

มหากุศล ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ งานแสดงธรรมของชมรมกัลยาณธรรมครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ บพิตรพิมุขมหาเมฆ ผ่านพ้นไปแล้วด้วยความเรียบร้อย ตั้งแต่เช้า 06.30 น. ก็มีผู้คนสนใจมายืนรอที่ฝ่ายลงทะเบียน ส่วนท่านที่มิได้ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ก็นั่งรอในที่จัดไว้ให้โดยมีน้องๆนักศึกษาและอาสาสมัครของชมรมช่วยอำนวยความสะดวก จนกระทั่งเวลา 07.30 น. ตามระเบียบ ทุกท่านที่รอคอยต่างก็ไม่ผิดหวัง เรามีการบริการอาหารเช้าเป็นโจ๊กหอมอุ่น ๆ สำหรับทุกท่าน พบท่านอาจารย์ดร.สนองได้มีเมตตาเดินทักทายและตอบปัญหาธรรมแต่เช้า 08.20 น. พิธีเปิดงาน ดำเนินไปโดยได้รับเกียรติจากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยท่านผศ.เฉลิม มัติโก โดยมีท่านรองฯ ผศ.อุ่นใจ ลิมตระกูล กล่าวรายงาน
จากนั้นเป็นการแสดงธรรมของพระอาจารย์มานพ อุปสโม เรื่องจิตเป็นนาย เนื้อหาลึกซึ้งสะกดใจผู้ฟังตลอด 1 ชั่วโมงเต็ม
ตามติดด้วยลีลาธรรมของท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ในหัวข้อชนะมาร ซึ่งท่านแก้ไขชื่อให้ว่า ไม่ใช่ชนะมาร แต่อยู่กับมารโดยไม่แพ้แก่มารต่างหาก จบตอน 11.30 น. แล้วพักทานอาหารกลางวัน งานนี้น่าปลื้มใจมีแต่คนใส่เสื้อเหลืองมาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่มิได้นัดหมายล่วงหน้า การจัดงานเป็นระบบระเบียบกว่าครั้งใด ๆ อาหารก็พอรับประทานทาน แต่เสียที่อากาศร้อนอบอ้าวมาก แม้แต่ในห้องแอร์ก็ยังเอาไม่อยู่ ช่วงบ่ายมีการนั่งพัดมือเป็นระวิง
บ่ายโมงตรงฟังเทศนาเรื่องมรณานุสติ จากพระอาจารย์สนอง กตปุญฺโญ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี เนื้อหาชวนติดตาม จากนั้นพักทานอาหารว่างประมาณ 20 นาที เราเปิดให้ชมทไวไลท์โชว์พอหอมปากหอมคอ เพราะมีแจกอยู่ในชุดธรรมบรรณาการแล้ว
ช่วงสุดท้ายน่าเสียดายที่พระอาจารย์วัลลภ ชวนปัญโญ ไม่ได้มาจึงแก้ไขปัญหาโดยเชิญท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ตอบปัญหาซึ่งมีมาล้นหลาม (ตอบแล้วยังเหลืออีกร้อยกว่าคำถาม) พอถึง 15.30 น. เราก็เข้าสู่ช่วงสุดท้าย โดยให้ประธานชมรม ทพญ.อัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ มากล่าวขอบคุณ ตามด้วยพิธีขอขมาซึ่งครั้งนี้ทำเก๋มาก ให้อาจารย์จินดา มาสมบูรณ์ และคุณลุงคำไหม ทับซ้าย 2 ท่าน ร่วมกันกล่าวคำขอขมา ดูเป็นธรรมชาติมากและประทับใจมาก คุณลุงคำไหมหมอบกราบนิ่งนานน่าชื่นชม ในความเคารพบูชาที่ท่านมีต่อครูบาอาจารย์สุดท้ายเป็นการมอบของที่ระลึก และฟังโอวาทจากท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร งานวันนี้กะทัดรัดกระชับรวบรัดเรียบร้อยทุกประการ
ขอให้ทุกท่านอนุโมทนากับปัจจัยที่ได้นอบน้อมถวายแด่พระสุปฏิปันโนโดยสรุปย่อดังนี้คือ น้อมถวายพระอาจารย์สนอง กตปุญฺโญ วัดสังฆทาน 85,219.25 น้อมถวายพระอาจารย์มานพ อุปสโม วัดนายโรง 142,432.25 น้อมบูชาท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร 89,521.25 (ท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร มอบให้ทางชมรมฯไว้เป็นทุนพิมพ์หนังสือทั้งหมด) ขอน้อมกราบอนุโมทนาแด่ท่านผู้มีจิตกุศลทุกท่าน และขอกราบขอบพระคุณอนุโมทนาบุญ กับทุกคุณงามความดี ทุกหยาดเหงื่อแรงกายแรงใจ ที่ร่วมใจกันเสียสละเพื่อพระศาสนาในวันนี้ สาธุ...อนุโมทนามิ หากสังเกตภาพถ่ายในห้องประชุม จะเห็นอัศจรรย์ของดวงระยิบระยับที่ติดมาให้ดูในภาพถ่าย ในเมื่อที่นี่มีความอุดมด้วยบุญกุศล เจ้าของบ้านใฝ่ในกุศลเป็นผู้มีบุญบารมี เทพเทวดาจึงมาคอยอนุโมทนา แม้แต่บางท่านก็สังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ด้วยตา..บุญกุศลใดที่เราร่วมกันสร้างมาขอน้อมบูชาแก่ท่านผู้เป็นเจ้าของสถานที่นี้ด้วยเทอญ
|
|||||||||
ขออนุญาตนำบทความจาก Blog คุณ กันยา ณ เดือนเก้า 28 มีนาคม 16:16 อีกครั้ง ณ บพิตรพิมุขน่าจะเป็นครั้งที่ 6 แล้ว สำหรับงานแสดงธรรมอันยิ่งใหญ่ (ขึ้นเรื่อยๆ) ของชมรมกัลยาณธรรม ************************* แต่ที่แน่ๆ การจัดงานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขต บพิตรพิมุข มหาเมฆ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว คงเพราะด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นต่อชมรมกัลยาณธรรม ของ ผศ. อุ่นใจ ลิมตระกูล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ของที่นี่ จึงให้การสนับสนุนเต็มที่ เราก็เหมือนเคย ไม่พลาดที่จะมาร่วมบุญ รับฟังธรรมตามกาล เคยบอกแหม่ม ยัยจัมมัยไว้ตั้งแต่งานที่แล้วว่า ครั้งหน้า ถ้ามีเวลา ให้มาฟังดู 25 มีนาคม 2550 ชมรมฯ มีโอกาสได้ผู้ร่วมฟังหน้าใหม่เพิ่มอีกคน... คนที่ลงทะเบียนไว้ทางไปรษณีย์ต้องมาก่อนเวลา 7.30 น. เราเลยนัดแหม่มไว้ราว 7 โมงเช้า เธอมีต่อรอง ขอเป็น 7.10 แหม ดู๊ดู ตั้งใจจะทำบุญทั้งที ยังมีต่อรองอีก เนื่องจากเธอขี้เกียจตื่นเช้า เลยต่างคนต่างมา ไอ้เราก็มาตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงดี แหม่มบอกให้รอด้วย จะได้นั่งด้วยกัน ข้าวเช้ายังไม่ลงท้อง คิดจะไปต่อคิวรับโจ๊ก กับ ข้าวต้ม ก็ไม่ได้ เพราะต้องใช้คูปองที่ได้จากลงทะเบียน เลยได้แต่นั่งรอที่อัฒจรรย์ของสนามบอลหลังซุ้มลงทะเบียน นั่งทำสมาธิ พิจารณาใจไปเรื่อยๆ เห็นสมควรแก่เวลา เดินไปดูซะหน่อยว่ามาหรือยัง พลันสายตาก็ไปกระทบกับแม่ชีท่านหนึ่ง อ่ะ แม่แอ๊ด ที่วัดบ้านเพ นี่หน่า สอบถามได้ความว่า มากับพี่พร ได้เจอพี่พร คุยกันยกใหญ่ คุยไปคุยมา พูดถึงพี่เปิ้ล พอเราหันไปมองคนที่กำลังทยอยกันมาลงทะเบียน ก็เห็นพี่เปิ้ลพอดี วุ้ยอายุยืนจริงพี่เรา เลยได้เจอแก๊งค์วัดบ้านเพ ที่จ.ระยอง ไม่รู้แหม่มมาถึงกี่โมง รู้แต่เริ่มหิว หลังจากลงทะเบียนรับบัตรเลขที่นั่งพร้อมคูปองแล้ว (หนังสือกับซีดี ได้รับแจกตอนงานเลิก) พวกเราพากันไปต่อแถวรับโจ๊กมาหม่ำ อิ่มแล้ว ก็ต้องต่อด้วยน้ำ แหม่มเดินไปรับน้ำเผื่อ ระหว่างยกแก้วซดน้ำ เอ คนตักน้ำแข็งหน้าคุ้นๆ อ้าว เพื่อนร่วมกลุ่มน้องใหม่ตอนปี 1 ที่มหาลัยนี่เอง ชื่อไรหว่า ดันจำไม่ได้ (เธอก็คงจำเราไม่ได้เหมือนกัน เพราะต่างคนต่างไม่เอ่ยถึงชื่อของอีกฝ่าย 555) ไม่ได้เจอไม่ได้ติดต่อกันมาตั้ง 20 ปี ก็ลืมเป็นธรรมดาสิ ถ้าเป็นนักจำอัจฉริยะก็ว่าไปอย่าง อนุโมทนากับเพื่อน ที่อาสามาเป็นธรรมบริกร เอ้อ งานนี้ได้เจอผู้คนในความทรงจำเยอะดีแฮ่ะ อีกคน...ที่ในที่สุดก็โดดเรียนขับรถ (อีกแล้ว...จนคนสอนบ่น) มางานจนได้คือ เอก ใกล้เวลาแสดงธรรมแล้ว พวกเราได้นั่งแถว ฟ 46 กับ 47 ที่นั่งริมสมใจยัยแหม่ม แต่เสียใจด้วยที่ แอร์ตัวนั้น ข้างแถวที่นั่ง...เจ๊ง เลยร้อนกันระนาวทั้งแถว ฟ.ฟัน รวมไปถึงแถวหน้าและหลัง ฟ.ฟัน ที่ไม่น่าฟัน (Fun) ซะแว้ว เอาเหอะ ถึงแอร์จะเจ๊ง แต่ธรรมะที่พวกเราได้ฟัง ก็เจ๋ง ดับความร้อนทำให้ใจเย็นขึ้นได้ หลังจาก ผศ. เฉลิม มัติโก อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ กล่าวเปิดงาน โดยมี ผศ. อุ่นใจ ลิมตระกูล กล่าวรายงานแล้ว องค์บรรยายท่านแรกคือ พระอาจารย์มานพ อุปสโม แห่ง วัดนายโรง กรุงเทพฯ ในหัวข้อ "จิตเป็นนาย"
(ขณะนี้ทางสำนักสงฆ์เขาดินหนองแสง ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ต้องการปัจจัย เพื่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ "ธรรมศาลา 84 พรรษา ราชนครินทร์" (โดย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้รับพระราชทานนาม ในวโรกาสที่พระองค์จะเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ในปีนี้) ให้แล้วเสร็จ ผู้มีจิตศรัทธาอันเป็นกุศลสามารถโอนเงินเข้าบัญชี พระมานพ อุปสโม เพื่อการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สำนักต้นสน บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 001-2-06255-1 ติดต่อได้ที่โทร.0-2651-8761 ) หลังจากพระอาจารย์นำเจริญสติ และจบพิธีถวายสังฆทานแล้ว ราว 10.30 น. ก็เป็นเวลาของ... ดร.สนอง วรอุไร กับหัวข้อ "ชนะมาร"
ราว 11.30 พักทานอาหารเที่ยง ครั้งนี้มีอาหารให้เลือกถึง 5 อย่าง คือ เจ > ข้าวผัดธัญญทิพย์ จับฉ่ายพลังผัก ไม่เจ > ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง ผัดฉ่าขาสุกร และหมูทอดกระเทียมหอม เราเลือกไม่เจ ที่มีหมูน้อยที่สุด คือ ก๋วยเตี๋ยวหลอด แหม่มเดินตามต่อจากเรามาติดๆ แหม่มสายตาดี เพราะคอนแทคเลนส์ ดันเหลือบไปเห็นน้ำสีแปลก ที่ไม่ใช่น้ำเปล่าหรือน้ำชา ณ จุดบริการน้ำดื่ม ที่เพื่อนเรายืนให้บริการอยู่ ด้วยความอยากรู้ ขนาดเดินจะเข้าไปถึงหอประชุมแล้ว อุตส่าห์เดินย้อนกลับลงมา เพื่อค้นหาคำตอบให้ได้ว่า มันคือน้ำอะไร ได้ทักทายกับเพื่อนที่กำลังยืนหม่ำก๋วยเตี๋ยวหลอดอยู่บนถังน้ำแข็งอีกหน เธอเฉลยว่า มันคือ น้ำดอกอัญชัน นั่นเอง จิบทีเดียวรู้เลยว่า ใส่ใบเตยด้วย น่าเสียดายที่เอามาแจกตรงมุมปลอดคน (แต่ไม่พ้นตาเหยี่ยวตีนกายัยแหม่ม) เลยไม่ค่อยมีคนได้มีโอกาสลิ้มรสความแปลก การบรรยายธรรมภาคบ่าย เริ่มขึ้นเกือบบ่ายโมง โดยช่วงแรกเป็นหน้าที่ของ... พระอาจารย์สนอง กตปุญโญ แห่ง วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี ในหัวข้อที่เราสนใจเป็นพิเศษ คือ "มรณานุสติ"
พระอาจารย์สนองมีเมตตานำปฏิบัติธรรม โดยการพิจารณา เกศา(ผม) โลมา(ขน) นขา(เล็บ) ทันตา(ฟัน) ตโจ(หนัง) กลับไปกลับมาจนใจสงบ (ขณะนี้ ทางวัดสังฆทาน กำลังรวบรวมรายชื่อให้ได้ 50,000 ชื่อ เพื่อสนับสนุนให้ รายการวิทยุชุมชน สังฆทานธรรม ทางคลื่น FM 89.25 MHz. เป็นรายการวิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นการถาวร เพื่อขอบเขตการกระจายเสียงจะได้ครอบคลุมกว้างไกลยิ่งขึ้น ทำให้การเผยแผ่ธรรมะและข่าวสารที่มีประโยชน์สู่ประชาชนได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ผู้ต้องการสนับสนุน สามารถถ่ายสำเนาบัตรประชาชนแล้วลงชื่อรับรองสำเนา ทั้งขีดค่อมและเขียนข้อความ รับรองสำเนาถูกต้อง ใช้เพื่อสนับสนุนการตั้งสถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM 89.25 MHz ท่านละ 1 ชุด ไปยัง มูลนิธิพุทธอเนกประสงค์วัดสังฆทาน ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 0-22447-0799, 0-2447-0800, 0-2447-2363 แฟกซ์ 0-2447-2784 ) ราวบ่ายสอง พักทานของว่าง การรับแจกของว่าง ใช้วิธีการเดียวกับงานครั้งที่แล้ว ที่ธรรมศาสตร์ คือ นักศึกษาอาสาจะส่งถุงเสบียงให้หัวแถวส่งต่อไปยังปลายแถว เทคนิคเดียวกัน แต่ของว่างต่างกัน ของว่างบ่ายนั้นมีเพียงขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ไส้สารพัดถั่ว (ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว) ให้เลือก ไม่มีน้ำผลไม้ หรือน้ำชากล่องใน Snak Box (เลยทำให้คอแห้งมาก จนต้องดื่มน้ำไปสองถ้วยเต็มๆ หลังงานเลิก) ช่วงสุดท้ายของภาคบ่าย ตามหมายกำหนดการเดิม จะเป็นการแสดงธรรมของ พระอาจารย์วัลลภ ชวนปัญโญ แห่ง วัดสุวรรณประสิทธิ์ กรุงเทพฯ แต่ด้วยเหตุอันใดไม่ทราบ ทางชมรมฯ ไม่ได้แจ้งไว้ (หรือแจ้ง แต่เราไม่รู้) ถูกเปลี่ยนเป็นการตอบปัญหาธรรม โดย ดร.สนอง อีกครั้ง (ติดตามคำตอบของคำถามได้ที่เว็บไซต์ของชมรมฯ www.kanlayanatam.com ) น่าจะสักประมาณ เกือบ 45 นาทีก่อนจบการตอบปัญหา เหมือนถูกกลั่นแกล้ง จากที่ร้อนระดับมือโบก กลายเป็นร้อนระดับพัด(กระดาษ)โบก แอร์ตัวถัดจากแอร์เจ้ากรรม ถูกปิดไปซะอีก เพราะน้ำรั่วหนัก ได้ทดสอบความอดทนกันเพิ่ม เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการทั้งหมดแล้ว ทพญ. อัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ประธานชมรมกัลยาณธรรม กล่าวขอบคุณ และปิดงานเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้คุณหมอ ขอร้องให้ผู้ร่วมงานลุกออกจากหอประชุม ทีละสองแถว เพื่อไม่ให้เกิดความชุลมุน ตอนรับของแจก เจ้าหน้าที่เลยแจกถุงธรรมกันได้อย่างสบายๆ โดยไม่มีการเบียดเสียด ยื้อแย่งอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา หลังเลิกงานแล้ว เราถามแหม่มว่า ครั้งหน้าจะมาอีกมะ? (ถามหยั่งเชิง โดยมีแอร์เจ๊งสองตัว กับผู้คนมากมายหลายพันเป็นบททดสอบ) เธอตอบว่า "ก็มาได้" ตอบอย่างงี้ แปลว่า จะมาไหมเนี่ย? กันยา ณ เดือนเก้า
|
|||||||||