1

 

 

 

คำถามที่มีค้างอยู่ จากงานธรรมบรรยายธรรมที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วันที่ 13 มีค. 48 ซึ่งยังตอบไม่หมดอีก 20 ข้อ ท่านอาจารย์เมตตาตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว

คำถาม พระครูเกษมธรรมทัต ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร    ฟังเสียงคำตอบ file MP3  

คำถามในงานที่ม.ศิลปากร กราบนมัสการหลวงพ่อช่วยตอบให้ด้วยค่ะ

1.การฝึกสมาธิแบบพองหนอ-หยุบหนอ ใช้ได้ผลเดียวกับการกำหนดลมหายใจหรือไม่คะ

คำตอบ
การกำหนดพองหนอยุบหนอ เป็นการเจริญกรรมฐานทำให้เกิดความสงบต่อไปถึงวิปัสสนาได้การกำหนดลมหายใจก็เช่นกัน เป็นการกำหนดบัญญัติเป็นอารมณ์แล้วต่อถึงวิปัสสนาได้ซึ่งในการดูลมเข้าลมออก ยาวสั้นเป็นการกำหนดบัญญัติเป็นอารมณ์ ทำให้เกิดสมาธิ เชื่อมต่อไปถึงอัปนาสมาธิได้ รวมทั้งเป็นการวิปัสสนาได้ การดูพองยุบ กำหนดไปจิตก็มีสมาธิ เชื่อมโยงสู่วิปัสสนาโดยดูความรู้สึก


2.เมื่อมีชีวิตเหลืออยู่อีกไม่กี่ปี ก็เสียชีวิต เราควรที่จะให้เวลาทั้งหมดปฏิบัติอย่างเดียวหรือควรเรียนอภิธรรมด้วย ควบคู่การปฏิบัติด้วย

คำตอบ
. การเรียนอภิธรรมเป็นการศึกษาเรื่องปรมัตถธรรม เรียกว่าเรียนทฤษฎีในรายละเอียดมีข้อศึกษาแยกแยะไป

การดับทุกข์ต้องปฏิบัติต้องลงมือเจริญภาวนา การศึกษาเป็นปริยัติเป็นแนวทางให้เรารู้แต่มีเวลาน้อยการศึกษาเฉพาะเรื่องที่จะนำมาปฏิบัติเหมือนคนมีเวลาน้อยเลือกเรียนเท่าที่ใช้งานได้ฉะนั้น ถ้ามีเวลาน้อยก็ศึกษาพอที่จำเป็นแต่ต้องปฏิบัติจึงจะพ้นทุกข์


3.สภาวะนิพพาน กับบรรลุอรหันต์ เป็นสภาวะที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

คำตอบ
การบรรลุอรหันต์ เป็นสภาวะของผู้ผ่านสภาวะเรียนรู้ดับทุกข์หมดสิ้นแล้วจากจิตใจสภาวะนิพพาน เป็นสภาวะที่เป็นโลกุตรธรรมอรหันต์เป็นจิตเป็นนามธรรมที่เข้าไปรับรู้นิพพานเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นสภาวธรรม
สองอย่างนี้เหมือนกันไหม ผู้เข้าถึงนิพพานโดยที่สุดของอรหัตตมรรค อรหัตตผล ก็เป็นอรหันต์ พระอริยบุคคลต่าง ๆ ก็เข้าถึงนิพพาน แต่นิพพานของพระอรหันต์บรรลุสูงสุดคือดับทุกข์อย่างสิ้นเชิง


4.เคยแผ่เมตตาให้คนที่โดนคลื่นสึนามิ ทาง 6 จังหวัดแล้วได้กลิ่นเหมือนที่วัดเผาศพใกล้ ๆ วิญญาณเขาตามมาได้หรือเปล่า เพราะมีอาจารย์พลังจิตคนหนึ่งบอกว่าวิญญาณของคนที่ตายแล้ว

คำตอบ
เป็นไปได้ ถ้าเขาเป็นโอปาปติกะอยู่ในภพภูมิที่สามารถรับกุศลได้เขาสามารถมาอนุโมทนา เรื่องการได้กลิ่น ไม่ว่าหอมหรือเหม็น บางทีเป็นนิมิตที่เกิดจาก การปรุงแต่งได้ ดังนั้นอาจเกิดจากจิตปรุงแต่เอง (เหตุภายใน หรือจากเหตุภายนอกคือโอปปาปติกะมาอนุโมทนา


5.การปฏิบัติที่ว่า 7 เดือน 7 ปี ไม่เกินจะบรรลุมรรคผลได้ตามเหตุปัจจัยอย่างเขามาขอบคุณน้อยก็จะได้โสดาบัน ไม่ทราบว่าเท็จจริงประการใด

คำตอบ
พุทธพจน์ ที่ตรัสไว้ถึงอานิสงส์ของการเจริญสติปัฎฐานต่อเนื่องและเพียรอย่างถูกต้อง ท่านตรัสว่า 7 ปี จะมีโอกาสบรรลุพระอนาคามี หรือพระอรหันต์ได้หรืออาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น อย่างน้อยแค่ 7 วันก็มีความแตกต่างเรื่องเวลาขึ้นอยู่กันอินทรีย์บารมีต่างกัน สะสมเหตุปัจจัยมาไม่เท่ากัน


6.วิธีปฏิบัติเดินจงกรม ทำอย่างไร

คำตอบ
การเดินจงกรมคือการก้าวไปอย่างมีสติสัมปชัญญะเคลื่อนเท้าเคลื่อนขาไป ให้มีความรู้พร้อมบางท่านอาจใช้บัญญัติไปก่อนเช่นกำหนดขวาซ้าย ยกย่างเหยียบ มีบัญญัติเป็นอารมณ์ให้เกิดสมาธิลึกซึ้งลงไป คือให้เห็นความรู้สึกเพราะขณะเกิดมีสภาวะปรมัตถ์ เช่นเย็นร้อนอ่อนแข็งซึ่งเป็นปรมัตถธรรม เมื่อชำนาญขึ้นจะรู้สึกทั่วตัวตลอดถึงจิตใจ


7.การกำหนดจิตก่อนตายและใกล้จะตาย

คำตอบ
. เวลาใกล้ตายเรียกว่า มรณาสัณกาลถ้าจิตเศร้าหมองเพราะรับคติ นิมิตไม่ดี ย่อมไปทุกคติคือแต่ถ้าใกล้ตายจิตรับอารมณ์ที่ดีก็ไปสุคติ ดังพุทธพจน์ว่าจิตเศร้าหมอง ทุคติเป็นที่หมายจิตเบิกบาน สุคติเป็นที่หมายใกล้ตายทุกคนจะมีกรรมมากำหนดเป็นนิมิตเป็นภาพที่ตัวเองเคยทำไว้เช่นเคยฆ่าสัตว์เป็นกรรมนิมิตอารมณ์ ฝ่ายอกุศล ย่อมไปทุคติ ถ้าทำดีมาตลอด จะเห็นภาพตัวเองกำลังทำความดี เช่นกำลังใส่บาตร กำลังอยู่ในโบสถ์ เป็นกรรมนิมิตฝ่ายดี จิตใจผ่องใสไปสุคติ บางครั้งเป็นคตินิมิต ทางไปเกิดเช่นคนจะไปเกิดในนรก ก็เห็นไฟนรก นายนิรยบาลจะไปเกิดเป็นเปรต ก็เห็นสถานที่ที่เปรตอยู่ เป็นต้น จิตใจก็เศร้าหมองถ้าทำดีมา ก็เห็นสิ่งดี เช่นเห็นครรภ์มารดา เห็นวิมานของเทวดา เครื่องทรงเห็นราชรภมารับบ้าง จิตใจผ่องใสไปปฏิสนธิในที่ดี ๆ นั้น คนที่ปฏิบัติธรรมดีสิ่งดีที่สุด ใกล้ตายต้องเจริญสติระลึกรู้ รู้สภาวะความรู้สึกทางกาย ทางใจ อาการต่าง ๆ ที่อ่อนลง สติคอยจับอยู่ อย่างเบา อาจระลึกถึงพุทธคุณ พุทโธ พุทโธ บางคนจะแนะนำญาติที่ใกล้ตายให้น้อมไปในพุทธคุณ ก่อนหน้านั้นอาจเห็นนิมิตไม่ดีเมื่อเปลี่ยนมาเป็นกุศลจิตก็ไปเกิดในที่ดีได้


8.เวลานั่งสมาธิทำไมไปเห็นสว่างอยู่ข้างในครับ

คำตอบ
นั้นเป็นนิมิตทางแสงสว่าง (โอภาส) เมื่อจิตมีความสงบมีสมาธิ ก็นิมิตเป็นแสงสว่างอาจปรากฏอาจอยู่ภายในหรือภายนอกตน


9.การบรรลุธรรมสูงสุด (พระอรหันต์) ต้องบวชภายใน 7 วัน ถ้าไม่บวชจะต้องตาย (ละสังขารหรือร่างกาย)ภายใน 7 วันจริงหรือไม่

คำตอบ
นั่นเป็นตำรากล่าวไว้ ว่าเมื่อกลายสภาพเทพแล้วร่างกายมนุษย์ก็ไม่สามารถรองรับได้


10.เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วทำไมพระพุทธเจ้ายังให้พระอรหันต์เข้าสมาบัติ

คำตอบ
สมาบัติเป็นเหมือนเครื่องอยู่หรือวิหารธรรม เป็นการดับทุกข์ในขณะที่กายยังเสวยอารมณ์เพราะมีทุกข์จากขันธุ์ห้าอยู่แม้จิตจะปราศจากทุกข์แล้ว การเข้าสมาบัติเหมือนการเข้าเสวยวิมุติสุขอยู่


11.ไม่ชอบปฏิบัติแบบรูปแบบ แต่ชอบรู้กายและใจตลอดเวลา ทำถูกหรือไม่และควรแก้ไขอย่างไร

คำตอบ
การปฏิบัติเมื่อดำเนินไปแล้วต้องปลดจากรูปแบบทั้งหมด ถูกต้องแล้ว


12.ปฏิบัติสัมมาอรหัง จนเป็นปิติควรจะปฏิบัติอย่างไรต่อ ภวังค์จิตคืออะไรค่ะ

คำตอบ
ปฏิบัติจนปิติถ้าจะต่อไปทางสมถะ ก็จะเพ่งให้จิตรวมตัวยิ่งขึ้น เช่นเห็นนิมิตให้จิตเห็นดวงแก้วดวงไฟให้ขยายย่อ (ปฏิภาคนิมิต) เมื่อถึงที่สุดก็เข้าอัปนาสมาธิถ้าจะวิปัสสนา ก็กำหนดรู้สภาวะ ดูสภาวะปิติ ดูอาการจิต สภาพรู้เห็นความเปลี่ยนแปลง

ภวังคจิต คือจติที่รักษาภพคือจิตที่ยังไม่ชาดไปจากภพนี้ คือขณะหลับนั่นเอง คือแม้ไม่รับรู้อะไร แต่ก็ยังไม่ขาดจากภพนี้ แม้ขณะนั่งอยู่บางที่ก็ตกไปในภวังคจิตแล้วกลับมารับรู้อารมณ์แต่เป็นภวังคจิตสั้น ๆ

 


13.คนเคยรวย ตอนนี้หมดตัว ควรกำหนดรูปนามเพื่อตัดทุกข์อย่างไรดี

คำตอบ
ให้พิจารณาเมื่อเสียทรัพย์แล้วอย่าให้เสียซ้ำคือเสียใจเสียจิต เสียแล้วควรได้ คือได้สติปัญญาข้อคิด เช่นเห็นว่าเป็นวิบากกรรมเป็นอกุศลวิบากเป็นผลที่เราทำไว้เอง ใช้คืนไปก็จะได้เบาบางจากหนี้กรรมไป และพิจารณาอื่น ๆ รวมทั้งเจริญสติระลึกรู้สภาวธรรมในตัวเอง ขณะที่เราสูญเสีย พลัดพรากจากสิ่งที่เรารักก็มาระลึกรู้อารมณ์ด้วยความปล่อยวาง เป็นการเจริญจิตตา ,ธรรมานุปัสสนา สติปัฎฐาน จะเห็นไตรลักษณ์ จะเอาวิกฤตนี้มาเปลี่ยนเป็นกุศล ให้น้อมนำตัวเข้ามาปฏิบัติธรรม


14.ทำอย่างไรให้พ่อดื่มเบียร์น้อยลง (ลูกนัท)

คำตอบ
ต้องทำตัวของหนูให้ดี เชื่อฟังพ่อแม่ เมื่อดีแล้วขออะไรจากพ่อแม่พ่อจะได้เชื่อ


15.ทำอย่างไรที่จะทำให้ชาวพุทธมีศรัทธา ที่มั่นคงในหลักของพระพุทธศาสนาได้เข้าวัดฟังธรรมทุกเสาร์หรืออาทิตย์แทนจากที่เคยได้มีโอกาสรู้จักผู้นับถือศาสนาคริสต์ จะมีศรัทธามั่นคงมาก สละทั้งทรัพย์ทั้งกำลังกายในการเผยแผ่คำสอน และไปโบสถ์ทุกสัปดาห์ (วันอาทิตย์)

คำตอบ
ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผลดีขยายไปถึงคนรอบข้างให้เห็นว่าการปฏิบัติธรรมเป็นผลดี ให้ความสงบร่มเย็น คนใกล้ชิดจะเกิดศรัทธาส่วนที่จะไปช่วยคนอื่น ก็ดูตามกำลังของเราและไม่ต้องไปทุกข์สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมพระพุทธองค์ยังช่วยคนไม่หมดเลย เรายังถูกทิ้งอยู่เลยนะ


16.การฝึกสมาธิจนจิตสงบ แล้วใช้วิปัสสนาเข้าช่วยพิจารณากายานุปัสสนาจนทิ้งกายหายไปเหลือแต่พลังงานจิตนิ่งอยู่ ถึงขณะนี้ควรปฏิบัติอย่างไร (หรือควรตามดูจิตไปเรื่อย ๆ )

คำตอบ
ดีแล้ว ควรตามดูรู้กายและจิต ในความนิ่งนั้น ให้เห็นความเปลี่ยนแปลง หรือความเกิดดับเห็นไตรลักษณ์ ถ้านิ่งอยู่เฉย ๆ จะไม่เห็นไตรลักษณ์ แต่จริง ๆ แล้วในความนิ่งนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลง เกิดดับ ต้องใช้ความแยบคายด้วยความเป็นกลาง


17.ทำอย่างไรที่จะเชิญชวนให้พระสงฆ์ทุกวัดได้เจริญจิตภาวนา หลังการทำวัตรเช้า-เย็น และอุทิศส่วนกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถและกษัตริย์ไทยทุกพระองค์
-อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และคลื่นยักษ์
-แผ่เมตตาให้แก่ผู้ที่ให้ร้ายต่อประเทศไทยกลับมาคิดดีเพื่อให้ประเทศเกิดความสงบ

คำตอบ
เป็นเรื่องของผู้บริหาร ผู้มีหน้าที่จะจัดการ ต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน


18.ขณะนั่งสมาธิ กายจะเบาร่างโยกเอน ถามว่าร่างกายจริงโยกเอนหรือไม่

คำตอบ
ทำไมไม่ดูว่าโยกเอนหรือเปล่า
นั่นเป็นอาการของปิติ บางคนโยกมากโยกน้อย ให้ระลึกรู้เข้ามาที่จิตใจ (ผู้ถามคงดูเฉพาะร่างกาย) ต้องหันมาดูที่จิตที่ใจผู้รู้


19.เราจะทราบได้อย่างไร ว่าเราปฏิบัติจนบรรลุญาณ 16 แล้ว จะรู้ด้วยตนเอง หรือต้องให้ครูบาอาจารย์บอก แล้วจะมีสัญญาณ อย่างไรว่าเราได้ละสังโยชน์ 3 ข้อแล้วอย่างสมุทเฉจปหาน

คำตอบ
ท่านกล่าวว่าผู้ผ่านญาณ 16 แล้ว ต้องพิจารณามรรค ผล นิพพานที่ตนถึงผู้ที่ศึกษาปริยัติมามาก จะพิจารณากิเลสที่เหลืออยู่และกิเลสที่ละได้แล้ว ท่านต้องรู้ตัวของท่านเอง


20.จิตที่ชอบคิดอกุศล จะมีวิธีการแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

คำตอบ
ต้องรู้ว่าอกุศล บาปเป็นสิ่งไม่ดี ต้องเตือนใจตัวเอง รู้ใจตัวขณะเกิดอกุศลเช่น โลภะ ราคะ ความตระหนี่ ความอิจฉา ต้องตามรู้สิ่งต่าง ๆ แล้วใช้เป็นกรรมฐานและสะสมเหตุปัจจัยกุศลมากขึ้น จะช่วยให้จิตใจห่างไกล จากอกุศล ตัดกำลังหรือกองพลของอกุศล เจริญทานศีลภาวนา สะสมกองพลของฝ่ายกุศล

 

สอบถาม ให้คำแนะนำที่ => webmaster@kanlayanatam.com