หลวงปู่พุทธะอิสระ ประวัติ หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม ( ฉายาปัจจุบัน ) ท่านเป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่บรรพบุรุษตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครปฐม โยมพ่อชื่อนายชมภู โยมแม่ชื่อนางอัมพร นามสกุล ทองประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๙๙ แต่ได้ไปแจ้งเกิดช้า ดังนั้นในใบสุทธิพระจึงระบุว่าเกิดวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ มีคนเคยมาถามหลวงปู่ว่า ทำไมหลวงปู่จึงยังดูหนุ่ม แต่คนเรียกหลวงปู่ ) ท่านมักตอบตามภาษิตโบราณว่า คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต
ความเป็นมา ของวัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) วัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) เป็นวัดในโครงการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 125/1 หมู่ที่ 17 ถนนมาลัยแมน ( กม . 17) ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เดิมเป็นสำนักสงฆ์ธรรมอิสระ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2532 และสำนักสงฆ์ธรรมอิสระได้รับพระราชทานวิสุงคามวาสีมายกฐานะขึ้นเป็นวัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) ในปีพ . ศ .2535 โดยคุณ โยมทองห่อ วิสุทธิผล ผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ได้บริจาคเงินซื้อที่ดินเริ่มแรก จำนวน 9 ไร่ พร้อมกันนี้ก็ยังได้บริจาคเงินกองทุนในเบื้องต้น สำหรับการก่อสร้างวัด พร้อมได้จัดการขออนุญาตสร้างวัด ต่อกรมศาสนาให้อีกด้วย การพัฒนาวัด ที่ดินเดิมเป็นที่ลุ่มมีน้ำท่วมขังสูงท่วมศีรษะ และ มีที่ดินดอนอยู่เพียง 1 ไร่เศษ ซึ่งได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อต้นปี 2533 โดยหลวงปู่พุทธะอิสระได้เป็นผู้นำ พัฒนาบุกเบิกสร้างวัดขึ้น โดยวางรูปแบบตามตำราโบราณ และ ตามหลักพิชัยณรงค์สงคราม การพัฒนาและจัดสร้างทุกขั้นตอนได้ใช้แรงงานของพระภิกษุและสามเณรภายในวัดเป็นส่วนใหญ่ ในระยะเริ่มแรกมีพระภิกษุสองรูปและสามเณรสามรูป ทั้งได้ช่วยกันปลูกสร้างกุฏิ ปลูกต้นไม้ ปัจจุบันเนื้อที่ของวัดได้ขยายเพิ่มขึ้นรวมจำนวนแปดสิบไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้บรรดาสาธุชน ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา จัดซื้อที่ดินบริจาค จนถึงปัจจุบันรวมการใช้จ่ายปัจจัย ในการพัฒนาวัดเป็นเงินประมาณ แปดสิบล้านบาทเศษ ทั้งนี้ทางวัดมิได้จัดให้มีการเรี่ยไร หรือตั้งตู้รับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น รวมเวลาการพัฒนา ทั้งหมดประมาณเก้าปี สถานที่สำคัญ สถานที่สำคัญภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ รูปทรงจตุรมุขงดงามมีคูน้ำล้อมรอบ , ศาลาเอนกประสงค์ ใช้เป็นที่ทำกิจกรรมในพระศาสนา , หอพระกรรมฐาน ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ , " ต้นศรีมหาโพธิ์ " ซึ่งได้ปลูกขึ้นที่หน้าหอพระกรรมฐานโดยหลวงปู่พุทธอิสระได้บรรจุอัฐิฐาตุของหลวงปู่ทวดไว้ที่โคนต้น , กุฏิสงฆ์ , พร้อมกับมีการปลูกต้นร่มรื่นงดงาม และจัดแบ่งเนื้อที่ให้มี " สวนเกษตรเพื่อชีวิต " คือนาข้าว แปลงผักสวนครัว สวนไม้ผลเพื่อใช้ในโรงทานและบริจาคผู้ยากไร้เอาไว้ด้วย ปฏิปทาของพระสงฆ์ในอาราม สำหรับความเป็นอยู่ของพระภิกษุและสามเณรภายในวัด ใช้หลักการปกครองโดยสามัคคีธรรม มีกิจน้อยใหญ่จะขอฉันทานุมัติ และร่วมกันจัดกิจกรรมนั้นๆ โดยพร้อมเพรียงกัน คณะสงฆ์ได้กำหนดข้อปฏิบัติเรื่องความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ในอารามนี้ว่า พระสงฆ์สามารถจะมีปัจจัยติดตัวได้ไม่เกิน 100 บาท เมื่อมีเอกลาภเกิดขึ้นทุกสิ่งจะสละให้เป็น กอง กลาง พระภิกษุและสามเณรจะมีของใช้ได้ไม่เกินหนึ่งชิ้นถ้ามีเกินกว่านี้ให้สละให้กับกองคลัง เมื่อมีความจำเป็นจะต้องใช้ของสิ่งนั้นจะขอเบิกใช้ได้จากกองคลัง จารึกเหตุการณ์สำคัญ สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระญานสังวร สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย ในพิธีพุทธาภิเษกในงานผูกพัทธสีมาปิดทองลูกนิมิตร วัดอ้อน้อย ( ธรรมะอิสระ ) อ . กำแพงแสน จ . นครปฐม เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2542 เวลา 17.00 น . โดยก่อนหน้านี้ ได้ทรงเสด็จเยี่ยมชมวัดอ้อน้อย เป็นการส่วนพระองค์ถึง 2 ครั้ง และ ได้รับสั่งว่าวัดอุโบสถของวัดเป็นอุโบสถที่มีความงดงามไม่มีใครเหมือน
โครงการถวายพระบรมฉายาลักษณ์ โครงการถวายพระบรมฉายาลักษณ์ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะทรงผนวชให้แก่วัดทั่วประเทศ และร่วมบริจาคเงินเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา มูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย ขอเชิญประชาชนไทยร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพในการถวายภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวชให้แก่วัดทั่วประเทศ และร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเทิดพระเกีบรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม และทรงเป็นเอกอัครศาสนูปภัมภก ทรงอุปถัมภ์บำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงมีพระราชศรัทธาทรงผนวชเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงพระราชศรัทธาที่ทรงมีต่อพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวด เพื่อร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระพุทธศาสนา และแผ่นดินไทย ตามรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยให้วัดทุกแห่งได้มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทรางผนวชประดิษฐานให้ประชาชนไทยได้เคารพสักการะ ทดแทนพระบรมฉายาลักษณ์ในขณะที่ทรงฉลองพระองค์ปกติเป็นฆราวาส ซึ่งถ้าหากว่าพระภิกษุ สามเณรกราบไหว้ก็จะเป็นการผิดพระธรรมวินัยของสงฆ์ เพื่อร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายเงินบริจาคจากการถวายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ โดยเสด็จพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจงทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา
รายละเอียดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ มูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย เป็นผู้ดำเนินงานจัดทำโครงการฯ โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดทำพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงผนวช ขนาด 32 X 42 นิ้ว และจัดทำกรอบพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ด้วยวัสดุชนิดพิเศษเป็นสีทองล้ำค่า มีความงดงามและแข็งแรงเป็นเยี่ยม
พิธีมังคลาภิเษก ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่จัดทำแล้วเสร็จ จะนำเข้าพิธีมังคลาภิเษกในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พ . ศ .2549 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ณ วัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) อ . กำแพงแสน จ . นครปฐม การแจ้งความจำนงถวายพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ให้แก่วัดทั่วประเทศ ขอเชิญร่วมกันถวายพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ให้แก่วัดทั่วประเทศ โดยบริจาคเงินเป็นเจ้าภาพ ภาพ ละ 1,500 บาท โดยกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มแสดงค ว ามประสงค์ฯ ซึ่งท่านสามารถระบุชื่อวัดที่ต้องการถวายฯ ให้มูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินการ หรือจะร่วมอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ผ่านพิธีมังคลาภิเษกแล้วไปถวายยังวัดต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากนั้นมูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย จะรวบรวมเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมด โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดตั้งกองทุนอบรมพระวิปัสสนาจารย์ทั่วประเทศ ในวโรกาสทรงครองราชครบ 60 ปี และทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2549 นี้
กิจกรรมศาสนกิจของวัด หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ดำริและริเริ่มจัดทำโครงการต่างๆ มากมายสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงธรรม ท่านได้ไปแสดงธรรมแก่พุทธศาสนิกชน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อาทิเช่น สถานศึกษา โรงพยาบาล บริษัท และองค์กรต่างๆ กว่า 100 แห่ง เฉลี่ยในแต่ละปีหลวงปู่จะมีการแสดงธรรมถึง 400 ครั้ง รวมทั้งท่านจะมีการแสดงธรรมและสอนปฏิบัติธรรมแก่ญาติโยมเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย โครงการเผยแผ่ธรรม หนังสือธรรมะ เทป และซีดี ซึ่งท่านจะเป็นผู้เขียนหนังสือเพื่อเผยแผ่ธรรมะประมาณ 40 เรื่อง เทป และ ซีดี มากกว่า 500 เรื่อง เวบไซต์ www.onoi.org และ www.dhammaisara.org หนังสือพิมพ์ธรรมลีลา เป็นหนังสือพิมพ์รายเดือน เพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และเพื่อเผยแพร่ผลงานของพระสงฆ์ โดยส่วนหนึ่งได้จัดส่งให้กับวัด สถานศึกษา ห้องสมุด รวมกว่า 10 ,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ดำเนินการจัดฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของจังหวัดนครปฐม โครงการศากยบุตรกู้วิกฤต เนื่องจากท่านเห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจของบ้านเมืองทำให้ผู้คนหมดหวัง หมดที่พึ่ง ดังนั้นท่านจึงเปิดรับคนเข้ามาบวชในโครงการศากยบุตรกู้วิกฤต และอบรมให้มี ความรู้มีวิชาชีพ จากนั้นจึงส่งไปเผยแผ่ธรรมให้ความรู้แก่ประชาชนในชนบท โครงการบรรพชา และ อุปสมบทพระภิกษุ สามเณร ภาคฤดูร้อน รวมทั้งการอุปสมบทพระภิกษุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวันเฉลิมของทุกปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งท่านเคยทำมาตั้งแต่อยู่วัดคลองเตยใน ท่านก็สานต่อโครงการนี้เรื่อยมา โครงการธรรมศึกษาในโรงเรียน ดำเนินการร่วมกับศึกษาธิการ อำเภอกำแพงแสน โดยจัดส่งพระภิกษุไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ สนับสนุนการสอนธรรมศึกษาสนามหลวง และจัดตั้งกองทุนค่าพาหนะแก่พระสงฆ์ที่ไปสอน โครงการค่ายจริยธรรม ท่านได้ให้พระเณรในวัดอ้อน้อย จัดค่ายอบรมจริยธรรมคุณธรรม ให้กับนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งบริษัท และองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน มีผู้มาเข้าค่ายอบรมปีละประมาณ 3000 คน โครงการมอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนในโครงการธรรมศึกษา นักเรียนที่ยากไร้ รวมทั้งพระนักศึกษาในสถาบันการศึกษาของสงฆ์ เป็นประจำทุกปี โครงการกลุ่มออมทรัพย์วัดอ้อน้อย เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนได้เรียนรู้อาชีพ มีทุนประกอบอาชีพพึ่งตนเองได้ในท้องถิ่น โครงการแจกมหาทานแก่ครอบครัวผู้ยากไร้ โดยจัดมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และเงินจำนวนหนึ่ง เนื่องในโอกาสต่างๆ เช่นวันสำคัญทางศาสนา หรือเมื่อประชาชนประสบปัญหา เช่น อุทกภัย ซึนามิ กองทุนดูแลพระสงฆ์อาพาธจังหวัดนครปฐม โดยบริจาคเงินกองทุนเริ่มแรก 500 ,000 บาท โครงการอนุรักษ์อุทยานธรรมชาติ และศาสนา โดยจัดให้มีการปลูกป่าในวันสำคัญต่างๆ ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมหลายแห่ง โครงการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนธรรมอิสระ ด้วยเล็งเห็นว่ายังมีเด็กที่เรียนดีแต่ขาดโอกาสอีกมากมาย ท่านจึงได้ตั้งศูนย์การเรียนชุมชนธรรมอิสระขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กยากจนได้รับการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย พร้อมทั้งสนับให้เรียนต่อถึงระดับอุดมศึกษา และสายวิชาชีพแล้วแต่ความประสงค์ของเด็กแต่ละคน ทั้งนี้เด็กๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เเด็กทุกคนเติบโตเป็นบุคคลทีพึ่งตนเองได้ และเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้ โครงการพิเศษอื่นๆ ที่ท่านดำริทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือนร้อน เช่น โครงการสร้างบ้าน และห้องสมุดสาธารณะให้กับผู้ประสบภัยซึนามิ ที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ รวมทั้งการไปร่วมเทศนาธรรมกับชาวมุสลิม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นภายในชาติ
|