

วันแห่งความทรงจำ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ บพิตรพิมุข มหาเมฆ อบอุ่นเนื่องแน่นไปด้วยสาธุชนผู้สนใจศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นวันรวมพลังบุญอุดหนุนสังคมอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์แห่งความเอื้อเฟื้อเมตตาซึ่งยากจะหาภาพเช่นนี้ให้เห็นในสังคม วันนี้มีงานอื่นชนกัน ๓ งานใหญ่ ๆ คนลงทะเบียนตอนเช้าจึงไม่หนาตานักยอดรวม ๆ ๒,๕๐๐ ท่าน อาหารการกินจึงสะดวกสบายอิ่มหนำสำราญไปตาม ๆ กัน ทั้งอาหารทั้งน้ำเต้าหู้ กาแฟโบราญ อร่อยจนหยดสุดท้ายจริง ๆ ท่านอธิการบดีกรุณาให้เกียรติมาเปิดงาน และอยู่ร่วมฟังเทศน์ของพระอาจารย์อลงกต จนจบครึ่งวันตอน ๑๑ โมงเช้า พระอาจารย์ท่านเป็นที่รักที่ศรัทธาของมหาชนจริง ๆ จากปฏิปทาที่ท่านเสียสละอุทิศเพื่อชีวิตผู้อื่น จึงมีผู้เห็นความกรุณาและส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของวัดพระบาทน้ำพุเนื่องแน่น จนเกิดปรากฏการณ์เข้าคิวบริจาคที่จุดรับบริจาค นอกจากนี้ที่เต็นท์รับบริจาคสิ่งของก็คับคั่งไปด้วยศรัทธาของผู้เสียสละนำสิ่งของมาบริจาค
ช่วงเช้าท่านอาจารย์มนตรี จตรุภัทร เป็นพิธีกร ด้วยฝีมือชั้นครูที่ช่วยเรียกน้ำใจจากสาธุชนได้ ช่วงเช้าถึงหลักสามแสน ให้วัดพระบาทน้ำพุ ฟังเทศน์เรื่องวิธีสร้างบุญบารมี ถึง ๑๑.๐๐ น. พระอาจารย์ต้องรีบเดินทางกลับไปที่วัดซึ่งมีงานรออยู่ ท่านอธิการบดีจึงเป็นตัวแทนถวายปิ่นโตเพื่อให้ท่านได้ฉันเพลในรถระหว่างทาง
พักกลางวันมีอาหารให้บริการหลายชนิด อิ่มหนำสำราญ ทั้งที่จุดบริการอาหารของแขกรับเชิญบนชั้น ๓ ของห้องประชุม ก็อบอุ่นด้วยธารน้ำใจ ร้านหนังสือ ร้านไส้กรอกของมหาวิทยาลัยก็ขายดิบขายดี คึกคักกันทั้งวันทีมงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใส มีธรรมบริกรหน้าใหม่ ๆ มากมายที่มีน้ำใจเสียสละจนไม่น่าเชื่อ อากาศวันนี้ก็เป็นใจมาก ๆ ด้วยอำนวจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองคนดีและดูแลมหาวิทยาลัยอยู่ทำให้ตะไคร้ ๒ กอ ที่ท่านรองฯ อุ่นใจ ปักไว้ข้างเสาธง มิได้สูญสิ้นมนต์ขลัง ยังคงคุ้มครองพวกเราให้รอดพ้นจากพายุฝนได้ตลอดงาน พักกันสักชั่วโมงเศษ ก็ได้เวลาดื่มด่ำกับรสพระธรรมจากท่านพระอาจารย์พุทธศาสตร์ พุทธาจาโร จากวัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่ (ลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์กัณหา สุขกาโม) พระป่าสายหลวงพ่อชา (พระโพธญาณเถร) ก่อนวันงานยังไม่มีใครรู้จักว่าท่านเป็นใคร แต่วันนี้เกิดปรากฏการณ์ความสว่างไสวแห่งสติปัญญา ในเวลาหลังอาหารกลางวัน ทั้งห้องประชุมไม่มีใครนั่งหลับเลย รสพระธรรมที่ได้รับทุกท่านต่างชื่นชมและอิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน เพชรแท้แห่งพระพุทธบุตร ที่น่าศรัทธากราบไหว้ในวัตรปฏิบัติโดยแท้จริง
งานนี้พยาบาลอาสาจากโรงพยาบาลสมุทรปราการ ๗ ท่านมาทำหน้าที่สมเป็นที่พึ่งของประชาชน มีคนมาอุดหนุนโรงพยาบาลเคลื่อนที่อย่างเนืองแน่นทุกคนมีความสุขอิ่มหนำสำราญ ตอนเช้ามีรถกาแฟ เคลื่อนที่เข้ามาบริการฟรีด้วยมีคนต่อคิวมากมาย คงต้องขยายกิจการคราวหน้า มาว่ากันต่อนะ... ช่วงบ่ายพักให้เข้าสุขา ๑๐ นาที แล้วเป็นช่วงสุดท้าย ท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร แสดงธรรมเรื่อง สติกับทางรอด ผู้คนยังคับคั่งเหมือนเดิม กับสองชั่วโมงเต็มอิ่มแห่งสาระธรรม ช่วงนี้ พท.ธนกร เฟื่องฟุ้ง เป็นพิธีกรจนถึงจบงาน เมื่อท่านอาจารย์แสดงธรรมจบ เป็นคราวของประธานชมรมคนหน้าเดิมขึ้นมาขอบคุณและอนุโมทนาบุญทุกท่าน ด้วยความปิติความอิ่มใจ ทำให้กล่าวได้อย่างประทับใจจนมีคนเช็ดน้ำตากันป้อย ๆ อนุโมทนาบุญกันถัวนหน้าเสร็จแล้วเป็นพิธีขอขมา ซึ่งเป็นความเคารพบูชาครูบาอาจารย์ในใจของพวกเราจากนั้นท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร เมตตาให้พรพวกเราทุกคนแล้วจึงลาพระรัตนตรัย และลงไปรับของที่ระลึก ซึ่งทีมงานทุกฝ่ายมาช่วยกันอย่างเต็มอกเต็มใจ ทั้งทหารและธรรมบริกรทั้งหมด
อิ่มใจกันแล้วนะ คราวนี้จะเฉลยสิ่งที่บอกว่าเป็นประวัติศาสตร์ของชมรมฯ คือยอดเงินบริจาคซึ่งไม่ทราบว่ามีเงินทำบุญมากมายอย่างนี้ได้อย่างไร น่าปลื้มปิติ น่าอนุโมทนาจริง ๆ ขอขอบพระคุณทุกท่าน เงินถวายวัดพระบาทน้ำพุยอดรวม ๖๑๐,๑๔๒ บาท เงินถวายพระพุทธศาสตร์ ๑๔๘,๕๙๗ บาท (ท่านมอบให้ดร.สนอง ฯ ดร.สนองจึงถวายวัดสันป่าสักเพื่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมทั้งหมด) เงินบูชาคุณดร.สนอง วรอุไร ๑๐๒,๐๔๘.๕๐ บาท (ท่านยกให้ชมรมกัลยาณธรรมทั้งหมด) ขอให้สาธุชนทั้งหลาย จงโปรดอนุโมทนา และเป็นแรงใจให้ชมรมกัลยาณธรรม ในการเติมเต็มความสุขให้สังคมสืบไป สาธุ
|
||||
ขออนุญาต Link ถึง Blog คุณ กันยา ณ เดือนเก้า ได้กรุณาให้รายละเอียดในมุมมองของผู้เข้าร่วมงาน |
||||
จดหมายถึงประธานชมรม
กราบเรียนคุณหมออัจฉรา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวบุษยา ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังธรรมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รู้สึกซาบซึ้งใจในความตั้งใจของทางชมรมกัลยาณธรรม ในอันที่จะเผยแพร่ธรรมะให้แก่สาธุชน ด้วยบรรยากาศอิ่มบุญ เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรงต่อเวลารวมทั้งความสามัคคีและมีน้ำใจให้แก่กัน ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักในสังคมที่เร่งรีบในปัจจุบัน ดิฉันขอชื่นชมคุณหมอและทีมงานที่มีปฏิภาณอันแน่วแน่ในการทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการรองรับญาติธรรม-สาธุชน นับพันคนขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ อนึ่งถ้าทางชมรมจะรับสมัครธรรมบริกรเพิ่มอีกสักคนดิฉันยินดีเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันได้แนบใบโอนเงิน เป็นจำนวน ๒,๐๐๐ บาท เพื่อ 1. ค่าหนังสือ ซีดี MP3 1,000 บาท 2. ค่าใช้จ่ายในงาน อาหาร เครื่องดื่ม อื่นๆ 500 บาท 3. ค่ากระดาษทิชชู 500 บาท เพื่อความสะดวกของสาธุชนที่มาร่วมในงานนะคะ เช่น เอาไว้ซับน้ำตา หรือเอาไว้ใช้ทำธุระในห้องน้ำนะคะ ขอแสดงความนับถือ บุษยา อนันต์เดชไพศาล |