

ประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ วันมหาปิติที่เกินความคาดหมายของทุก ๆคน ที่ควรร่วมจิตร่วมใจกันอนุโมทนา ที่พวกเราทุกคนมีโอกาสได้ทำความดีถวายในหลวง องค์พระประมุขอันเป็นที่เทอดทูนจงรักภักดีเหนือเศียรเกล้า เช้าตรู่วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังไม่เจ็ดโมงเช้า ก็เริ่มมีสาธุชนทยอยกันมาลงทะเบียนรับอาหารเช้าและของที่ระลึกถุงใหญ่หนักอึ้งและยังแถมด้วยหนังสือปกแข็งเล่มสีแดงที่ใคร ๆ ถามหา คือบทโศลกแห่งพุทธะอิสระ ที่งดงามทั้งรูปเล่มและเนื้อหา ใครจะคิดว่าหนังสือและซีดีในถุงของที่ระลึกที่เจ้าภาพเตรียมมาเผื่อถึง 3,500 ชุด (หอประชุมนี้จุได้ 2,500 ที่) และหนังสือบทโศลกฯที่เตรียมมาเกือบสี่พันเล่ม จะอันตราธานไปภายในเวลาแปดโมงเศษ ทั้งที่กว่าจะจัดพิมพ์กว่าจะบรรจุใส่ถุง กว่าจะใช้รถสิบล้อขนมาที่นี่ใช้เวลาแรงกายแรงใจแรงศรัทธายาวนาน แต่ด้วยศรัทธาของมหาชน ที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศทุกอย่างจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ ใครจะคาดคิดว่าวันนี้จะมีผู้สนใจมารับฟังธรรม ลงทะเบียนร่วม 5,000 คน แถวลงทะเบียนยาวเหยียด เจ้าหน้าที่และผู้มาร่วมงานต่างดูจิตไม่ทัน แปลงกายเป็นนางมารร้ายกันหลายคน คอนเสริตไหนที่ว่าคนนิยมมาเจองานแสดงธรรมวันนี้คงต้องกลับไปซ้อมเต้นซ้อมร้องใหม่ อาหารเช้ารับประทานเรียบร้อยกันแล้ว เราพยายามจะเริ่มพิธีตามกำหนดการ ด้านนอกแถวลงทะเบียนก็ยังยาวและไม่มีทีท่าว่าใครจะถอย ท่านศจ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน โดยท่านผศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ ผอ.สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวรายงาน จากนั้นท่านรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ผศ.อุ่นใจ ลิมตระกูล เจ้าภาพงานครั้งที่แล้วที่พวกเราประทับใจเป็นตัวแทนมอบของที่ระลึกให้ท่านประธาน 9.00 น. ท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร เริ่มบรรยายในหัวข้อเรื่อง ที่พึ่งภายในตนเพื่อทำชีวิตให้เป็นอิสระ สองชั่วโมงเต็มอิ่มพร้อมตอบข้อข้องใจในธรรมที่หลั่งไหลมา มีนับร้อยคำถาม ส่วนที่ตอบไม่หมดคงต้องติดตามทางเว็บไซด์ต่อไป ตอนท่านเริ่มบรรยายผู้คนก็ทยอยกันเข้ามานั่งตามเก้าอี้เสริม ตามบันไดชั้นบน ที่ว่างตรงไหนตรงนั้นมีคนทั้งหมด บนเวทีก็เริ่มมีคนนั่งบนพื้น จนรุมล้อมวิทยากร แม้แต่บนหน้ามุขด้านบนทุกช่องทุกช่อง ก็มีคนขึ้นไปจับจองเหมือนเป็นคอนโดเล็ก ๆ เป็นภาพที่ประทับใจน่าปลื้มปิติในมหากุศลที่พวกเราได้ร่วมใจกันน้อมเกล้าถวายองค์ล้นเกล้าฯ ในวันนี้ช่วงนี้ พันโทธนากร เฟื่องฟุ้ง รับหน้าที่พิธีกร 11.00 น. เป็นเวลาพักรับประทานอาหาร ส่วนพระ แม่ชี และคณะวิทยากรแยกรับประทานส่วนต่างหาก พวกเรานอกนั้นเท่าที่มีคูปองอาหาร (แจกตอนลงทะเบียนไว้รวมทั้งหมด 3,500 ชุด) ทยอยกันออกมารับอาหารกล่องซึ่งมีให้เลือกรับประทานถึง 5 อย่าง ทั้งมังสวิรัติก็มี ส่วนท่านที่มาช้า ไม่มีคูปองรับอาหารก็ต้องกราบขออภัยที่ท่านต้องไปหาทางเองแถว ๆ ท่าพระจันทร์ บางท่านฉลาดมากห่ออาหารมาทานเอง และบางท่านก็อดทานข้าวมื้อนี้ไป น่าเห็นใจทุกท่าน อย่าว่าแต่ผู้มารับฟังจะอดเลย แม้แต่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครธรรมบริกรก็อดข้าวเหมือนกัน หลาย ๆ คนออกไปตระเวนหาอาหารประทังชีวิตกันเป็นแถว ๆ ก็อะไร ๆ ก็เกินความคาดหมายไปหมด ตอนนี้จึงต้องพึ่งธรรมะให้มาก ไม่งั้นอกุศลจิตจะเกิดแน่นอน
12.00 น. หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี จากสำนักปฏิบัติกรรมฐานวัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาถึง และขึ้นนำปฏิบัติธรรม แสดงธรรมเรื่อง เห็นใจ...เห็นธรรม ทั้งที่ท่านอาพาธเล็กน้อย (เจ็บคอ) แต่เทศน์ได้ลึกซึ้งน่าคิดน่านำไปปฏิบัติอย่างยิ่ง ช่วงนี้คงผู้ฟังยังหลั่งไหลขึ้นมาบนเวทีจนแน่นมาถึงขอบเวที ต้องจดจารึกไว้ในใจ ถึงความศรัทธาของมหาชนที่มีต่อพระศาสนาในวันนี้ พิธีกรช่วงนี้เป็นน้องกิ๊บและคุณตุ๊ก สองสาวผู้ใฝ่ในธรรม และตัวแทนนำพานถวายสังฆทานได้แก่คุณแม่จำนูญ ฐิตะฐานและคุณปรเมศวร์ พินิจอักษร รวมปัจจัยที่ได้ถวายเป็นอาจริยบูชา จำนวน 120,000 บาทเศษ ขอให้ทุกท่านอนุโมทนา 14.00 น. เราพักให้ท่านได้ยืดเส้นยืดสาย รับประทานอาหารว่างซึ่งเตรียมอาสาสมัครธรรมบริกรมาบริการถึงที่ในทุกแถวในหอประชุม ด้วยความอนุเคราะห์ของบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) จัดแซนวิชและน้ำผลไม้จากครัว health and cuisine มาบริการถึงที่ 4,000 กล่อง ขออนุโมทนา องค์หลวงปู่พุทธอิสระ เดินทางมาถึงหอประชุมตอนนี้พอดี ท่านนั่งพักรอที่โซฟารับรองจนถึงเวลา 14.20 น. จึงขึ้นแสดงธรรมเรื่อง อานาปานสติ พร้อมสอนการหายใจหลายหลักสูตร ใครพลาดฟัง น่าเสียดาย ทั้งให้ลุกยืนยืดเส้นยืดสาย หายใจทำสมาธิ เพิ่งรู้วันนี้ว่า ความสุขจากความสงบเป็นอย่างไร คุณอุ๊และคุณเขี้ยวขึ้นมาเป็นพิธีกร นำคำถามหลากหลายมาให้หลวงปู่วิสัชนาธรรมะที่เลิศล้ำทั้งอรรถทั้งรส น่าอนุโมทนาในบุญร่วมกันอย่างยิ่ง 14.30 น. ประธานชมรมกัลยาณธรรม กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ ก็อดพูดถึงความในใจและเบื้องหลังอันหนังหน่วงเนิ่นนาน และอดสะเทือนใจผู้ฟังไม่ได้ในความหมายที่ต้องการให้ทุกท่านรับทราบว่า กว่าจะถึงวันนี้มิใช่เรื่องง่ายกว่าจะถึงวันนี้ชมรมต้องฝ่าฟันผ่านพ้นอะไรมาบ้าง ที่หลาย ๆ ท่านต้องมาอดข้าวในวันนี้ คณะผู้จัดงานก็ขออภัยในความไม่สะดวกทุกประการ (คนจัดก็อดเหมือนกัน) ทั้งภาระในการจัดพิมพ์หนังสือที่ชมรมฯ ต้องแจกตามห้องสมุด เรือนจำ และมาแจกในวันนี้มากมายหลายบาท ผลของการอธิบายทำให้องค์หลวงปู่พุทธอิสระไม่รับปัจจัยถวายสังฆทาน ที่รวบรวมได้ทั้งหมดสองแสนสองหมื่นเศษท่านมอบให้ชมรมฯ นำไปจ่ายค่าพิมพ์หนังสือ ทางชมรมฯ ขออนุโมทนากราบบูชาในความเมตตาขององค์หลวงปู่ แต่หลังเลิกงานเมื่อรวมปัจจัยที่สาธุชนร่วมทำบุญกับชมรมฯ แล้วยังมีเงินเหลือ จึงถวายปัจจัยสองแสนเศษนั้นคืนหลวงปู่ทั้งหมด ขอให้ทุกท่านอนุโมทนา งานนี้คุณลุงคำไหมก็มาเหมือนเดิม ด้วยความมั่นคงในพระศาสนาและยังหน้าใสเหมือนเดิมราวกับอายุสัก 50 (ความจริง 75 ปี) นี่ล่ะลักษณะของคนมีธรรมะไม่ต้องใช้ครีมหน้าเด้งก็ได้ คณะผู้จัดงานขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเสียสละแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์อดข้าว อดน้ำ อาบเหงื่อต่างน้ำกันตั้งแต่วันวาน ทั้งคณะแม่ชีจากวัดปริวาส ที่เนรมิตเวทีหอประชุมเป็นสวนสวรรค์แห่งพระศาสนธรรม พี่น้องอาสาสมัครธรรมบริการทุกท่านที่เสียสละอุทิศเพื่อมวลชนเพื่อพระศาสนา ทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพและมหาวิทยาลัยสยาม กราบขออภัยในความบกพร่องทุกประการ กราบขอบพระคุณในมหาศรัทธาที่มหาชนมีต่อชมรมฯ มีต่อครูบาอาจารย์มีต่อพระศาสนา ขอให้ธรรมสถิตอยู่ในหทัยท่านตลอดไป ความผิดพลาดบกพร่องมีมากมายประการใด จะเป็นดอกไม้หรือก้อนอิฐ ชมรมฯขอน้อมรับไว้ด้วยจิตคารวะ ขอขมาต่อทุกท่านมา ณ ที่นี้ ที่เจตนาอันดีงามบริสุทธิ์ปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างที่เห็น ขอน้อมเกล้าน้อมถวายกระหม่อมรวมใจรวมพลังความดี ถวายมหากุศลนี้แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอจงทรงพระเจริญ
|
||||||||||||||
|
||||||||||||||