยากในหมู่ฆราวาสด้วยกัน...แม้แต่พระเองก็ ยังไม่ได้ถึงขนาดนี้...น้อยรายมากๆ ถึงพระบางรูปได้ ก็ไม่มีสิทธิ์ ที่จะพูดแบบนี้ได้ เนื่องจากจะผิดศีล 227 (ในข้อปราชิกได้)
ผมเห็นว่า - CD ต่างๆ File ต่างๆที่เก็บรวบรวมการบรรยาย ไว้นั้นเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ และ การสอนของ ท่าน รวมถึงปฏิปทาการใช้ชีวิต ของท่านเป็นแบบอย่างที่ดีมาก สำหรับ เยาวชน คนทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุ ที่ จะใช้เป็นแผนที่ชีวิต เป็นการได้ประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับชีวิต และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ในวัยของคนทั้งหลาย ซึ่งไม่ว่า จะเป็นเรื่อง ศีลธรรม จริยธรรมพื้นฐานก็ดี เรื่องธรรมชั้นสูงก็ดี ท่านอาจารย์มีเทคนิค ,วิธีการอธิบาย และ โน้มน้าวให้ผู้ฟังเกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเห็นคุณค่าของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ซึ่งได้มาโดยยาก ได้อย่างดีจริงๆ
ผมเองนั้นมีความรู้สึกเช่นนี้มานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีโอกาส เล่าหรือเขียนออกมาเป็นเรื่องราวแบบนี้สักทีหนึ่ง จนได้มาฟัง File เรื่อง"การใช้ชีวิตอย่างไรให้คุ้มค่า" (3 ตอน) อย่างต่อเนื่องกัน ชั่วโมงกว่า ก็รู้สึกปีติ และนึก อนุโมทนาอยู่ในใจ และผมก็เห็นว่า..ควรที่จะเขียนบอบคุณ และอนุโมทนาเป็นคำเขียน ให้เป็นรูปธรรม โดยอาศัย โอกาสอันดีนี้ บอก และ ส่งผ่านความรู้สึกอันประทับใจ....อันเป็นบุญกุศล...ที่เกิดจากท่านอาจารย์ได้มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยผ่านมายัง Email ฉบับนี้ ผมขอให้บุญกุศลอันเกิดจากการฟัง และการเขียนในครั้งนี้ จงช่วยเป็นพลว ปัจจัย ในการเผยแผ่ธรรมะของ กลุ่มกัลยาณธรรม ประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปในภายภาคหน้าด้วยเทอญ
กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
จิโรจน์ ภาคคีรี