หลวงปู่พุทธะอิสระ

ฟังธรรมะบรรยาย

ประวัติ หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์   ธีรธมฺโม ( ฉายาปัจจุบัน ) ท่านเป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด   แต่บรรพบุรุษตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครปฐม   โยมพ่อชื่อนายชมภู   โยมแม่ชื่อนางอัมพร   นามสกุล ทองประเสริฐ   เกิดเมื่อวันที่ ๑   มกราคม   ๒๔๙๙   แต่ได้ไปแจ้งเกิดช้า   ดังนั้นในใบสุทธิพระจึงระบุว่าเกิดวันที่ ๓   กุมภาพันธ์   ๒๕๐๒
       
        การศึกษาเล่าเรียนทางโลก   ไม่จบชั้นประถมปีที่ ๔   ส่วนการศึกษาเล่าเรียนทางธรรมนั้นจบนักธรรมเอก

        ท่านเริ่มบวชเรียนครั้งแรกเมื่ออายุ   ๒๐ ปี   โดยบวชที่วัดคลองเตยใน   เขตคลองเตย   กรุงเทพฯโดยมี

      - พระครูธีราภินันท์   เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน   เป็นพระอุปัชฌาย์   บวชได้เพียงพรรษาเดียวก็สึกออกไปเป็นทหาร   ๒ ปี

        หลังเสร็จภารกิจทางทหาร   ก็กลับมาบวชใหม่ที่วัดเดิม   คือวัดคลองเตยใน   เมื่อวันที่ ๑๖   มกราคม   ๒๕๒๖   โดยมี

              - พระครูธีราภินันท์   เจ้าอาวาสวัดคลองเตยใน   เป็นพระอุปัชฌาย์ เช่นเดิม   และ พระครูวรกิจวิวัฒน์   เจ้าอาวาสวัดภาษี   เขตคลองเตย   กรุงเทพฯ   เป็นพระกรรมวาจาจารย์   พระครูวินัยธรสมพงษ์   วัดคลองเตยใน   เป็นพระอนุสาวนาจารย์   ได้รับฉายาว่า   " ธมฺมธีโร " แปลว่า   " ปราชญ์ทางธรรม "

          ช่วงที่อยู่วัดคลองเตยใน   มีผู้คนมากมายมาฟังท่านแสดงธรรม   จนมีครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสแสดงธรรมที่วัดท่าซุง   จ . อุทัยธานี   การแสดงธรรมครั้งนั้นจับใจผู้ฟัง   ซึ่งไม่คิดว่าพระหนุ่ม   พรรษาไม่มาก   จะแสดงธรรมได้ดีถึงเพียงนี้   น่าจะเป็นพระอาวุโสมากกว่า   จึงเรียกท่านว่า " หลวงปู่ " แล้วก็เรียกกันต่อๆ มา

มีคนเคยมาถามหลวงปู่ว่า “ ทำไมหลวงปู่จึงยังดูหนุ่ม แต่คนเรียกหลวงปู่ ) ท่านมักตอบตามภาษิตโบราณว่า “ คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต ”
          ท่านอยู่วัดคลองเตยในได้ประมาณ   ๖ ปี   ก็มาสร้างวัดอ้อน้อย   ที่ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน   จังหวัดนครปฐม   ในปี   ๒๕๓๒   โดย อุบาสิกาทองห่อ   วิสุทธิผล   เป็นผู้บริจาคที่ดินผืนนี้ให้   สร้างวัดเสร็จเป็นรูปเป็นร่างภายใน   ๓ ปี   ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา   ยกฐานะขึ้นเป็นวัด ชื่อว่า   " วัดอ้อน้อย " ( เดิมได้ทำเรื่องขอใช้ชื่อวัดว่า " วัดธรรมอิสระ " แต่ก็มีเหตุขัดข้องบางประการ ) เมื่อสร้างวัดเรียบร้อยท่านก็ให้พระลูกศิษย์ดูแลวัด   ส่วนท่านก็ออกธุดงค์เพื่อฝึกฝนปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังเป็นเวลากว่า ๕ ปี

          หลวงปู่พุทธะอิสระกลับมาปกครองดูแลวัดอ้อน้อยอีกครั้ง   เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๑   เมษายน   ๒๕๓๘   ท่านได้ทำนุบำรุงวัดจนเจริญเรื่อยมา   และเมื่อพระอุโบสถสร้างเสร็จเรียบร้อย   จึงได้จัดพิธีผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิตในวันที่ ๑๓   กุมภาพันธ์   ๒๕๔๒   โดยสมเด็จพระญาณสังวร   สมเด็จพระสังฆราช   ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย   ในพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตของพระอุโบสถ

          ต่อมาในวันที่ ๑   ตุลาคม   ๒๕๔๒   ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลห้วยขวาง   แทนเจ้าคณะตำบลคนเก่าที่มรณภาพไป   ( ซึ่งในใบแต่งตั้งเจ้าคณะตำบลนี้ได้ลงอายุและพรรษาของพระอธิการสุวิทย์มากกว่าความเป็นจริงประมาณ   ๔ - ๕ ปี   ทั้งๆ ที่ท่านเองไม่ทราบมาก่อน   เพราะไม่ได้ดูรายละเอียดจึงถูกใบปลิวโจมตีว่าโกงพรรษา )


          ปลายเดือนธันวาคม   ๒๕๔๓   ท่านยื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งกับเจ้าคณะจังหวัดแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ

          ต่อมาวันที่ ๑๓   ก . ย .  ๒๕๔๔   มีใบปลิวเถื่อนโจมตีว่าโกงพรรษา   ท่านจึงประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งต่อหน้าพระสังฆาธิการในจังหวัดนครปฐมที่มาประชุมกันที่วัดวังตะกู   จ . นครปฐม   และยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการกับเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม   ในวันที่ ๑๖   ก . ย . ๒๕๔๔   และได้รับการอนุมัติในวันที่ ๑๘   ก . ย . ๒๕๔๔

          ขณะนี้หลวงปู่พุทธะอิสระ   ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม


 

ความเป็นมา ของวัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ )

วัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) เป็นวัดในโครงการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 125/1 หมู่ที่ 17 ถนนมาลัยแมน ( กม . 17) ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

เดิมเป็นสำนักสงฆ์ธรรมอิสระ เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2532 และสำนักสงฆ์ธรรมอิสระได้รับพระราชทานวิสุงคามวาสีมายกฐานะขึ้นเป็นวัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) ในปีพ . ศ .2535 โดยคุณ โยมทองห่อ วิสุทธิผล ผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ได้บริจาคเงินซื้อที่ดินเริ่มแรก จำนวน 9 ไร่ พร้อมกันนี้ก็ยังได้บริจาคเงินกองทุนในเบื้องต้น สำหรับการก่อสร้างวัด พร้อมได้จัดการขออนุญาตสร้างวัด ต่อกรมศาสนาให้อีกด้วย

การพัฒนาวัด

ที่ดินเดิมเป็นที่ลุ่มมีน้ำท่วมขังสูงท่วมศีรษะ และ มีที่ดินดอนอยู่เพียง 1 ไร่เศษ ซึ่งได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อต้นปี 2533 โดยหลวงปู่พุทธะอิสระได้เป็นผู้นำ พัฒนาบุกเบิกสร้างวัดขึ้น โดยวางรูปแบบตามตำราโบราณ และ ตามหลักพิชัยณรงค์สงคราม การพัฒนาและจัดสร้างทุกขั้นตอนได้ใช้แรงงานของพระภิกษุและสามเณรภายในวัดเป็นส่วนใหญ่ ในระยะเริ่มแรกมีพระภิกษุสองรูปและสามเณรสามรูป ทั้งได้ช่วยกันปลูกสร้างกุฏิ ปลูกต้นไม้

ปัจจุบันเนื้อที่ของวัดได้ขยายเพิ่มขึ้นรวมจำนวนแปดสิบไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้บรรดาสาธุชน ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา จัดซื้อที่ดินบริจาค จนถึงปัจจุบันรวมการใช้จ่ายปัจจัย ในการพัฒนาวัดเป็นเงินประมาณ แปดสิบล้านบาทเศษ ทั้งนี้ทางวัดมิได้จัดให้มีการเรี่ยไร หรือตั้งตู้รับบริจาคใดๆ ทั้งสิ้น รวมเวลาการพัฒนา ทั้งหมดประมาณเก้าปี

สถานที่สำคัญ

สถานที่สำคัญภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ รูปทรงจตุรมุขงดงามมีคูน้ำล้อมรอบ , ศาลาเอนกประสงค์ ใช้เป็นที่ทำกิจกรรมในพระศาสนา , หอพระกรรมฐาน ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ , " ต้นศรีมหาโพธิ์ " ซึ่งได้ปลูกขึ้นที่หน้าหอพระกรรมฐานโดยหลวงปู่พุทธอิสระได้บรรจุอัฐิฐาตุของหลวงปู่ทวดไว้ที่โคนต้น , กุฏิสงฆ์ , พร้อมกับมีการปลูกต้นร่มรื่นงดงาม และจัดแบ่งเนื้อที่ให้มี " สวนเกษตรเพื่อชีวิต " คือนาข้าว แปลงผักสวนครัว สวนไม้ผลเพื่อใช้ในโรงทานและบริจาคผู้ยากไร้เอาไว้ด้วย

ปฏิปทาของพระสงฆ์ในอาราม

สำหรับความเป็นอยู่ของพระภิกษุและสามเณรภายในวัด ใช้หลักการปกครองโดยสามัคคีธรรม มีกิจน้อยใหญ่จะขอฉันทานุมัติ และร่วมกันจัดกิจกรรมนั้นๆ โดยพร้อมเพรียงกัน คณะสงฆ์ได้กำหนดข้อปฏิบัติเรื่องความเป็นอยู่ของพระสงฆ์ในอารามนี้ว่า พระสงฆ์สามารถจะมีปัจจัยติดตัวได้ไม่เกิน 100 บาท เมื่อมีเอกลาภเกิดขึ้นทุกสิ่งจะสละให้เป็น กอง กลาง พระภิกษุและสามเณรจะมีของใช้ได้ไม่เกินหนึ่งชิ้นถ้ามีเกินกว่านี้ให้สละให้กับกองคลัง เมื่อมีความจำเป็นจะต้องใช้ของสิ่งนั้นจะขอเบิกใช้ได้จากกองคลัง

จารึกเหตุการณ์สำคัญ

สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระญานสังวร สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานจุดเทียนชัย ในพิธีพุทธาภิเษกในงานผูกพัทธสีมาปิดทองลูกนิมิตร วัดอ้อน้อย ( ธรรมะอิสระ ) อ . กำแพงแสน จ . นครปฐม เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2542 เวลา 17.00 น . โดยก่อนหน้านี้ ได้ทรงเสด็จเยี่ยมชมวัดอ้อน้อย เป็นการส่วนพระองค์ถึง 2 ครั้ง และ ได้รับสั่งว่าวัดอุโบสถของวัดเป็นอุโบสถที่มีความงดงามไม่มีใครเหมือน

 

 

 

โครงการถวายพระบรมฉายาลักษณ์

โครงการถวายพระบรมฉายาลักษณ์ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะทรงผนวชให้แก่วัดทั่วประเทศ และร่วมบริจาคเงินเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา มูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย ขอเชิญประชาชนไทยร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพในการถวายภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวชให้แก่วัดทั่วประเทศ และร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจะทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

วัตถุประสงค์

•  เพื่อเป็นการเทิดพระเกีบรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม และทรงเป็นเอกอัครศาสนูปภัมภก ทรงอุปถัมภ์บำรุงพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงมีพระราชศรัทธาทรงผนวชเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงพระราชศรัทธาที่ทรงมีต่อพุทธศาสนาอย่างยิ่งยวด

•  เพื่อร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระพุทธศาสนา และแผ่นดินไทย ตามรอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยให้วัดทุกแห่งได้มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทรางผนวชประดิษฐานให้ประชาชนไทยได้เคารพสักการะ ทดแทนพระบรมฉายาลักษณ์ในขณะที่ทรงฉลองพระองค์ปกติเป็นฆราวาส ซึ่งถ้าหากว่าพระภิกษุ สามเณรกราบไหว้ก็จะเป็นการผิดพระธรรมวินัยของสงฆ์

•  เพื่อร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายเงินบริจาคจากการถวายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ฯ โดยเสด็จพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี และจงทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

 

รายละเอียดภาพพระบรมฉายาลักษณ์

มูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย เป็นผู้ดำเนินงานจัดทำโครงการฯ โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดทำพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงผนวช ขนาด 32 X 42 นิ้ว และจัดทำกรอบพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ด้วยวัสดุชนิดพิเศษเป็นสีทองล้ำค่า มีความงดงามและแข็งแรงเป็นเยี่ยม

พิธีมังคลาภิเษก

ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่จัดทำแล้วเสร็จ จะนำเข้าพิธีมังคลาภิเษกในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พ . ศ .2549 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ณ วัดอ้อน้อย ( ธรรมอิสระ ) อ . กำแพงแสน จ . นครปฐม

การแจ้งความจำนงถวายพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ให้แก่วัดทั่วประเทศ

ขอเชิญร่วมกันถวายพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ให้แก่วัดทั่วประเทศ โดยบริจาคเงินเป็นเจ้าภาพ ภาพ ละ 1,500 บาท โดยกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มแสดงค ว ามประสงค์ฯ ซึ่งท่านสามารถระบุชื่อวัดที่ต้องการถวายฯ ให้มูลนิธิฯ เป็นผู้ดำเนินการ หรือจะร่วมอัญเชิญภาพพระบรมฉายาลักษณ์ที่ผ่านพิธีมังคลาภิเษกแล้วไปถวายยังวัดต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากนั้นมูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย จะรวบรวมเงินบริจาคที่ได้รับทั้งหมด โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อจัดตั้งกองทุนอบรมพระวิปัสสนาจารย์ทั่วประเทศ ในวโรกาสทรงครองราชครบ 60 ปี และทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2549 นี้

 

 

กิจกรรมศาสนกิจของวัด

หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้ดำริและริเริ่มจัดทำโครงการต่างๆ มากมายสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

•  การแสดงธรรม ท่านได้ไปแสดงธรรมแก่พุทธศาสนิกชน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน อาทิเช่น สถานศึกษา โรงพยาบาล บริษัท และองค์กรต่างๆ กว่า 100 แห่ง เฉลี่ยในแต่ละปีหลวงปู่จะมีการแสดงธรรมถึง 400 ครั้ง

รวมทั้งท่านจะมีการแสดงธรรมและสอนปฏิบัติธรรมแก่ญาติโยมเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ตามสถานที่ต่างๆ อีกด้วย

•  โครงการเผยแผ่ธรรม

•  หนังสือธรรมะ เทป และซีดี ซึ่งท่านจะเป็นผู้เขียนหนังสือเพื่อเผยแผ่ธรรมะประมาณ 40 เรื่อง เทป และ ซีดี มากกว่า 500 เรื่อง

•  เวบไซต์ www.onoi.org และ www.dhammaisara.org

•  หนังสือพิมพ์ธรรมลีลา เป็นหนังสือพิมพ์รายเดือน เพื่อเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ และเพื่อเผยแพร่ผลงานของพระสงฆ์ โดยส่วนหนึ่งได้จัดส่งให้กับวัด สถานศึกษา ห้องสมุด รวมกว่า 10 ,000 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

•  โครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ดำเนินการจัดฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของจังหวัดนครปฐม

•  โครงการศากยบุตรกู้วิกฤต เนื่องจากท่านเห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจของบ้านเมืองทำให้ผู้คนหมดหวัง หมดที่พึ่ง ดังนั้นท่านจึงเปิดรับคนเข้ามาบวชในโครงการศากยบุตรกู้วิกฤต และอบรมให้มี ความรู้มีวิชาชีพ จากนั้นจึงส่งไปเผยแผ่ธรรมให้ความรู้แก่ประชาชนในชนบท

•  โครงการบรรพชา และ อุปสมบทพระภิกษุ สามเณร ภาคฤดูร้อน รวมทั้งการอุปสมบทพระภิกษุ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวันเฉลิมของทุกปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งท่านเคยทำมาตั้งแต่อยู่วัดคลองเตยใน ท่านก็สานต่อโครงการนี้เรื่อยมา

•  โครงการธรรมศึกษาในโรงเรียน ดำเนินการร่วมกับศึกษาธิการ อำเภอกำแพงแสน โดยจัดส่งพระภิกษุไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ สนับสนุนการสอนธรรมศึกษาสนามหลวง และจัดตั้งกองทุนค่าพาหนะแก่พระสงฆ์ที่ไปสอน

•  โครงการค่ายจริยธรรม ท่านได้ให้พระเณรในวัดอ้อน้อย จัดค่ายอบรมจริยธรรมคุณธรรม ให้กับนักเรียนนักศึกษา รวมทั้งบริษัท และองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน มีผู้มาเข้าค่ายอบรมปีละประมาณ 3000 คน

•  โครงการมอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนในโครงการธรรมศึกษา นักเรียนที่ยากไร้ รวมทั้งพระนักศึกษาในสถาบันการศึกษาของสงฆ์ เป็นประจำทุกปี

•  โครงการกลุ่มออมทรัพย์วัดอ้อน้อย เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนได้เรียนรู้อาชีพ มีทุนประกอบอาชีพพึ่งตนเองได้ในท้องถิ่น

•  โครงการแจกมหาทานแก่ครอบครัวผู้ยากไร้ โดยจัดมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และเงินจำนวนหนึ่ง เนื่องในโอกาสต่างๆ เช่นวันสำคัญทางศาสนา หรือเมื่อประชาชนประสบปัญหา เช่น อุทกภัย ซึนามิ

•  กองทุนดูแลพระสงฆ์อาพาธจังหวัดนครปฐม โดยบริจาคเงินกองทุนเริ่มแรก 500 ,000 บาท

•  โครงการอนุรักษ์อุทยานธรรมชาติ และศาสนา โดยจัดให้มีการปลูกป่าในวันสำคัญต่างๆ ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมหลายแห่ง

•  โครงการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนธรรมอิสระ ด้วยเล็งเห็นว่ายังมีเด็กที่เรียนดีแต่ขาดโอกาสอีกมากมาย ท่านจึงได้ตั้งศูนย์การเรียนชุมชนธรรมอิสระขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กยากจนได้รับการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย พร้อมทั้งสนับให้เรียนต่อถึงระดับอุดมศึกษา และสายวิชาชีพแล้วแต่ความประสงค์ของเด็กแต่ละคน ทั้งนี้เด็กๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้เเด็กทุกคนเติบโตเป็นบุคคลทีพึ่งตนเองได้ และเป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้

•  โครงการพิเศษอื่นๆ ที่ท่านดำริทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือนร้อน เช่น โครงการสร้างบ้าน และห้องสมุดสาธารณะให้กับผู้ประสบภัยซึนามิ ที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ รวมทั้งการไปร่วมเทศนาธรรมกับชาวมุสลิม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นภายในชาติ