

วันที่อาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2548 .. มหาวิทยาลัยศิลปากร ช่อดอกไม้แห่งบุญบารมี วันแห่งความ ประทับใจของชาวกัลยาณธรรมทุก ๆ ท่านที่ได้มีส่วนรวมในกิจกรรมการกุศล ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ซึ่งเจ้าของบ้าน คือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาศิลปากร ครบมงคลวาระ 50 ปี ีแห่งการก่อตั้งคณะ ความสามัคคีกลมเกลียวในการทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสมือนญาติ ทำให้เราทุกคนคงไม่มีวันลืมชาวศิลปากร วิทยากรและองค์บรรยาย มีหลากหลายถึง 4 ท่าน เริ่มด้วยท่านว.วชิรเมธี กล่าวถึงการสื่อธรรมะแก่คนร่วมสมัย มีคุณอี้พิธีกรทีวีที่ใฝ่ธรรมมาร่วมเสวนาด้วย ธรรมะกำลังออกรสเวลาหมดเสียก่อน หลายท่านเรียกร้องให้นิมนต์ท่านมาอีกคราวหน้า...ตามด้วย ท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร พูดเรื่องการใช้ชีวิตอย่างนักปฏิบัติ ชัดเจนด้วยอรรถธรรม ในห้องประชุมตอนนี้ไม่มีที่ว่าง ต้องเริ่มเสริมเก้าอี้ตั้งแต่ช่วงเช้าเรื่อย ๆ มาไม่ขาดระยะ พักทานอาหารกลางวัน จึงได้เห็นชัดถึงคลื่นศรัทธามหาชนที่หลั่งไหลมาฟังธรรม ซึ่งทำให้บริเวณชั้นล่างแน่นขนัดเกินความคาดหมาย แม้จะรู้สึกเกรงใจที่ท่านอาจไม่ได้รับความสะดวกตามสมควร และอาหารกลางวัน 500 ชุดก็ไม่พอ เราก็ยังรู้สึกปิติที่มีผู้สนใจใฝ่ธรรมมากว่าที่คาดไว้ ช่วงบ่ายพระครูเกษมธรรมทัต แสดงธรรม ห้องประชุมยิ่งแน่นกว่าเก่าช่วงนั่งสมาธิ 20 นาที น่าชื่นใจนะ ทุกคนสงบตั้งใจอย่างมีสติสำรวมระวังอินทรีย์ กระแสแห่งธรรม อลวนกลิ่นไอไปทั่วหอประชุม ราวกับไม่มีใครอยู่ที่นั่น ทุกอย่างนิ่งสนิทน่าชื่นชมในศรัทธา ช่วงพักบรรยายมีอาหารว่างบริการ ทั้งผลไม้,ส้ม 55 กิโล ลงไปดูมันเหลือแต่ลังเปล่า ขนมขบเคี้ยวและชากาแฟไม่มีเหลือเลย รถไอศกรีม ที่ขอให้มาจอดบริหารฟรีหน้าตึกมีคนเข้าคิวรอจนคนตักไอศกรีมแขนโตไปเลย ท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ได้มีโอกาสกราบและสนทนากับพระครูเกษมธรรมทัตเป็นครั้งแรก ทั้งที่ท่านต่างชื่นชมอนุโมทนากันและกันมานานเมื่อคนดีศรีอยุธยา มาพบคนดีศรีเวียงพิงค์..เทวดายังลงมาสาธุการ หลังอาหารว่างช่วงบ่าย ท่านอาจารย์ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม แสดงธรรมเรื่อง “คิดทะลุกรอบ” คิดแบบผู้มีธัมมวิจยะ เสียงดังกังวานชัดถ้อยชัดคำทำให้สะกดใจผู้ฟัง ยังเต็มห้องเหมือนเดิม จนถึงช่วงสรุปงานวันนี้ของตัวแทนกลุ่มกัลยาณธรรม ที่ไม่อาจซ่อนความประทับใจและความสำนึกในบุญคุณของทุก ๆท่านได้เลย เราปิดงานโดยโอวาทของท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ผู้จุดประกายศรัทธาให้เกิดมหาทานในวันนี้ และทำพิธีขอขมาท่านอาจารย์ โดยนศ.ปี 5 คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์เป็นตัวแทนเชิญพานอย่างน่ารักน่าเอ็นดู...หลาย ๆ อย่างเป็นข้อสรุปถึงความลงตัวในความร่วมมือของชาวศิลปากรกับชาวกัลยาณธรรมอย่างน่าอนุโมทนา เราได้เห็นน้ำตาในรอยยิ้ม เมื่อถึงนาทีที่ต้องจากลาศิลปากร งานของเราจบลงในวันนี้ แต่ศรัทธาของเรา เจิดจรัสเรืองรองกว่าวันก่อน พี่น้องผองเพื่อนที่รักในความดี เราไม่มีคำสัญญา แต่รู้ดีว่า เมื่อถึงเวลาเราจะกลับมาพบกันอีก ทุกคนพร้อมรับใช้พระศาสนาด้วยเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ...มหาทานในวันนี้ พวกเราขอน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ความประทับใจมีอีกมากมาย ยากจะบรรยายได้หมด เราคงรู้กันได้ดี ทุกคนคงจดจำเป็นตำนานในหัวใจของเราทุกคน.....ตลอดไป
|