

....ไม่ลืมวันนี้ที่เตรียมอุดม.... งานแสดงธรรมที่โรงเรียนเตรียมอุดม ซึ่งชมรมกัลยาณธรรมจัดในครั้งนี้ผ่านไปด้วยความประทับใจ ในความรักใคร่สามัคคีร่วมแรงร่วมใจของพวกเราชาวกัลยาณธรรม มีสมาชิกร่วมงาน 2,700 กว่าคน เริ่มงานเราไปถึงก่อน 07.00 น. ก็มีทีมงานมากันบ้างแล้ว ทุกเต๊นท์เตรียมพร้อม โทรทัศน์วงจรปิดโดยความอนุเคราะห์จัดหาของอาจารย์มนตรี จตุรภัทร แกนนำคนสำคัญที่เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย กำลังลองเสียงลองสายลงมาจากหอประชุม ใครหิวแวะไปที่เต็นท์อาหาร เรามีบริการอาหารเช้าโจ๊ก 1,000 ถ้วย ข้าวต้ม 1,000 ถ้วย (แม่ค้าใจดีแถมให้อีก 500 ถ้วย) เรื่องอาหารขอกราบขอบพระคุณคุณพี่สมจิตร ครองมงคลกุลและครอบครัว ที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งเช้าและกลางวันอีก 3,000 กล่อง มีทั้งมังสวิรัติและธรรมดาให้ท่านเลือกทาน ทุกคนได้ชิมแล้วก็ว่าอร่อยทั้งนั้น พอ 7.30 น. พิธีกรมาดเข้มที่อาสามาช่วยด้วยใจคือ พันตรีธนกร เฟื่องฟุ้ง จากสถานีวิทยุกองทัพบก ก็เริ่มเปิดไมค์ ทุกท่านพร้อมบริการท่านผู้เข้ามาฟังธรรม ถุงผ้าหลากสีที่สะพายกัน ได้รับความเอื้อเฟื้อจากพี่สมจิตร และทีมงานอีกเช่นกัน เราเตรียมมา 3,000 ถุง ภายในนั้นมีหนังสืออย่างน้อย 9 เล่ม ซีดีอีก 6 แผ่น ทุกท่านได้รับทันทีที่มาลงทะเบียน อิ่มอกอิ่มใจทั้งผู้ให้ผู้รับ 8.30 น. โดยประมาณ ประธานในพิธีคือ ท่านอาจารย์ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม 11.00 น. เราให้ท่านพักรับประทานอาหาร น้อง ๆ ธรรมบริกรทั้งหลาย ทำงานกันสนุกสนานน้อง ๆ ผู้ชายเดินนำพระสงฆ์ลงไปฉัน หวนนึกถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย ที่เราไปร่วมงานชมรมอาสาพัฒนาอะไรสักอย่าง พวกพี่ ๆ ทีมดูแลอาหารพระและวิทยากร ก็ร่วมทีมกันกลมเกลียว เข้าขากันดี เพราะเจอกันมาหลายงานแล้ว ตั้งแต่พี่วิไล พี่อารีย์ คุณจินตนา (คนนี้ไปขนเก้าอี้สวย ๆ ที่บ้านมาให้องค์บรรยายนั่งบนเวทีด้วย) ต่างคนต่างเหนื่อย แต่สนุกสนาน ทีมพิธีกรก็ติดเกาะอยู่หลังเวทีหาทางลงยากจึงมีน้อง ๆ หน้าใส นำอาหารบุปเฟ่ห์มาบริการถึงที่ แต่ละคนทุ่มเทจิตใจไปกับงานของตนโดยไม่ถือเราถือเขา ไม่มียศตำแหน่งใด ๆ เราคือลูกพระพุทธเจ้าเหมือนกัน เห็นหน้ากันก็รู้ใจได้ว่าเรามาทำอะไรเพื่ออะไร ชื่นใจทั่วหน้าฝ่ายลงทะเบียนก็ย้ายไปช่วยแจกอาหาร ร้านกัลยาณธรรมก็คึกคักขมักเขม้น คุณนงนุชและคุณจิรายุ ดูแลเรื่องแสงสีบนเวที ตามสคริ๊ปที่ประธานชมรมจัดสรรมาอย่างเรียบร้อย ขอขอบคุณทั้งสองท่านซึ่งเป็นสมบัติที่ชมรมภาคภูมิใจ ใกล้เวลาเที่ยงตรง พี่ธนกร พิธีกรเสียงใส เริ่มประกาศเชิญท่านเข้าห้องบรรยาย หลังจากแวะชมหนังสือและเทปในร้านกัลยาณธรรม ซึ่งรายได้ทุกบาททุกสตางค์ นำไปสร้างธรรมะเผยแผ่เพื่อสังคมที่ดี ไม่มีใครรับเข้ากระเป๋าตัวเองเลย นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เผยแผ่งานของหลวงพุทธอิสระและท่าน ว.วชิรเมธี มาให้ร่วมบุญกัน เป็นที่พอใจแล้ว ก็เข้าห้องฟังบรรยายต่อ ใครไม่ต้องการเดินขึ้นบันไดเราก็มีทีวีถ่ายสดลงมาด้านล่าง และโปรเจกเตอร์จอใหญ่อีกจอเสียงกระหึ่มไปทั่วบริเวณ นี่ขนาดทีมงานมือสมัครเล่นกันทั้งนั้นนะพวกเรา ช่วงท่านอาจารย์ดร.สนอง และท่านอาจารย์ดร.บรรจบ บรรยาย เรื่อง กินอยู่ดูฟัง วิถีพุทธ นั้น
บ่ายโมงโดยประมาณ เป็นบุญของพวกเราที่องค์หลวงปู่พุทธอิสระเดินทางมาถึง ท่านมานั่งฟังอยู่ในห้องบรรยายด้วย จนได้เวลาประมาณ 14.00 น. คุณอาวุฒิ เยาวภา นำขอขมาท่านอาจารย์ทั้งสอง และมีผู้ใหญ่ใจดีอย่างพี่ เพ็ญศรี อินทรทัต และ พี่มยุรี ตัลยารักษ์ มอบของที่ระลึกอย่างงดงามตามประเพณีไทย เราให้พักแค่ 10 นาที กับชิฟฟ่อนเค๊ก แสนอร่อยนุ่มลิ้น ข้าวยังมีเหลือใครหิวก็ซ้ำได้ น้ำดื่มก็มีทีมหนุ่มสาวหน้าใส เช่น น้องเอ๊กซ์ น้องเล็ก หรือน้องแก๊บ มาคอยบริการตักน้ำแข็งหลอดเล็กใส่น้ำชา ดับร้อนระอุในเมืองหลวงได้อย่างประทับใจในน้ำใจของน้อง ๆ งานหน้าอย่าหนีนะจ๊ะ (ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานแล้ว หนีไม่รอด) ท่านอาจารย์มนตรี บัญชาการให้เอาลำโพงจากข้างล่างขึ้นไปซ่อมช่วงนี้ทำให้ ตอนองค์หลวงปู่พุทธอิสระแสดงธรรม เสียงจึงกระหึ่มบันลือสีหนาทเหมือนเดิม ท่านเทศน์เลี้ยวไปเลี้ยวมา จนมีมือดีส่งพี่ณรงค์ฤทธิ์ไปยื่นโนติสว่าให้เทศน์เรื่องกายานุปัสสนาสติปัฏฐานเจ้าค่ะ นั่นคือเวลาเกือบ 15.00 น. จึงเข้าเรื่องท่านหันมาแซวว่า ฉันล่ะกลัวจริง ๆ เรื่องยื่นโนติสนี่น่ะ หรือเมื่อเทศน์ ๆ ไปก็หันมาอธิบายว่า นี่กายาอยู่นะจ๊ะ (ไม่ได้นอกเรื่องนะจ๊ะ) เสียงหัวเราะดังอยู่ไม่ขาดระยะกับลีลาเทศน์ฉบับบรมครู ใครได้ฟังคงประทับใจไม่ลืม (( คลิกชม video clip "กายานุปัสสนา" ฟังเสียง )) ช่วงปุจฉาวิสัชนาธรรม เราเตือนพิธีกรไว้แล้วว่าอย่าเลี้ยวไปสนามหลวงก็ยังมีนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งพิธีกรก็ตกลงกับองค์หลวงปู่เองว่า ถ้าโดนก็ผมครึ่งหนึ่ง หลวงปู่ครึ่งหนึ่งนะครับ เมื่อจะถามปัญหาจะปุจฉาทุกคำถามตามที่ประธานชมรมฯ ให้ไฟเขียวมา ท่านอาจารย์สนอง วรอุไร นำขอขมาองค์หลวงปู่ แล้วตามด้วยพิธีถวายสังฆทาน ซึ่งท่านใจดียกให้ชมรมฯ ครึ่งหนึ่ง ประธานชมรมฯ รีบแก้ไขสถานการณ์ก่อนจะสาย ประกาศถวายคืนองค์หลวงปู่ฯ เพื่อเข้าร่วมโครงการพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งหมด หลวงปู่ท่านแซวว่าหยิ่งนะหยิ่งนะ ในที่สุดท่านก็ยอมรับโดยกล่าวว่า เอาก็เอาวะ เงินทองหายาก ใครได้ฟังประโยคท้าย ๆ ของท่านในวันนี้จะประจักษ์แก่ใจในเป้าหมายและอุดมการณ์ของท่าน พวกเราลูกหลานขออนุโมทนาสาธุการด้วยเศียรเกล้า สรุปผลงานวันนี้ ใครมาแล้วคงอธิบายได้ดี มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เรียบร้อย คณะเจ้าภาพกราบขอขมาอภัยมา ณ ที่นี้ และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป โชคดีเราเช่ารถสุขาของ กทม. มา 2 คัน แก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำ น้ำไม่ไหลไปได้บ้าง ขอทุกท่านที่มาร่วมงานได้โปรดอนุโมทนา ในกุศลผลบุญที่ทำร่วมกัน อ้อ ! คุณตาคำไหมจากหนองคาย (บึงกาฬ) ก็มานะคราวนี้ จากชัยภูมิก็มี คราวหน้า 2 กรกฎาคม พบกันอีกทีนะคุณตา ... พยายามหายใจไว้ทุกวันนะ สรุปปัจจัยจากศรัทธาสาธุชนให้ทุกท่านอนุโมทนาดังนี้คือ ๑. ถวายองค์หลวงปู่พุทธอิสระ รวมทั้งหมด 183,023.75 บาท ๒. ถวายท่าน ว.วชิรเมธี รวมทั้งหมด 94,121.50 บาท ๓. ร่วมทำบุญกับท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร 62,983.75 บาท (ท่านยกให้ชมรม) ๔. ทำบุญกับชมรมกัลยาณธรรม รวมทั้งหมด 117,595 บาท ขอกราบขอบพระคุณ ขออนุโมทนาบุญทุกท่านที่ร่วมใจกันเสียสละแรงกาย แรงใจเพื่อพระศาสนาในวันนี้
|