จากเรือนจำกลางราชบุรี แดน 7

     ข้าพเจ้าได้อ่านการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ของดร.สนอง แล้วรู้สึกประทับใจมาก ซึ้งใจขนลุกขนพองในบางบทบางตอน และชอบใจในการเล่าและอธิบายก่อนติดคุกอดีตผมเคยรับราชการตำรวจที่อยู่ตามชายแดน ผมเป็นคนใจร้อนมาก (คืออีโก้มากนั่นเอง) แต่มาติดคุกเพราะความรักเพื่อน (ในทางที่ผิด) จึงต้องมาใช้กรรมในนี้ และตอนนี้ผมใจเย็นขึ้นมาก สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำตั้งแต่ปี 42 จนถึงปัจจุบันก็มิได้ขาด

     มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะไหว้พระสวดมนต์ เกิดจิตรวมดิ่งลง ไฟดับหมด (ไฟฟ้า) ที่ห้องต้องเปิดตลอด มันสว่างอยู่ที่เดียวอยู่ที่ข้าพเจ้าเพียงแว๊บเดียวเท่านั้น รู้สึกมันสบาย อิ่มอก อิ่มใจ ไม่หิวข้าวแทบจะทั้งวันเลย แต่นั้นมาสวดมนต์ สมาธิตลอด เพียงแต่สถานที่ไม่ค่อยจะอำนวย สัปปายะไม่ดี แต่ก็ต้องทำจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว (อยากจะเขียนให้มากกว่านี้แต่ต้องจำกัด) เขียนได้ 1 หน้า สรุปข้าพเจ้า ขอธรรมทานหนังสือที่ดร.สนอง วรอุไร เขียนเพื่อที่จะได้อ่านและนำไปปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่ผู้ต้องขังที่ยังโง่เขลาอีกมากมาย หรือจะแนะนำข้าพเจ้าในการปฏิบัติให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะที่นี่ยังขาดแคลนหนังสือแนวนี้มากครับและอีกอย่างผู้ต้องขังที่ใฝ่ดีในทางปฏิบัติยังมีเยอะครับ

     กราบขอบพระคุณกลุ่มกัลยาณธรรมล่วงหน้าครับ

จากคนชอบใฝ่ในทางปฏิบัติ


 

จากเรือนจำกลางเชียงใหม่

เรียน ประธานชมรมกัลยาณธรรม

     กระผมอายุ 29 ปี ชาวบางบ่อ สมุทรปราการ ได้ติดตามสิ่งพิมพ์ของทางชมรมฯ เสมอมาตามสมควรแก่โอกาส ทุกเรื่องข้อธรรมมีเนื้อหาสำคัญที่ดี ชัดเจน ง่ายต่อการเข้าใจยิ่ง กระผมได้นำข้อธรรมนั้นมาปฏิบัติเสมอ คือ การฝึกสติ นั่งภาวนา ซึ่งก็เกิดผลระดับหนึ่ง สามารถเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้นตามลำดับ เพราะชีวิตที่ผ่านมาของกระผมนี้ เศร้าหมองมัวด้วยอวิชชา-กิเลส แต่เมื่อกว่าจะรู้เข้าใจก็ต้องจำยอมรับผลกรรมฝ่ายอกุศล ณ วันนี้

     กระผมทราบในวัตถุประสงค์ของทางชมรมฯ จึงเขียนมาขอร่วมอนุโมทนากุศลด้วยครับ เพราะวันนี้จิตใจมีความชุ่มชื่นขึ้นมาด้วยหนังสือสันติวรบท ที่ทางท่านประธานชมรมฯ ได้จัดทำขึ้น

     อาศัยพระพุทธานุภาพในพระเวสสภูพุทธเจ้า พระธัมมานุภาพ พระสังฆานุภาพ โปรดปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ชมรมฯ ทุกคนให้มีความสุข เจริญในการงาน ราบรื่นในลาภสมบัติ สืบไปเทอญ

ขอแสดงความนับถือ

จากเรือนจำกลางเชียงใหม่