1.ถ้าลูกล่วงเกินพ่อแม่ ทั้งกาย วาจา ใจ แต่เมื่อลูกรู้ผิด ลูกจะขอขมาพ่อแม่ พ่อแม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว จะทำอย่างไร
คำตอบ
ถ้ามีความประสงค์จะขอขมาพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว ทำได้ด้วยไปจุดธูปบอกขอขมา
หน้าโกฐ (ภาชนะบรรจุกระดูกที่เผาแล้ว) ที่ฮวงซุ้ย (หลุมฝังศพ) หรือ หน้ารูปถ่ายของท่านก็ได้
2.เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้ว จะตอบแทนบุญคุณท่านได้อย่างไร
คำตอบ
ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ
3.การกำหนดจิตเมื่อใกล้จะตายต้องทำยังไง เพราะใกล้ตายจะหายใจเข้า-ออกไม่ได้ ทำให้ตกใจ ทำไมหายใจไม่ได้ ทำให้กำหนดจิตหรือสวดมนต์หรือนึกสิ่งดี ๆ ที่ทำไม่ได้ เพราะจิตกังวลตกใจทำไมหายใจไม่ได้ จิตจะฟุ้งซ่านต้องกำหนดยังไง
คำตอบ
ไม่จำเป็น ดูตัวอย่างอุปติสสะ ฟังธรรมจากพระอัสสชิ เพียงประโยคเดียว โยนิโสมนสิการแล้วได้ดวงตาเห็นธรรมบรรลุเป็น ฆราวาสโสดาบัน ต่อมาบวชเป็นพระสารีบุตร นั่งฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนหลานชายของพระสารีบุตรเรื่อง กายานุปัสสนากรรมฐานและต่อด้วย เวทนานุปัสสนากรรมฐาน พระสารีบุตรโยนิโสมนสิการ แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์
4.ศาสตร์และศิลป ผสมผสานกันได้หรือไม่อย่างไรคำตอบ
ศาสตร์เป็นระบบวิชาความรู้ ส่วนคำว่าศิลป เป็นเรื่องของฝีมือทั้งสองผสมผสานกันได้ เช่นถ้ามีความรู้เรื่องทศชาติ(พระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี)
แล้วมีฝีมือในทางวาดรูปก็สามารถประดิษฐ์เป็นภาพไว้ที่ผนังอุโบสถได้
5.คนป่วยหนักอยู่ในห้อง ICU ไม่รู้สติแล้วแม้มีลมหายใจ ถือว่าตายแล้วใช่ไหมในทางธรรม แล้วเขาไปเกิดใหม่แล้วหรือยังคะคำตอบ
เมื่อใดที่จิตใจออกจากร่างกาย และไม่กลับเข้าสู่ร่างเดิมอีก ในทางธรรมถือว่าตาย ถ้าเป็นการตายตามอายุขัย จิตจะเข้าไปอยู่(ปฏิสนธิ)ในร่างใหม่ถือว่าไปเกิดใหม่แล้ว เช่น เกิดเป็นเทวดา นางฟ้า เดรัจฉาน เปรต ฯลฯ แต่ถ้าตายก่อนอายุขัยจะมาถึง เช่น อายุขัยถูกกรรมกำหนดไว้ 60 ปี ถ้าถูกรถชนตายเมื่ออายุ 40 ปี เขาจะยังไม่ไปเกิดใหม่ แต่จะอยู่ในรูปกายทิพย์ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เรียกว่าตายไปเป็น สัมภเวสี
คนที่อยุ่ในห้อง ICU ไม่รู้สติมี แต่ลมหายใจอยู่ถือว่ายังไม่ตาย ถ้าใช้เครื่องมือวิทยาสาสตร์ ช่วยให้มีลมหายใจ ส่วนใหญ่ จิตยังคงสถิตอยู่ในร่าง ยังไม่ตาย แต่กรณีพิเศษ มีจิตบางดวงสามารถทิ้งร่างไปแล้ว แม้จะมีลมหายใจอยู่ อย่างนี้ถือว่าตาย(ความรู้อย่างนี้เรียกว่าอภิญญา)
6.ทำอย่างไรจะให้ การติด น้อยลงในชีวิตประจำวันคำตอบ
ต้องเจริญสติให้มีกำลังมาก แล้วใช้ภาวนามยปัญญาพิจารณาขันธ์ 5 ตามกฎไตรลัษณ์ เมื่อใดที่เห็น ขันธ์5 อนัตตาได้การยึดติดจะหมดไป
7.กรุณาอธิบายการพิจารณารูป-นาม โดยพิจารณารูป (เดิน,ยืน,นั่ง,นอน) แล้วพิจารณานามต่อไปนั้นพิจารณาอย่างไร กรุณาอธิบายด้วยค่ะ|
คำตอบ
การพิจารณารูป นาม ในอิริยาบถใหม่ (ยืน, เดิน, นั่ง, นอน) ถ้าจะอธิบายให้ละเอียด คงเขียนวิธีปฏิบัติได้สัก 1 เล่ม เพื่อให้มีประสบการณ์ เข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง คงต้องสละเวลาสัก 30 วัน นำตัวเองเข้าปฏิบัติอย่างเข้มงวดกับครูสอนกรรมฐาน เขาจะได้สาธิตให้ดู (ต้องขออภัยที่ไม่อาจเขียนตอบในรายละเอียดได้)
8.ครูบาอาจารย์ที่สอนปฏิบัติธรรมใช้วาจาแรง ๆ ทำให้ผู้ปฏิบัติกำหนดไม่ได้ โกรธตอบ บาปไหม ต้องขอขมาหรือไม่
คำตอบ
ครูสอนใช้วาจาแรง ก็เป็นเรื่องของครูที่แต่ละคนมีนิสัยไม่เหมือนกัน ไม่ฉลาดเองที่ไปรับเอาเสียง (ขัดใจ) ของครูมาเป็นอารมณ์ เหตุเพราะตัวเองขาดสติ จิตจึงตกเป็นทาสของเสียงเลยมีอารมณ์หวั่นไหว โกรธครู บาปแน่นอน ถ้าอยากมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม ควรต้องขอขมาครูฝึ
9.ทำงานบริษัทเอกชน เป็นการพาณิชย์ผู้เป็นลูกจ้างได้บุญหรือบาปที่เบียดเบียน
คำตอบ
การเบียดเบียนเป็นบาปแน่นอน คนสั่งให้เบียดเบียนบาปมากกว่า คนรับคำสั่งให้เบียดเบียนบาปน้อยกว่าคนสั่ง
10.กรุณาช่วยแนะนำ สถานที่ปฏิบัติกรรมฐานด้วยครับ
คำตอบ
สถานปฏิบัติธรรมมีหลายแห่ง เลือกที่ตัวเองไปได้สะดวกและเป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การเจริญสติและประคับประคองสมาธิ นอกจากสถานที่แล้วยังต้องเลือกครู ถ้าครูสอนแล้วเกิดสมาธิใช้ได้ ถ้าครูสอนแล้วทำให้เราเกิดปัญญาเห็นแจ้ง จิตไม่ตกเป็นทาสของสิ่งต่างๆ สอนไม่ให้ยึดติดโลกธรรม และวัตถุ สอนให้ใช้ปัญญาปลดปล่อยจิตวิญญาณให้เป็นอิสระ ไม่ติดในภพชาติ ควรจะนำตัวไปเป็นศิษย์กับครูประเภทนี้
11.จะมีวิธีลด ละ เลิก ความคิดที่ไม่ดีทั้งหลายได้อย่างไร
คำตอบ
ถ้าอยากจะ ลด ละ เลิก ความคิดที่ไม่ดี ต้องเจริญสติให้มีกำลัง ซึ่งเป็นฐานให้จิตเกิดสมาธิ ใช้จิตที่เป็นสมาธิไปพิจารณาสติปัฏฐาน 4 จนเกิดเป็นวิปัสสนาญาณ ซึ่งเป็นปัญญาเห็นทุกระดับ โลกุตระ หรือเรียกว่าเป็นสัมมาทิฏฐิในมรรค 8 เมื่อความเห็นถูกเกิดขึ้นแล้ว ความคิดถูก (สัมมาสังกัปปะ) ย่อมเกิดตามมา ทำให้ความคิดที่ไม่ดี (มิจฉาสังกัปปะ) ดับไป
12.การที่มีคนใกล้ชิดเราต่อต้าน ไม่พอใจ ในการมาปฏิบัติธรรม (ถือศีล8) ของเราจะทำอย่างไรดี เขามองเห็นว่าการปฏิบัติธรรมไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ
คำตอบ
คนใกล้ชิดต่อต้าน ไม่พอใจที่เรามาปฏิบัติธรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนที่ไม่เห็นด้วย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนใกล้ชิด แต่อยู่ที่ตัวเราเอง ต้องดูตัวเองว่าหน้าที่ในครอบครัวที่เราต้องรับผิดชอบ บกพร่องหรือไม่ งานของสังคมครอบครัวต้องทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ได้ก่อน งานปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องส่วนตัวต้องมาทีหลัง ถ้าทิ้งงานส่วนรวมแล้วไปทำงานส่วนตัว (ปฏิบัติธรรม) ถือว่าไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ คนใกล้ชิดเดือดร้อนและไม่เห็นด้วย ควรถูกตำหนิ
แท้จริงแล้วการปฏิบัติธรรม อยู่ที่บ้านสามารถทำได้ ทุกอิริยาบถที่ทำงานในปัจจุบัน สามารถใช้เป็นอุบายฝึกจิตให้มีสติได้ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นทวารหรือช่องทางให้สิ่งกระทบภายนอก เข้าไปรบกวนจิตให้เกิดเป็นอารมณ์ หากเรามีสติคุมช่องทางทั้ง 6 (อินทรียสังวร) ได้ จิตจะไม่ถูกสิ่งกระทบภายนอกเข้ารบกวน จิตจะมีอารมณ์สงบ ก็นับว่าเป็นการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ฉะนั้นคนที่มีสติมั่นคง ทุกขณะตื่นถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมได้
13.จิตอิสระอย่างที่ท่านดร.บรรยายมา ปุถุชนธรรมดาจะสามารถทำได้หรือ ต้องเป็นผู้ที่ได้ญาณ 16 แล้วหรือไม่ จึงจะมีคุณธรรมอย่างเช่นที่ท่านบรรยายมา
คำตอบ
ปุถุชน เช่น บุคคลผู้มีปฏิปทาแบบโพธิสัตว์ สามารถทำได้ เพราะว่าเขาพัฒนาจิตให้มีสติอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องผ่านฌาน 16 ก็สามารถทำได
14.การปฏิบัติธรรมควรจะมีครูบาอาจารย์ ใกล้ชิดเพื่อสอบอารมณ์ให้หรือไม่ เพราะปฏิบัติมาได้ระยะหนึ่งเพื่อนบอกว่า หลงทาง ควรจะมีครูบาอาจารย์ตรวจสอบให้หรือไม่คะ
คำตอบ
การปฏิบัติธรรม เพื่อไม่ให้หลงทาง และทำให้การปฏิบัติฯ ได้ผลรวมเร็ว ควรนำไปปฏิบัติฯ ที่มีครูบาอาจารย์ควบคุมใกล้ชิด
15.เพื่อนบอกว่าการจะไปนิพพานสมบัติ ควรต้องมีมนุษย์สมบัติก่อนจริงหรือไม่ จำเป็นหรือไม่ มนุษย์สมบัติ มีขอบเขตแค่ไหน ความหมายเป็นเช่นใดบ้าง
คำตอบ
ควรต้องมีมนุษย์สมบัติ กินอยู่ใช้สอยเท่าที่จำเป็นให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ ภิกษุในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้ากำหนดให้มีเครื่องใช้สอยเพียง 8 อย่าง (อัฐบริขาร) เจ้าชายสิทธัตถะทิ้งสมบัติของพระราชา เจ้าชายอนุรุทธปฏิเสธตำแหน่งพระราชาแล้วออกบวช ปิปผลิมาณพ (พระมหากัสสปะ) ยกสมบัติเศรษฐีให้ภรรยา แล้วออกบวช ภัททกาปิลานีภรรยาของปิปผลิมาณพ ยกสมบัติให้บริวารแล้วออกบวช ฯลฯ ท่านเหล่านี้กลับไปดำเนินชีวิตแบบมักน้อย กินอยู่ใช้สอยเท่าที่จำเป็น ได้ปฏิบัติธรรม บรรลุธรรม ได้นิพพานสมบัติไปทั้งหมดแล้ว
16.อาจารย์ได้พูดถึงเรื่องการหาความสุขโดยมีสติ อยู่ที่ไหนก็มีความสุขได้แต่ภาพทางเศรษฐกิจ ยังคงต้องการ คนที่หาความสุข โดยการแสวงหาสถานที่สวย ๆ จะขัดแย้งกัน ควรจะเข้าใจว่าอย่างไร
คำตอบ
คนที่หาความสุขด้วยการแสวงหาสถานที่สวยๆ (กามสุข) กับการมีสติคุมใจ แล้วเห็นเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ จิตปล่อยวางเป็นอิสระ จิตไม่ปรุงอารมณ์ (สุขจากจิตสงบ) ความสุขทั้ง 2 อย่างต่างกัน เข้ากันไม่ได้ อริยบุคคลทุกท่านรวมปุถุชนโพธิสัตว์ สละทิ้งความสุขอย่างแรก แล้วมาแสวงหาความสุขอย่างหลัง (ดูคำตอบข้อ 15 เสริม)
17.คนตามบอดในปัจจุบันชาติ แต่ได้รับผลอกุศลวิบากกรรมโดย (ผ่าขยายหลอดเลือดหัวใจ) ทำให้ตาย และถูกคุณหมอกลั่นแกล้ง ไม่ทราบว่าจะได้รับผลอย่างไร และผู้ตายเกิดใหม่จะดีไหมค่ะ
คำตอบ
บุคคลที่สร้างอกุศลกรรมไว้ก่อน เมื่อกรรมให้ผล จะให้ผลเป็นอกุศลวิบาก เช่น พิการ เจ็บป่วย ทรมาน ฯลฯ เมื่อกำลังตาย หากจิตดวงสุดท้ายหลุดออกจากร่างด้วยอาการขาดสติเมื่อจิตไปปฏิสนธิในร่างใหม่ จะได้ร่างของสัตว์ในทุคติภูมิ (นรก เปรตอสุรกาย เดรัจฉาน)
18.จิตมักคิดปรามาสพระรัตนตรัย จะมีวิธีแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร การขอขมาพระรัตนตรัย จะแก้บาปกรรมนี้ได้หรือไม่
คำตอบ
คนที่ปรามาสพระรัตนตรัย ปฏิบัติธรรมไม่สำเร็จ การขอขมาฯ ด้วยใจ ควรกระทำต่อหน้าพระประธานในโบสถ์ หรือหน้าเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุสามารถทำได้ แต่เมื่อขอขมาแล้วต้องไม่ละเมิดอีก
19.กรรมที่เกิดจากการล่วงเกินสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความคะนอง จะบรรเทาเบาบางได้อย่างไร
คำตอบ
การล่วงเกินสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้านึกได้และไม่ต้องการให้ตัวเองได้รับโทษ ต้องกล่าววาจา ขอขมา
20.กรรมต่อสรรพสัตว์ที่เกิดจากเจตนาที่ดีความไม่รู้กลับทำให้สัตว์นั้น ๆ ตายไป จะบรรเทาเบาบางได้อย่างไร
คำตอบ
ทำบุญ (ดูบุญกิริยาวัตถุ 10) แล้วอุทิศกุศลให้
21.กายที่มีโรครบกวน ทำให้จิตสงบลงได้ยาก จะมีอุบายใดรักษาจิตให้สงบลงได้ดี
คำตอบ
ปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน และใช้วิธีการทางการแพทย์บำบัด
22.จิตที่สงบลงแล้วโน้มนำไปดูอดีตและอนาคต จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องจิตฟุ้งซ่านหรือเรื่องจริง
คำตอบ
จิตที่สงบลงแล้วโน้มนำไปสู่อดีตและอนาคตได้ ถ้าเป็นอภิญญา (ความรู้ขั้นสูง) ต้องมีจิตสงบจนถึงระดับฌานจึงจะเกิดญาณเข้าสู่อดีตและอนาคตได้ (เรื่องจริง) แต่ถ้าจิตยังสงบไม่ถึงระดับฌาน การโน้มนำไปสู่อดีตและอนาคตนั้นเป็นเพียงจินตนาการของจิตเท่านั้น (จิตฟุ้งซ่าน)
23.พ่อที่ลูกกล่าววาจาด้วยไม่ดี ไม่ปรารถนาให้ลูกตกสู่ความลำบาก จะยกโทษแก่ลูกโดยที่ลูกยังไม่ขอโทษได้หรือไม่
คำตอบ
พ่อกล่าวคำยกโทษให้ได้ แต่ลูกยังไม่เปิดใจรับ(ยังไม่ขอขมา) ลูกยังคงต้องรับผลจากอกุศลกรรมอยู
24.ในอดีตเคยทำกรรมไว้มาก แต่ตอนนี้สำนึกได้จึงหันมาปฏิบัติธรรม โดยเริ่มจากการสวดมนต์เป็นประจำและพยายามรักษาศีล 5 แต่ใจยังไม่สงบมักย้อนไปคิดเรื่องในอดีตเสมอทำอย่างไรจึงจะหยุดคิดถึงความผิดพลาดในอดีตได้คะ การแก้กรรมต่าง ๆ ตามที่มีบางท่านแนะนำ มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด และหากเจ้ากรรมนายเวรยังไม่อโหสิกรรมให้เราจะทราบได้อย่างไร
คำตอบ
เมื่อรักษาศีล 5 แล้ว เมื่อสวดมนต์แล้ว เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว ต้องอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ที่เป็นเหตุให้จิตหวลกลับไปคิดถึงเรื่องที่ไม่ดีในอดีต อุทิศบุญกุศลอยู่เรื่อยๆ ทำบ่อยๆ ทำไม่หยุด และขณะเดียวกัน หยุดทำกรรมชั่ว แต่ไม่หยุดทำกรรมดี โอกาสที่จิตจะไม่กลับไปคิดถึงเรื่องไม่ดีในอดีต มีได้เป็นได้ ถ้าถามว่าจะนานเท่าไร ไม่สามารถตอบได้ อยู่ที่เจ้ากรรมนายเวรเขาจะพอใจยกเลิกการจองเวรด้วยตัวของเขาเอง
25.ต้นไม้ มีจิตไหม
คำตอบ
ต้นไม้มีรูป (body) ไม่มีนาม (no mind)
26.ถ้าจิตเวียนมาเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ จิตทั้งหมดมีจำนวนเท่าเดิมตลอดหรือ
คำตอบ
จิตที่เวียนตาย - เกิด ในสังสารวัฏ รวมถึงจิตที่เวียนมาเกิดเป็นมนุษย์ มีจำนวนเท่าเดิม ยกเว้น จิตที่ทิ้งรูปเข้านิพพานแล้ว จำนวนลดล
27.จิตเกิดจากไหน ตั้งแต่เริ่ม
คำตอบ
จิตมีอยู่ดั้งเดิมในธรรมชาติ (อย่าคิดมาก จะหาข้อยุติไม่ได้)
28.จิตที่ปราศจากการปรุงแต่งจะมีลักษณะอย่างไร
คำตอบ
มีลักษณะสงบ
29.การปฏิบัติแบบยุบหนอพองหนอเป็นหนทางสู่ความสำเร็จอย่างไร
คำตอบ
ปฏิบัติ เพียงแค่ยุบหนอ - พองหนอ เป็นการทำให้จิตมีสติเพิ่มขึ้น มีผลทำให้จิตนิ่งเป็นสมาธิ แล้วต้องนำพลังสมาธินั้นไปพิจารณาสติปัฏฐาน 4 (กาย เวทนา จิต ธรรม) เพื่อทำให้จิตเกิดปัญญาที่เห็นแจ้ง คือ เห็นสรรพสิ่งเข้าสัมผัสจิต เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ ไม่มีตัวตน จิตจะปล่อยวางไม่ตกเป็นทาสของโลกธรรมและวัตถุ จิตมีความเป็นอิสระ อย่างนี้จึงจะเรียกว่าสำเร็จ
30.ดิฉันมีศรัทธาที่จะทำบุญกุศลตามที่สำนักต่าง ๆ ด้วยจิตที่บริสุทธิ์จริง ๆแต่ขาดปัจจัยเพราะยากจนมากต้องใช้หนี้สิน จึงเกิดความข้องคับใจ อยากจะให้อาจารย์แนะนำว่า ควรปฏิบัติอย่างไร จึงจะได้บุญกุศลกับเขาบ้าง และชาติหน้าจะขัดสนไหม ในเมื่อชาตินี้ก็ยังไม่มีปัจจัยจะทำบุญกุศล
คำตอบ
อยากได้บุญกุศล ต้องปฏิบัติตามแนวบุญกิริยาวัตถุ 10 บ่อยๆ เลือกข้อที่ตนเองสามารถปฏิบัติได้
1. ทำบุญด้วยการให้เป็นสิ่งของ
2. ทำบุญด้วยการประพฤติดี (รักษาศีล)
3. ทำบุญด้วยการอบรมจิตภาวนา (ปฏิบัติกรรมฐาน)
4. ทำบุญด้วยการทำตัวเองให้มีความอ่อนน้อม
5. ทำบุญด้วยการขวนขวายรับใช้ผู้อื่น
6. ทำบุญด้วยการแผ่ความดีที่ตนทำให้ผู้อื่น
7. ทำบุญด้วยการมีใจยินดีในความดีของผู้อื่น
8. ทำบุญด้วยการฟังธรรม
9. ทำบุญด้วยการเทศน์ธรรม
10. ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ถูกตรง
31.เวลาปฏิบัติมักมีอารมณ์ทางเพศเกิดขึ้นแก้อย่างไร
คำตอบ
เวลาปฏิบัติธรรมแล้วมีอารมณ์ทางเพศเกิดขึ้น แก้ ดังนี้
1. รับประทานอาหารให้น้อยลง (10 ช้อน/วัน, น้อยกว่า)
2. รับประทานมังสวิรัติ
3. นอนให้น้อย (4 หรือ 3 ชั่วโมง/ วัน) เวลาที่เหลือ ปฏิบัติธรรมไม่หยุด
4. พิจารณาดูซากศพหญิงสาวที่กำลังขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น (ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้านำสาวกไปดูศพของสิริมา)
ฯลฯ
32.หลักการทำวิปัสสนากรรมฐานทำอย่างไร
คำตอบ
หลักการทำวิปัสสนากรรมฐาน ต้องเอาตัวเองเข้าปฏิบัติ ทำ 2 เรื่อง คือ ทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ (สมถกรรมฐาน) แล้วทำจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง (วิปัสสนากรรมฐาน)
33.การทำวิปัสสนาต้องทำสมาธิก่อนหรือไม่และสมาธิต้องเข้าสู่สภาวะอะไรจึงจะทำวิปัสสนากรรมฐานได้
คำตอบ
จิตต้องเกิดสมาธิก่อน จึงจะทำวิปัสสนากรรมฐานได้ สำหรับผู้ฝึกใหม่ จิตต้องเข้าถึงสมาธิระดับกลาง (อุปจารสมาธิ) จึงจะนำไปพัฒนาจิตให้เกิดวิปัสสนาญาณได้ แต่ผู้ที่ชำนาญแล้วเพียงแค่สมาธิเบื้องต้น (ขณิกสมาธิ) ก็ทำให้จิตเกิดวิปัสสนาญาณได้
34.โลกียปัญญา กับโลกุตรปัญญามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร
คำตอบ
โลกิยปัญญา คือ ปัญญาที่ยังข้องเกี่ยวโลก เมื่อใช้โลกิยปัญญานำชีวิตแล้ว ชีวิตยังต้องเวียน ตาย เกิด ในวัฏฏะสงสาร ส่วนโลกุตตรปัญญา เป็นปัญญาหลุดโลก เมื่อใช้นำชีวิตแล้ว ทำให้เปลี่ยนจากปุถุชนไปเป็นอริยบุคคล แล้วสุดท้าย นำชีวิตออกจากวัฏฏะสงสารเข้านิพพานได้
35.สามีของข้าพเจ้าทอดทิ้งข้าพเจ้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นประมาณ 3 ปีแล้วข้าพเจ้าจะใช้ปัญญาเห็นแจ้งดับ ปัญหาให้หมดได้อย่างไร จิตใจจะได้สงบไม่ทุกข์เสียที
คำตอบ
จะใช้ปัญญาเห็นแจ้งดับปัญหาให้หมดได้อย่างไร? ผู้ถามปัญหานี้รู้เรื่องปัญญาเห็นแจ้ง แต่ไม่มีปัญญาเห็นแจ้งอยู่กับตัวเอง จิตยังไม่สงบยังทุกข์อยู่ วิธีแก้คือ พัฒนาจิตตัวเองให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งด้วยการนำตัวเองเข้าปฏิบัติกรรมฐานจนเกิดมรรคผลได้ดวงตาเห็นธรรม ปัญหาที่ตามมาจะแก้ได้หายขาดไปจากใจ จริงแท้แน่นอนครับ
36.กินเนื้อสัตว์อย่างไรจึงไม่ถูกจองเวร
คำตอบ
ก่อนกินเนื้อสัตว์ให้กล่าวคำที่เป็นภาษาบาลี ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า อะนิจจา วะตะ สังขารา........................และจบลงด้วย..........................นัตถิ เม เอตถะ สังสะโย (ดูเหมือนสวดมนต์หัวข้อ บังสุกุลตาย)
37.คนสร้างเหตุไปอยู่อบายภูมิมากมายแต่ทำไมคนจึงเพิ่มมากขึ้นทุกปีจนประชากรจะล้นโลก
คำตอบ
มนุษย์มีอายุยืน 100 ปี จะเห็นวิวัฒนาการของประชากรโลกในช่วง 100 ปี เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา มีอายุยืน 500 ปีทิพย์ (9 ล้านปีมนุษย์) บางช่วงอายุของเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา อาจจะเห็นว่าโลกนี้ไม่มีมนุษย์อยู่เลย
ฉะนั้นถ้าท่านมาเกิดเป็นมนุษย์ในช่วงประชากรโลกที่กำลังเพิ่มจะเห็นอย่างที่เป็นในปัจจุบัน หากท่านมาเกิดเป็นมนุษย์ในช่วงที่คนจำนวนมากพากันไปเกิดในอบายภูมิ จะเห็นจำนวนประชากรโลกเป็นตรงข้ามกับปัจจุบันก็ได้ แต่หากไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดังกล่าวจะเห็นได้หลากหลายกว่านี้
38.ในหนังสือประวัติพระแม่เจ้าจามเทวีตอนเฉลยปัญหาธรรมที่พระเถระ 2 รูป พูดถึงการเสพเนื้อ และพืช ช่วยอธิบายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
คำตอบ
ในการปฏิบัติธรรม ถ้ารับประทานเนื้อสัตว์ร่างกายจะใช้เวลายาวนาน ในการย่อยอาหารและปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย ทำให้การปฏิบัติได้ผลเนิ่นช้า อีกประการหนึ่งรับประทานเนื้อสัตว์ทำให้มีความกำหนัดเพิ่ม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญสติ
39.ทำไมมนุษย์ในปัจจุบันจึงมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาแสดงว่าสัตว์หรืออมนุษย์ต่างๆ ทำความดีแล้วกรรมดีส่งผลให้เกิดเป็นมนุษย์เพิ่มขึ้นใช่หรือไม่
คำตอบ
ตอบว่าใช่
40.พระอรหันต์หรือผู้ที่ได้นิพพานแล้วจิตไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกแล้ว หมายความว่าจิตดับไปหรือเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นใช่หรือไม่ หรือจิตไม่เป็นอะไรคะ
คำตอบ
ข้อนี้ไม่มีประสบการณ์ ขออภัยตอบไม่ได้
41.หากว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ เป็นผู้ไม่มีศีลและเคยทำบาปมารุนแรงให้ลูกเห็น/ทราบ และยังปฏิบัติไม่ดีอยู่กับลูก ถ้าลูกพูดจาตักเตือน สั่งสอน บิดา/มารดาจะบาปไหม
คำตอบ
ถ้าเป็นการตักเตือนสั่งสอนด้วยกุศลเจตนาไม่เป็นบาปตัวอย่างพระสารีบุตร เทศน์โปรดโยมแม่จนได้ดวงตาเห็นธรรม พระพุทธเจ้าเทศน์โปรดพระพุทธบิดา(พระเจ้าสุทโธทนะ)ได้เป็นพระอรหันต์และเทศน์โปรดพุทธมารดาจนได้เป็นสิริมหามายาเทพบุตรโสดาบัน
42.ขณะปฏิบัตินั่งสมาธิพอจิตจะนิ่งเกิดความคิดอกุศลจิตเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งก็มีภาพเช่น คนทีไม่เคยรู้จักมาก่อน จะมีหลักพิจารณาอย่างไร ค่ะ ไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น
คำตอบ
ขณะนั่งปฏิบัติกรรมฐาน หากเกิดความคิดอกุศลขึ้นมาแก้โดยการบริกรรมว่า คิดหนอๆๆ เรื่อยๆไปจนความคิดอกุศลดับไปเช่นเดียวกันเมื่อมีภาพคนที่ไม่รู้จักปรากฎขึ้นให้บริกรรมว่าเห็นหนอๆๆเรื่อยไปจนภาพนั้นหายไป แล้วดึงจิตกลับมาสู่องค์ภาวนาเดิมที่ทำอยู่
43.ในชีวิตมีปัญหากับมารดา ควบคุมมาก อารมณ์ร้อนโมโหง่าย แม้แต่การอธิษฐานขอพรพระยังขอให้ลูกขอเหมือนกับตัวเองทุกอย่าง เช่นให้ขายบ้านได้เป็นต้น ถ้าไม่เชื่อจะโกรธ จะทำอย่างไรดีค่ะ
คำตอบ
แก้ปัญหาด้วยการไม่โต้แย้ง(นิ่ง)แล้วทำตัวเองให้มีเมตตา ทุกครั้งที่มีปัญหาต้องนิ่งแล้ว กำหนดจิตว่า ขอให้แม่จงเป็นสุข แผ่เมตตาให้แม่บ่อยๆเมื่อเราไม่หวั่นไหว เรานิ่งได้ เราเย็นได้ แม่จะมีอารมณ์สงบไปเอง |