http://www.kanlayanatam.com/

เบื้องหลังเบื้องลึก จากงานที่บพิตรภิมุข

งานผ่านไปตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ เก็บไว้ในความทรงจำกับการตระเตรียมงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่จัดพิมพ์หนังสือ ทำสำเนาซีดีและเอ็มพี 3 จำนวนนับหมื่นแผ่น จัดเตรียมอาหารของขวัญไว้เป็นธรรมบรรณาการแต่สาธุชนผู้สนใจใฝ่ธรรม โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง โดยไม่มีชนชั้นวรรณะ

เช้ามืดตี ๔ ของวันที่จัดงาน หนุ่ม ๆ หลายคน ขนกล่องหนักอึ้งที่บรรจุหนังสือนับหมื่นเล่มในห่อของขวัญคือถุงหูหิ้วที่เตรียมไว้สำหรับท่าน กล่องนั้นใหญ่ขนาดใส่โทรทัศน์ขนาด ๒๐นิ้วได้ จำนวนเกิน ๕๐ กล่อง และมีสิ่งอื่นอีกมากมายใส่รถบรรทุก ตีห้าเราออกเดินทาง มาถึงที่จัดงานตอน ๖ โมงเช้าเตรียมจัดข้าวของ ยังไม่ทันเสร็จ ก็เริ่มมีผู้ฟังธรรม เข้ามาแล้ว และแล้วก็เหมือนเช่นเคย คือ ตอน ๘.๐๐ น. คนฟังเต็มห้องและเกินจำนวนเก้าอี้ บางคนรับไม่ได้กับการต้องนั่งพื้น เขาก็ลากลับไป ส่วนคนที่มีศรัทธาแก่กล้าหรือไม่กลัวลำบาก ก็อยู่ฟังได้ทุกสภาวะ

 

วันนี้พระอาจารย์เปลี่ยน ท่านมาถึง ๗ โมงต้น ๆ อาหารยังเตรียมไม่เรียบร้อยจึงมีท่านอาจารย์ดร.สนองและอาจารย์จินดา มาดูแลต้อนรับไปพลาง ๆ พวกพี่ ๆ ฝ่ายเตรียมอาหารก็กุลีกุจอจัดเตรียมกันอย่างมโหฬาร คนโน้นคนนี้เอาอาหารมาร่วมถวายพระมากมาย ตอนฉัน ท่านตักทุกอย่างลงในบาตร แล้วปูเสื่อนั่งฉันบนพื้น ปฏิปทาพระปฏิบัติน่าเลื่อมใสมาก

 

ท่านอาจารย์ดร.บรรจบ กรุณามาเป็นประธานเปิดงานให้ เพราะแพ้คำว่า “ เราเป็นญาติกัน ” ที่หมออัจฉราขอร้องแกมบังคับท่านมา จากนั้นท่านอาจารย์ดร.สนอง วรอุไร บรรยายเรื่องวิธีอยู่เหนือดวง ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่น คนทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ขาดสาย จนถึงช่วง ๑๐.๐๐ น. หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยนท่านขึ้นมายังห้องบรรยาย เพื่อแสดงธรรมเรื่อง สมถและวิปัสสนากรรมฐานหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ ได้หลักการและข้อคิดดี ๆ มากมาย ช่วงนี้ขออภัยที่ตัดขั้นตอนการนำเจริญสติออกไป ครั้งต่อไปจะต้องเป็นส่วนที่ ต้องมี ไม่ลืมแน่นอน หลวงพ่อเทศน์จบ แล้วทำพิธีขอขมาถวายสังฆทาน คนขึ้นมารุมล้อมท่านจำนวนมาก เพื่อถวายปัจจัย ถวายสังฆทานเอง แต่ตอนบ่ายท่านมีเทศน์ที่วัดเบญจมบพิตร จึงรีบเดินทางไป ขอกราบอนุโมทนา

 

พวกเรารับประทานอาหารกลางวันกันอย่างเอร็ดอร่อยอิ่มหนำสำราญ เพราะเจ้าภาพอัดข้าวมาแน่นกล่อง เป็นทานที่ปราณีต และเต็มใจให้ทุกครั้ง จึงขออนุโมทนากับเจ้าภาพอาหารกลางวันทุกท่าน

 

มีเวลาว่าง บางท่านแวะเวียนไปร้านหนังสือร้านเทป บางคนหยิบใส่ถุง ที่ทางชมรมแจกหนังสือให้ โดยไม่ชำระเงิน คนจำนวนมาก ก็มีมิจฉาชนแอบแฝงมาบ้าง ต่อไปต้องระวังเป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดส่องให้มากขึ้น แต่ไม่เป็นไร กรรมใดใครทำผลของกรรมก็จะกลับมาแน่นอน แต่ขอกราบอนุโมทนาทุกท่านที่อุดหนุนงานของชมรม ซื้อหนังสือซื้อเทปไปอ่านไปฟัง เงินเหล่านี้คือที่มาของงานที่ท่านได้รับประโยชน์อยู่นี้เอง และนี่คือผลที่กลับมาสู่การสืบทอดพระศาสนาของเรา

 

ทุกคนพร้อมเข้าฟังธรรมช่วงบ่าย หลวงพ่อพระอาจารย์ทูล เดินทางมาถึงตั้งแต่เที่ยงเศษ ท่านถึงแล้วก็ขอคำถามมาเตรียมคักไว้ก่อน ถึงเวลาเทศน์บ่ายโมง ท่านเทศน์เรื่องปัญญาบารมี มีหลายคนบอกว่าลึกซึ้งมาก แต่บางคนบอกว่าท่านพูดเบาฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟังหางเสียงไม่ออกบ้าง ก็แล้วแต่บุญใครจะเข้าใจแค่ไหน แต่ถ้ายังฟังไม่จุใจ ก็รอฟังจากวีซีดี ที่ทางชมรมกำลังตัดต่ออยู่รออีกไม่นาน

 

ช่วงพักหลังตอบคำถามตอน ๑๕.๐๐ น. คนขึ้นเวทีมารุมล้อม ขอลายเซ็นมาถวายสังฆทาน พอดีเป็นช่วงพักเบรกอาหารว่างตอนบ่ายและผู้คนที่รุมล้อมก็ไม่มีที่ท่าว่าจะถอยออกมา จนเวลาล่วงไปถึง ๔ โมงเย็น เจ้าภาพเกรงว่าท่านอาจารย์สนองจะรอ เป็นช่วงที่ท่านจะตอบปัญหาธรรม จึงให้เจ้าหน้าที่ไปนิมนต์หลวงพ่อลงจากเวที ท่านจึงได้โอกาส ขยับขยายออกจากวงนั้นได้ แต่ก็มีคนตามท่านลงไปของลายเซ็นอีก ๒-๓ คน ก่อนท่านขึ้นรถกลับไป

 

ช่วงทานอาหารว่างเป็นช่วงที่ต้องแก้ปัญหา เพราะมีการหยิบเกิน ๑ ชิ้น คนหลัง ๆ จึงไม่ได้ทาน ชมรมจะต้องแก้ปัญหา โดยการจัดระเบียบการแจกของรับอาหารให้เป็นระเบียบกว่านี้ ยิ่งจำนวนคนมากขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง แต่ละคนมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน จะคาดหวังให้ดีทุกคนคงยาก ท่านที่มาร่วมงานคงได้สัจจธรรมกลับไปหลายอย่าง

 

ช่วงสุดท้าย ผ่านไปด้วยดี จนจบงานด้วยคำขอบคุณจากประธานชมรมกัลยาณธรรม ซึ่งเชิญชวนทุกท่านมาเป็นเซลล์

แมนของพระพุทธเจ้า ตามด้วยคำกล่าวปิดงานที่น่าประทับใจของดร.สนอง วรอุไร

 

สรุปปัจจัยที่ถวายเป็นอาจริยบูชา จากมหาชนดังนี้

   หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป จำนวน ๙๐,๕๕๘ บาท
   หลวงพ่อพระอาจารย์ทูล ขิปปปัญโญ จำนวน ๙๙,๗๙๑ บาท
ถวายพระอาจารย์แล้วทั้งหมด
 

ขอให้ทุกท่านอนุโมทนา

 

ส่วนของ อาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ได้ทั้งหมด ๗๐,๐๕๘ บาท ซึ่งทั้งหมดท่านไม่รับเลย คืนมาให้เป็นทุนแก่ชมรมกัลยาณธรรม แม้จะคะยั้นคะยออย่างไรท่านก็ยืนกรานเจตนารมณ์เช่นเดิม ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ที่เสียสละทุกอย่างเพื่อเผยแผ่ธรรม

 

งานนี้ผู้จัดทุกคนขอกราบขอบพระคุณ ทุกหยาดเหงื่อแรงงาน แรงกาย แรงใจ ที่เสียสละ เพื่อให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี บุญใดที่ท่านทำ กุศลใดที่ท่านสร้าง บุญนั้นกุศลนั้น จะรอคอยที่จะตอบสนองท่านแน่นอน ขอให้ท่านได้รับความขอบพระคุณและสำนึกในน้ำใจจาก ชมรมกัลยาธรรม กราบแทบเท้าทุกท่านมา ณ ที่นี้

 

น่าอนุโมทนาที่มีสาธุชนเดินทางมาจากทุกสารทิศเพื่อร่วมงานนี้ บางคนเดินทางมาจากนครสวรรค์ ออกจากบ้านตี ๔ แต่ที่เด็ดที่สุดคือคุณตาคำไหม ทับซ้าย อายุ ๗๐ ปีเศษ นั่งรถเมล์มาจาก อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย กับเพื่อนร่วมรุ่น (วัยแรกแย้ม) อีกหนึ่งคน และอยู่จนเลิกงาน ขออนุโมทนากับผู้แสวงหาความดีทุกท่าน

 

ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ย่อมเกิดขึ้นแน่นอนในการจัดงานใหญ่ระดับนี้ พวกเราต้องการคำติ คำแนะนำ และข้อคิดเห็นจากท่าน หากประสงค์จะให้งานมหาทานเช่นนี้ พัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมแก่พระศาสนา กรุณาแสดงความเห็นของท่านมาได้ทุกเมื่อและพวกเราจะยืนหยัดอยู่ต่อไป แม้ว่าเรือธรรมจะลำใหญ่ขึ้นทุกที .. เรามาช่วยกันพายนะ

กราบอนุโมทนาบุญทุกท่านค่ะ

ทพญ.อัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์

ประธานชมรมกัลยาณธรรม

 

 

 

ชมประมวลภาพ

 

ชม video clip เรื่อง วิธีอยู่เหนือดวง
บรรยายโดย ดร. สนอง วรอุไร

ชม video clip เรื่อง ปัญญาบารมี
แสดงธรรมโดย หลวงพ่อพระอาจารย์ทูล ขิปปปัญโญ  

ชม video clip เรื่อง สมถะ และวิปัสสนากรรมฐาน
แสดงธรรมโดย หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป  


ชมเบื้องหลังเบื้องลึก พร้อมกิจกรรมทั้งวัน