ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่หน้าสนทนาภาษาธรรม ให้ทุกท่านได้มีโอกาสสนทนาภาษาธรรมกับ ท่านอาจารย์ดร. สนอง วรอุไร ที่เมตตาสละเวลาตอบปัญหา หรือข้อสงสัย ให้ทุกท่านที่มีทุกข์ หรือมีความใฝ่ใจใคร่รู้ในทางธรรม

  ทุกท่านสามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยของท่านได้ที่ question@kanlayanatam.com ท่านอาจารย์จะตอบคำถามทุกคำถาม ของท่านด้วยตัวเอง และแนะนำแนวทางที่ถูกต้องตามธรรมให้ทุกท่าน ด้วยความเมตตา

   ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง

1374.
สวัสดีค่ะอาจารย์

พอดีหนูได้อ่านคำตอบของอาจารย์ไว้ในคำถามคำตอบค่ะว่า

   ลมหายใจเข้าออกเป็นกัลยาณมิตรที่ดี เพราะอยู่กับเราตั้งแต่แรกเกิด จนบัดนี้ยังทำหน้าที่ได้อย่างซื่อตรง ฉะนั้นควรประพฤติดีต่อกัลยาณมิตร ด้วยการหายใจเข้ากำหนด “ พุท ” หายใจออกกำหนดว่า “ โธ ” กำหนด “ พุท-โธ ” ทุกครั้งที่มีจิตระลึกได้ถึงเพื่อนดีคนนี้ และกำหนดทุกครั้งที่ว่างจากการทำงานภายนอก คือหมดภาระที่ต้องทำให้กับสังคมแล้ว ต้องทำงานให้กับเพื่อนดีคนนี้

อนึ่ง พระสารีบุตรกล่าวว่า การมีสติระลึกได้ในกาย (กายคตาสติ) เป็นกัลยาณมิตรที่ดีที่สุด

ทีนี้หนูอยากทราบค่ะว่าในชีวิตการทำงานระหว่างวัน ถ้าหนูพยายามให้มีสติตลอดเวลาเท่าที่จะทำได้โดยการระลึกรู้อยู่ที่คำบริกรรม พุทโธ หรือรู้ลมหายใจ หรือรู้เห็นความคิดในระหว่างวัน ถือว่ามีสติหรือยังคะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ค่ะ

เบญญาภา
  

1373.
กราบเรียนอาจารย์ ดร.สนอง ที่เคารพ
 
1. จะทำอย่างไรให้แม่มองเห็นความสุขที่เกิดจากการให้ได้บ้างคะ ?  เพราะแกอายุมากแล้วไม่ทราบจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน   เพราะแกยึดติดกับของของแกเหลือเกิน

2. ช่วงหลังๆ หนูขัดแย้งกับแม่บ่อยมาก   ทำให้แม่เป็นทุกข์เพราะหนูไม่เข้าข้างแม่ เพราะหนูเห็นว่ามันเป็นแค่ของนอกกาย   ถ้าคนอื่นเขาอยากได้ก็ทำทานไปเถอะ   แต่แม่ไม่เห็นด้วยและทำให้แม่โกรธหนูในบางครั้ง   หนุรู้สึกบาปมาก   หนูควรทำอย่างไรดีคะ
 
ขอบพระคุณมากค่ะ
  
1372.
กราบท่านอาจารย์ และอนุโมทนาบุญกับธรรมทานของท่านอาจารย์ค่ะ

คำถามนี้อาจจะฟุ้งซ่านไปหน่อย ไม่ทราบว่าจะมีใครเหมือนไหม

1. ปกติในเวลาตื่นหนูไม่ค่อยมี sense หรือประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งเหนือธรรมชาติ เพียงแต่เป็นบางช่วงที่บางวันรู้สึกร้อนไปหมดตั้งแต่เช้า มันเกิดความรู้สึกขึ้นมาเองว่าสงสัยจะมีเรื่องขุ่นใจเข้ามาเยือน และก็จริงตามนั้น เพราะมีคนคอยเข้ามาชวนให้หงุดหงิดซ้ำๆ พยายามข่มใจว่า "โกรธหนอ ๆ ๆ" ก็ยังไม่หาย เพราะยังได้ยินคนๆนั้นก็ยังกวนอารมณ์อยู่   ในความรู้สึกที่เกิดคือพอเอาจิตเข้าไปกระทบอารมณ์นั้น อธิบายไม่ถูกค่ะ คือ เหมือนเราก้าวขาออกไปพอตัวสัมผัสประตูเท่านั้น ปรากฎว่า ความโกรธมันโถมเข้าใส่ทันทีเหมือนระเบิด รู้ตัวว่าทำไม่ถูกต้อง แต่ไม่สามารถระงับได้ แบบนี้รบกวนท่านอาจารย์ชี้แนะด้วยค่ะ  

2. เหมือนจะสัมผัสสิ่งที่ตามองไม่เห็นเฉพาะเวลาหลับและฝันไปค่ะ บางครั้งมาเป็นปริศนาธรรมโดยรู้เองในฝัน เช่น ฝันเห็นกระแสน้ำไหลเชี่ยวมากแบบน้ำป่า แต่ยังมีคนลงไปนั่งบนห่วงยางลอยไปกับกระแสน้ำนั้นโดยหัวเราะสนุกสนานไปด้วย ในขณะที่หนูเดินบนฝั่งไปตามกระแสน้ำในฝันรู้สึกกลัวมาก ยังคิดว่าทำไมกล้าเล่นน้ำเชี่ยวอย่างนั้น สุดท้ายหนูเดินทวนกระแสน้ำและไปพบลูกแก้วกลมๆเหมือนส้มโอ ในฝันรู้สึกเองว่า สิ่งใดก็แล้วแต่คงจะเตือนให้อย่าหลงละเลิงตามกิเลส   แล้วจะได้พบสิ่งดีๆ     สิ่งที่หนูตีปริศนาธรรมจากความฝันนี้ถูกต้องไหมคะ

3. เวลาฝันเห็นญาติที่เสียไปแล้ว ทำไมรู้สึกว่าพวกเขาดูอายุอ่อนวัยขึ้น ผมดำ หน้าใส ซึ่งตอนที่เสียนั้นอายุมากแล้ว ผมก็หงอก ผิวก็เหี่ยวย่น บางครั้งเห็นหน้าชัดเจน บางครั้งพล่ามัว แต่รู้ได้ว่านั่นคือใคร มีเป็นบางช่วงเหมือนกันที่จะฝันเห็นวิญญาณอยู่ปะปนกับมนุษย์ รู้ได้โดยเห็นเป็นรูปร่างแบบร่างคนที่โปร่งแสง ปะปนกับร่างทึบแสงแบบมนุษย์ อย่างล่าสุดก็พึ่งฝันเห็นญาติที่เสียไปแล้วดูหนุ่มขึ้น แต่ปรากฎว่าตอนใกล้ตื่นกลับได้ยินเสียงริมหูว่า “ หนาว ” ซึ่งก็หลายครั้งที่ได้ยินเสียงติดหูตอนกำลังตื่น เช่นเสียงกุ๊งกิ๊งไพเราะซึ่งได้ยินพร้อมกับเหมือนเป็นยานอะไรสักอย่างที่ขยับปีกก็จะมีเสียงดังไพเราะ เสียงนั้นติดหูจนตื่นก็ยังไม่ยิน แต่ไม่ใช่เสียงที่อยู่รอบตัวขณะนั้นแน่ๆค่ะ บางครั้งก็เสียงหวีด ครั้งนี้มาเป็นคำพูด สิ่งเหล่านี้ทำให้บางครั้งสับสนว่าฟุ้งไป หรือ ฝันจริง ค่ะ

4. เมื่อก่อนได้ฝึกเดินจงกลมและนั่งสมาธิบ้าง แต่ติดตรงเมื่อนั่งสมาธิจับพองยุบนิ่งอยู่กับที่ อธิบายไม่ถูกค่ะเป็นความสบายที่อึดอัด เพราะ เหมือนติดอะไรบางอย่าง ไม่ก้าวหน้า จนหนูละทิ้งวิธีนี้ และใช้แบบกำลังทำอะไรอยู่ก็ให้รู้ตัว และดูจิตบ้าง แต่ไม่สม่ำเสมอ วิธีนี้ในหนึ่งวันบางทีรู้ตัวอาจไม่ถึง 1 นาทีค่ะ รบกวนท่านอาจาย์ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

ถ้าเป็นคำถามที่เลอะเทอะ ต้องกราบขออภัยทุกท่านค่ะ แต่ข้องใจจริงๆ ค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
พัฒน์
  

1371.
กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.สนองผู้มีพระคุณอย่างสูง
 
กระผมขอกราบเรียนถามปัญหาทางธรรมกับอาจารย์
ขออาจารย์ช่วยกระผมผู้มืดบอดด้วยกิเลสด้วยครับ
 
ผมเป็นเกย์ อยู่กับแฟน ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
ผมอายุ 30  แฟนอายุ 26
อยู่กันด้วยความรัก และต่างคนต่างทำงานเลี้ยงตัวเอง
 
ผมศรัทธาและนับถือพระพุทธศาสนาอย่างมาก
อยากมีโอกาสบรรลุพระธรรมสูงสุดของพระบรมศาสดาผู้มีมหากรุณาธิคุณ
ทุกวันนี้ไม่มีโอกาส ไปปฏิบัติตามสถานที่ฝึกอบรม
ได้แต่พยายามฝึกฝนดูจิตไปพร้อมกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
ตั้งใจถือศีล ภาวนาศีล 5 เป็นเครื่องคุ้มกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์
มีความตั้งใจจริงที่จะหลุดพ้นจากภพชาติ จากสังขารอันเป็นทุกข์
 
แต่มีคนบอกว่า การที่ผมอยู่กับแฟน โดยไม่ได้ขอพ่อขอแม่ ของเค้า
ถือว่าผิดศีลข้อ 3
ทำให้ผมไม่สบายใจมาก
จึงขอเรียนถามอาจารย์ครับ ว่าควรทำอย่างไรดี
เพราะผมกับแฟนเป็นเกย์ ไม่สามารถบอกกับที่บ้านได้อยู่แล้วครับ
ผมไม่อยากผิดศีลข้อ 3 กลัวว่าจะเจริญสติไม่ได้
ขออาจารย์ช่วยให้ทางสว่างด้วยครับ
 
อีกข้อ คือ งานที่ทำ ต้องใช้ความคิดเยอะ คิดละเอียด คิดรอบคอบ
บางครั้งต้องคิดไปในอนาคต คิดเผื่ออนาคต วางแผนล่วงหน้า
เวลาอยู่บ้านก็ต้องคิดงานล่วงหน้า เพราะงานหนัก
ทำให้ผมรู้สึกว่าจิตไม่ค่อยนิ่ง
เพราะไม่สามารถฝึกจิตไปพร้อมกับการใช้ความคิดอย่างหนักได้
อาจารย์เป็นผู้รู้ เป็นผู้มีปัญญาทางโลกอย่างแตกฉาน
ช่วยให้คำแนะนำผมด้วยครับ
 
ขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงครับ
ผมขออนุโมทนาในบุญกุศลที่อาจารย์ได้สร้างนะครับ

คำตอบ
  ลูกที่พ่อแม่ยังมิได้กล่าววาจายกให้กับผู้อื่น หากผู้ถามปัญหาไปประพฤติเสพเมถุนกับลูกของเขา ถือว่าประพฤติผิดศีลข้อ ๓ ทางเลือกมีอยู่สองอย่างคือ ไปขอกับพ่อแม่ให้เขายกแฟนให้ หรือหยุดประพฤติดังที่บอกเล่าไป แล้วพัฒนาตนให้มีทาน ศีล ภาวนาคุ้มครองใจ โดยมีความเพียร มีสัจจะ และมีบุญบารมีเก่าเป็นเครื่องสนับสนุน เมื่อเหตุปัจจัยลงตัว โอกาสปิดอบายภูมิดังที่สิริมาโสเภณีในครั้งพุทธกาลได้ทำให้ดู หรือปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา จนพัฒนาจิตพ้นไปจากวัฏสงสาร ดังที่อัมพปาลีโสเภณีในครั้งพุทธกาลได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะหลุดพ้นจากภพชาติของผู้ถามปัญหาย่อมเกิดขึ้นได้

อนึ่ง ศีลเป็นเกราะคุ้มกันใจมิให้หวั่นไหว ผู้ใดมีศีลที่ไม่บริสุทธิ์คุมใจ จิตย่อมปรุงอารมณ์หลากหลาย และยิ่งเอาจิตไปจดจ่ออยู่กับอนาคตของงาน จิตย่อมห่างไกลจากปัจจุบันขณะ ความตั้งมั่นเป็นสมาธิของจิตเกิดไม่ได้ครับ
  

1370.
กราบเรียน ท่านอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ที่เคารพเป็นอย่างยิ่ง

   ผมก็เป็นคนที่รักในธรรมะ และติดตามผลงานหนังสือของท่านอาจารย์อยู่สม่ำเสมอ     ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือธรรมะมาก ถ้าคิดดูแล้วการอ่านหนังสือธรรมะ อาจเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผมไปแล้วก็ได้    เมื่ออ่านแล้วก็เกิดมีความสุขทางใจ และทำให้เกิดความสงบด้วย...

   ผมมีข้อสงสัยเป็นอย่างมาก   โดยสิ่งที่ผมไม่เข้าใจนั้นอาจดูง่ายในสายตาของผู้อื่น แต่สำหรับผมแล้ว ถ้ายิ่งสงสัย ก็ต้องถามผู้ที่รู้จริง และตอบเราได้อย่างกระจ่างชัด.
คือว่าตอนนี้ผมอายุประมาณ 20 ปี จึงกล่าวได้ว่า ความรู้ทางธรรมของผมยังน้อยมากนัก   ผมมีข้อสงสัยดังนี้ครับ

   1. การสูบบุหรี่ ดื่มน้ำชา กาแฟ   เมื่อทำจนติดเป็นนิสัย   ผลของกรรมนั้น จะทำให้ตกนรกหรือไม่ครับ(เพราะผมเป็นคนหนึ่งติดกาแฟ และบุหรี่ มาก และก็เคยเห็นพระเถระสูบบุหรี่   ฉันหมาก ฉันกาแฟอยู่บ่อยๆ   )

   2. การอ่านหนังสือธรรมะมาก   จะขัดขวางการประพฤติธรรมหรือไม่ (ผมเคยอ่านในหนังสือ ธรรมะเล่มหนึ่ง เลยเกิดความสงสัย)

   3. การปราถนา พุทธภูมิ ไม่ทราบว่า จะมีวิธีปฏิบัติต่อตนเองอย่างไร จึงจะไม่ดูอาจเอื้อมเกินไป.

  ขอขอบพระคุณ อาจารย์   ดร.สนอง วรอุไร เป็นอย่างสูง ที่กรุณาตอบคำถามให้

   ขออนุภาพแห่งธรรม คุ้มครอง ท่านอาจารย์ และครอบครัว และทางชมรมกัลยาณธรรมทุกท่าน ให้สูงยิ่งในธรรม ขึ้นๆไป      ขอบคุณครับ.

คำตอบ
   (๑). คำว่า “ ติด ” หมายถึง ชอบอย่างขาดไม่ได้ อาการที่ข้องอยู่ คงอยู่ ไม่หลุด ฯลฯ

   ฉะนั้นคำว่า “ ติดกาแฟ ” จึงหมายถึงชอบดื่มกาแฟอย่างขาดไม่ได้ เพราะในกาแฟมีสารคาเฟอีน ซึ่งเป็นยาเสพติดอย่างอ่อน แต่มีฤทธิ์อย่างแรงต่อการเต้นของหัวใจ ด้วยเหตุนี้คนที่มีสติอ่อน จึงมีจิตเป็นทาสของสารคาเฟอีน จึงเลิกดื่มกาแฟไม่ได้

  เช่นเดียวกันในบุหรี่มีสารเสพติดอย่างอ่อน เป็นสารพิษที่เรียกว่า นิโคติน ผู้ใดสูบบุหรี่เอาสารนี้เข้าสู่ปอด หรือคนที่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่หายใจสูดเอาควันบุหรี่เข้าสู่ปอด แล้วร่างกายกำจัดออกไม่หมด สารนิโคตินจะถูกสั่งสมอยู่ในปอด ทำให้เป็นมะเร็งปอดได้ ดังนั้นจิตที่ติดกาแฟหรือบุหรี่ เป็นจิตที่มีกำลังของสติอ่อน เป็นจิตหลง (โมหะ) ตายแล้วความหลงมีโอกาสผลักดันจิตวิญญาณไปสู่ภพเดรัจฉานได้ แต่ไม่ถึงภพนรก

   (๒). อ่านหนังสือธรรมะมาก ทำให้จิตมีสัญญาในธรรมะสั่งสมไว้มาก เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรมได้

   (๓). ผู้ใดปรารถนานำพาชีวิตดำเนินไปในแนวทางของพุทธภูมิ ให้ดูตัวอย่างและประพฤติตามปฏิปทาของ ครูบาศรีวิชัย แห่งล้านนา ครูบาบุญชุ่มแห่งถ้ำราชคฤห์ อำเภองาว จังหวัดลำปาง หลวงพ่ออนันต์แห่งวัดพระธาตุแสงแก้วมงคล อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
  

1369.
เรียน อาจารย์สนอง

  ทางครอบครัวของหนูกลุ้มใจและร้อนใจเพราะแม่มีท่าทีไปรักและชอบคนคราวลูก เขาเป็นลูกน้องที่ช่วยแม่ขายของคะ แม่บอกว่าจะรับเขาเป็นลูก และอยากให้เขาเข้ากับพวกเราทุกคนให้ได้ แต่ความรู้สึกเราไม่แน่ใจว่าแม่รักเขาแค่นั้น เพราะแม่ทั้งผ่อนรถให้เขา และซื้อ notebook ให้เขา ทั้ง ๆ ที่ลูก ๆ อย่างเราเราก็ไม่เคยได้แบบนั้น และเราก็ไม่ได้รวยอะไรเลย เงินที่แม่มี ก็คือ เงินเดือนของเราทุกคนที่ให้แม่ไว้ใช้จ่าย แม่ให้เหตุผลว่าเพื่อใช้ในงานของแม่ แต่กลายเป็นว่า เขาใช้อยู่คนเดียว แต่มันก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ว่า เขาก็คอยไปรับส่งแม่เวลาขายของ เพราะเราทุกคนทำงานนอกบ้าน   และแยกครอบครัวไปแล้ว แต่เวลาอื่น ๆ รถก็อยู่กับเขา  

   หนูก็พยายามคิดว่า อะไรที่เป็นความสุขของแม่ก็ให้เขาทำเถิด หนูเลยไม่แน่ใจว่าอะไรผิดอะไรถูก บาปไม่บาป เราควรห้ามเขาไหมคะ แต่ถ้าเราพูด คงบ้านแตกแน่ ๆ เพราะเขาคงไม่ฟังเรา

ปล พ่อหนูเสียไปนานแล้ว และเขาคนนั้นก็ไม่มีลูกเมีย

ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ช่วยไขความกระจ่าง

คำตอบ
   การตอบแทนพระคุณของแม่ นอกจากส่งเงินให้แล้ว ยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีก เช่น นำอาหารไปเลี้ยงดูท่าน ช่วยทำงานแทนท่าน ดำรงวงศ์สกุลไม่ให้เสื่อมเสีย เจ็บป่วยนำท่านไปให้หมอรักษา ฯลฯ ฉะนั้นการส่งเงินให้เป็นหนึ่งในวิธีตอบแทนคุณ หากส่งเงินให้แล้วท่านนำไปใช้ผิดทาง ลูกไม่ส่งให้ไม่ถือว่าผิดธรรม ฉะนั้นพึงเลือกปฏิบัติตามที่เหมาะสม ปฏิบัติแล้วสบายใจนั่นแหละดีที่สุด ผู้รู้ไม่เข้าไปก้าวล่วง เช่น ไม่แนะนำ ไม่สั่งสอน ไม่สั่งให้ใครทำตามที่ต้องการ จึงถือว่าไม่ผิดธรรม
  

1368.
เรียน   อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร

ที่ปฏิบัติอยุ่ตอนนี้ คือ

  1. ตื่นตีห้า มาสวดมนต์-เดินจงกรม-นั่งสมาธิ ประมาณ 2 ชม. ส่วนหัวค่ำ สวดมนต์-นั่งสมาธิ ประมาณ 30- 45 นาที
  2. รักษาศีล 5
  3. ช่วงเวลาทำงาน ถ้าว่างจะดูกาย ดูจิตไป แต่จะทำยากเพราะมักจะหลง
  4. ตักบาตร – ทำบุญ – พิมพ์หนังสือธรรมะ สม่ำเสมอ
  5. อ่านหนังสือธรรมะ และเข้าร่วมฟังบรรยายธรรมะ และฟังซีดีธรรมะทุกวัน

ที่ปฏิบัติมานี้ ถูกทางแล้วยังคะ เพื่อที่จะได้ นิพพาน หรืออย่างน้อยในชาตินี้ขอบรรลุโสดาบัน อยากให้อาจารย์แนะนำด้วยค่ะ ว่าต้องทำอะไรอีกบ้าง เพราะมุ่งมั่นมากค่ะ หรือ ควรจะบวชชี เลยดีคะ (ในกรณีหมดภาระดูแลพ่อ-แม่แล้ว)

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

คำตอบ
     การดูกายดูจิต แล้วทำให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง ต้องใช้จิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิจวนแน่วแน่ (อุปจารสมาธิ) พิจารณากายและจิตโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ว่ากายและจิตดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ เมื่อกายและจิตเข้าสู่ความเป็นอนัตตาได้ ปัญญาเห็นแจ้งในกายและจิตย่อมเกิดขึ้น ผู้รู้ไม่จริงใช้สมองคิดว่า กายและจิตต้องเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ อย่างนี้ความหลงหรือรู้ไม่จริงแท้ย่อมเกิดขึ้น

   อนึ่ง การตักบาตร ทำบุญ พิมพ์หนังสือ ฯลฯ ได้อานิสงส์เป็นเพียงสวรรค์สมบัติ แต่การฟังธรรมฟังซีดี แล้วใช้จิตโยนิโสมนสิการ ทำให้มีโอกาสเข้าถึงดวงตาเห็นธรรมได้ และการเป็นฆราวาสหากปฏิบัติธรรมได้ถูกตรงตามธรรม ย่อมเข้าถึงดวงตาเห็นธรรมได้โดยไม่ต้องบวชเป็นชี
   

1367.
กราบเรียน อาจารย์สนอง ครับ

    ตอนนี้กระผมเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ศึกษาต่อปริญญาโท ช่วงที่ก่อนมาประเทศอังกฤษทำงานมาสี่ปี ชีวิตออกนอกลู่นอกทางบ้างและใช้ชีวิตด้วยความประมาทมาก รับประทานเหล้าบ่อยมาก แต่ก็ยังมีความรับผิดชอบต่องาน เหตุผลที่มาศึกษาต่อเพราะต้องการก้าวหน้าทางการงานแต่ต้องทำงานที่อังกฤษด้วย และทางบ้านสนับสนุนค่าเรียน ผมจะรับผิดชอบค่ากินอยู่ ตั้งแต่ก่อนผมมาผมมีความสนใจด้านสมาธิมานานแล้วโดยเพิ่งเข้าศึกษาปริญญาโทปีนี้ และรู้สึกเครียดต่อการเรียนมากๆ จนไปรู้จัก อ.สนอง ในรายการทไวไลท์ ของคุณไตรภพ ครั้งนั้นท่านอาจารย์แนะนำว่าให้ฝึกความเชื่อ , ความเพียร , สติ , ศีล และปัญญา ผมก็พยายามฝึก ทุกวันครั้งละสามสิบนาทีและสามารถทำให้ผมมีสมาธิมากขึ้นช่วงนี้ผมจะพยายามนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ พุทธ โธ แต่ก็ไม่รู้ว่าดำเนินมาถูกทางหรือไม่ กระผมจึงอยากให้อาจารย์แนะนำการฝึกด้วยครับ หรือหนังสือช่วยฝึกครับ

   ตั้งแต่ผมมาอยู่นี่ มันทำให้ผมสามารถคิดถึงความดีที่พ่อกับแม่กระทำให้ผมมาและเลี้ยงดูมามากยิ่งขึ้น และเมื่อจบการศึกษา ผมมีความตั้งใจจะบวชทดแทนคุณท่านประกอบกับที่ดูรายการกระผมก็อยากกลับไป พยายามเป็นคนดี และจะช่วยเหลือผู้อื่น อยากจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้กับสังคมบ้าง อย่างที่อาจารย์ทำบ้าง

   อยากให้อาจารย์แนะนำสถานที่บวชด้วยครับ บ้านผมอยู่แถวมีนบุรี ความตั้งใจผมอยากจะศึกษาพุทธศาสนา คือในความคิดครั้งแรกผมตั้งใจบวชวัดแถวฉะเชิงเทรา ซึ่งน้องชายเคยบวช และประกอบกับสะดวกคุณพ่อ และคุณแม่ด้วยครับ แต่มาคิดดูอีกที ไหนๆเป็นการบวชเพื่อหาความรู้ด้วย จึงอยากได้ความรู้จากวัด จึงอยากได้คำแนะนำครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอาจารย์มากๆครับ

นับถืออย่างสูง

คำตอบ
   จากงานวิจัยต่างประเทศพบว่า ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต ใช้ปัญญาไอคิวร้อยละ ๒๐ ใช้คุณธรรมร้อยละ ๘๐

   ฉะนั้นหากผู้ถามปัญหาประสงค์ความสำเร็จในการเรียน ต้องประพฤติให้ได้ดังนี้
      ๑. มีศีล ๕ บริสุทธิ์คุมใจ
      ๒. มีสัจจะ
      ๓.  มีความเพียร
           •  สวดมนต์ก่อนนอน
           •  เจริญอานาปานสติ ๑๕ - ๓๐ นาที หลังสวดมนต์
      ๔. อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร

   และในฐานะเป็นชาวพุทธ ควรทำดวงให้ดีด้วยการประพฤติบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา ประพฤติอ่อนน้อม ช่วยเหลือผู้อื่น อุทิศความดีให้คนอื่น ยินดีในความดีของคนอื่น ฟังธรรม สั่งสอนธรรม และทำความเห็นให้ตรง

    ส่วนเรื่องอนาคตที่จะกลับไปทำความดีตอบแทนคุณของพ่อแม่ยังมาไม่ถึง ผู้รู้ไม่เอาจิตไปคิด เพราะคิดแล้วยังทำไม่ได้ ประโยชน์ย่อมไม่เกิด
  

1366.

ผมมีศีล 5 เป็นปกติและพยายามพยายามรักษากรรมบท 10 ด้วย
แต่เวลานั่งสมาธิจิตยังฟุ้งอยู่รบกวน อาจารย์ แนะนำหน่อยครับ

คำตอบ
  ศีล ๕ ที่เป็นพื้นฐานให้จิตเข้าสู่ความตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ ต้องเป็นศีลที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย แล้วเอาศีลที่มีลักษณะเช่นนั้นลงคุมใจ ศีลที่มีลักษณะข้างต้น
  
    ๑. ใจไม่คิดเบียดเบียนสัตว์ ไม่คิดฆ่า ไม่คิดกักขัง ผูกล่าม ไม่คิดทำร้าย

    ๒. ใจไม่คิดล่วงอทินนาทาน เช่น ไม่คิดเอาของที่เจ้าของมิได้อนุญาตมาเป็นของตน ไม่ใช้เวลาของหน่วยงานมาทำประโยชน์ส่วนตน ไม่ลอกเลียนแบบ ไม่ก๊อปปี้ซีดีของคนอื่น ฯลฯ

    ๓. ไม่คิดละเมิดกาเมสุมิจฉาจาร เช่น ไม่คิดเสพเมถุน ไม่คิดลวนลามผู้อื่น

    ๔. ไม่คิดพูดเท็จ ไม่คิดพูดให้ร้าย ยุแหย่ให้สังคมแตกแยก

    ๕. ไม่คิดเสพของมึนเมา
         ฯลฯ

     หากผู้ถามปัญหาประพฤติได้ดังนี้ โอกาสพัฒนาจิตให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิย่อมเกิดได้ง่าย
     

1365.
เรียน   อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร

    ขออนุญาตเรียกอาจารย์ว่าคุณพ่อนะคะ เนื่องจากหนูอ่านหนังสือของคุณพ่อหลายเล่มแล้ว และรู้สึกเข้าใจง่ายและเหมาะแก่คนที่เริ่มปฎิบัติได้เป็นอย่างดี ตัวหนูเองมีความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และ เชื่อว่าทำดีย่อมได้ดีทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามพระพุทธพจน์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ค่ะ ดังนั้นหนูจึงพยามยามปฎิบัติธรรมให้ได้มากที่สุด เท่าที่มีโอกาส แต่มีีคำถามหลายอย่างที่อยากจะถามจากผู้รู้ จึงขอความเมตตาคุณพ่อช่วยชี้แนะให้ลูกได้ผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหลาย และได้มีโอกาสมีปัญญาเห็นธรรมด้วยนะคะ คำถามมีดังนี้ค่ะ

   1. ทุกวันนี้หนูพยามสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน และหลังจากสวดมนต์เสร็จจะนั่งสมาธิต่อครั้งละ 30 นาที แต่หนูยังสับสนเรื่องการกำหนดลมหายใจค่ะ เนื่องจากหนูจะกำหนดหายใจเข้า พุท หายใจออก โธ แต่พอหายใจออกทีไรมันจะมีความรู้สึกว่า ต้องกลั้นหายใจไว้ก่อนแล้วค่อยหายใจเข้าต่อไป ทำให้รู้สึกอึดอัดไม่โปร่ง ควรจะแก้อย่างไรดีคะ

   2. คุณพ่อบอกเสมอว่าผู้ปฎิบัติจะสำเร็จได้ต้องมีศิลบริสุทธิ์ ซึ่งหนูอยากจะทำให้ได้ดีที่สุด แต่ความจำเป็นบางอย่างทำให้หนูรู้ว่าศิลตัวเองไม่บริสุทธิ์ คือหนูมีครอบครัวแล้ว และสามีเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีมากค่ะ ส่วนตัวหนูเองมีพี่น้องหลายคน และแต่ละคนมักจะนำปัญหามาให้ต้องแก้ไขเสมอ ซึ่งหลายครั้งที่หนูแก้ปัญหาโดยไม่บอกให้สามีทราบ เนื่องจากเกรงใจและไม่อยากให้สามีตำหนิพี่น้องของเรา หรือเอือมระอากับพี่น้องของเรา ทำให้หลายครั้งที่หนูต้องโกหกสามี หรือ แอบนำเงินที่สามีฝากเข้าบัญชีไว้ ให้เป็นเงินเก็บของครอบครัวโดยสมุดบัญชีเป็นชื่อของหนู ไปให้พี่น้องยืมบ่อยๆ โดยไม่ได้บอกสามีอย่างนี้ถือว่าหนูผิดศิลข้ออนินนา หรือเปล่าคะ และปัจจุบันนี้หนูถูกยืมเงินไปแล้ว ไม่ได้คืนทำให้ไม่มีเงินมาคืนในบัญชีไว้เหมือนเดิม ทุกครั้งเวลาสามีถามถึงจำนวนเงินหนูจะบ่ายเบี่ยง และตอบยอดไม่ตรงกับที่มีอยู่จริงหนูจะทำอย่างไรดีคะ หนูคิดว่าทุกวันนี้ที่หนูนั่งสมาธิไม่เกิดผล คงเนื่องมาจากศิลของหนูไม่บริสุทธิ์ แต่หนูไม่กล้าบอกความจริงกับสามี เนื่องจากสามีเป็นคนใจดี แต่เวลาโมโห ก็แรงมากหนูคิดว่าถ้าสามีรู้คงโกรธมากกกกกกกก   หนูควรจะทำอย่างไรดีคะคุณพ่อ ควรจะบอกความจริงและยอมรับผิด เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่้งปิดบังโกหกต่อไปดีมั๊ยคะ แต่หนูเองไม่มั่นใจว่าถ้าสามีโกรธและโมโหรุนแรง หนูจะมีสติพอจะตั้งรับได้ดีแค่ไหน รบกวนคุณพ่อช่วยชี้แนะทางสว่างให้กับหนูด้วยค่ะ

   3. หนูเคยมีโอกาสได้ไปปฎิบัติธรรม ที่วัดอัมพวันสิงห์บุรีเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเป็น 3 วันที่หนูตั้งใจดีมาก กลับมาที่บ้านก็ตั้งใจปฎิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสวดมนต์ก่อนนอน หลังจากนั้นจะเดิมจงกรม 30 นาที นั่งสมาธิ 30 นาที 2-3 วันแรกที่ทำหลังกลับจากวัดปฎิบัติได้นิ่งไม่มีอะไร แต่พอวันที่สี่ที่ห้า หลังจากเดิมจงกรมเสร็จ ช่วงเวลาที่นั่งสมาธิหนูรู้สึกปวดหลัง และหงุดหงิดมาก จนไม่สามารถนั่งหลับตาต่อได้ ต้องลืมตาขึ้นมา พอลืมตาก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พอหลับตาจะนั่งสมาธิต่อ ก็รู้สึกเหมือนเดิมอีกและรุนแรงมากขึ้น หงุดหงิดไม่มีสาเหตุ หลังปวดไปหมด หนูพยายามกำหนดปวดหนอๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถผ่านได้ ต้องยุติการนั่งหลายครั้ง ซึ่งทำให้หนูกลายเป็นคนเสียสัจจะ อย่างนี้การปฎิบัติธรรมของหนู จะมีโอกาสสำเร็จได้หรือไม่ และควรจะทำอย่างไรดีคะ

     สุดท้ายนี้ขอบคุณคุณพ่อและขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ ที่คุณพ่ออุตส่าห์เสียสละเวลา เสียสละตนเอง เพื่อช่วยชี้แนะให้คนด้อยปัญญาอย่างหนูได้มีโอกาสเดินตามรอยเท้าพ่อค่ะ

คำตอบ
  (๑). การบริกรรมเพื่อให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ ต้องบริกรรมให้เหมาะกับจริตของแต่ละบุคคล

   (๑.๑) คนที่ชอบรักสวยรักงาม (ราคจริต) เหมาะกับการบริกรรมอสุภะหรือกายคตาสติ

   (๑.๒) คนที่ใจร้อนหงุดหงิด (โทสจริต) เหมาะที่จะบริกรรมวรรณกสิณหรือเจริญเมตตา

   (๑.๓) คนที่เหงาซึม เชื่อคนง่าย (โมหจริต) เหมาะแก่การเจริญอานาปานสติ

   (๑.๔) คนที่มีจิตซาบซึ้งเลื่อมใสโดยง่าย (สัทธาจริต) เหมาะแก่การบริกรรมอนุสติ หกข้อแรก

   (๑.๕) คนที่มีช่างคิดพิจารณา (พุทธิจริต) ควรใช้มรณสติ จตุธาตุววัตถาน ๔ หรืออาหาเรปฏิกูลสัญญา มาบริกรรม

   (๑.๖) คนที่ชอบคิดวกวน คิดฟุ้งซ่าน (วิตกจริต) ควรเจริญอานาปานสติ

   ดังนั้นผู้ถามปัญหาควรลองเลือกวิธีการตามที่เสนอ วิธีใดทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้เร็ว ให้เลือกใช้วิธีนั้น ก็สามารถก้าวข้ามปัญหาที่ถามไปได้

   (๒). สามีประสงค์ให้เป็นเงินเก็บของครอบครัว หากเขามิได้อนุญาตให้ไปใช้อย่างอื่น ผู้ที่นำไปใช้ย่อมผิดศีลข้ออทินนาทาน หากผู้ถามยอมรับความจริง สารภาพความจริง แล้วรักษาสัจจะมิให้ประพฤติทุศีลเกิดขึ้นซ้ำ ปัญหาย่อมผ่านพ้นไปได้

   (๓). นั่งปฏิบัติสมาธิแล้วปวดหลัง ควรลุกขึ้นเดินจงกรม เมื่อใดจิตมีกำลังของสติกล้าแข็ง จึงจะอยู่เหนือทุกขเวทนา (ปวดหลัง) ได้ ด้วยการกำหนดว่า “ ปวดหนอๆๆๆๆ ” จนกว่าอาการปวดหลังหายไป
  

1364.

     ปัจจุบันการจัดงานศพ ใช้เงินมาก เท่าที่ผมเจอ วัดที่หาดใหญ่ ต่ำๆ ประมาณเจ็ดหมื่นบาท คำถามที่จะตั้งนี่ไม่ได้หมายความว่าไม่อยากจ่ายเงินนะครับ ผมเพียงมาคิดว่า ในเมื่อเราปฎิบัติธรรม นั่งสมาธิ ทำบุญทำทานมาดี ชีวิตวันหน้าก็หวังไปนิพพาน ไม่ยึดติดอะไรอีกแล้ว แม้แต่ร่างกายเรา

     หากผมตายแล้วสั่งคนข้างหลังว่า ถ้าผมตายให้เผาได้เลยไม่เอาพระมาสวด ประมาณว่าตายเช้าเผาเย็น

     ผมจะทำเช่นนี้ได้หรือไม่ การนำพระมาสวดมีผลอะไรต่อดวงวิญญาณเราอย่างไร

     หวังว่าคำถามนี้ท่าน ดร สนอง คงจะได้รับนะครับ   ขอบพระคุณครับ

คำตอบ
    ผู้ใดปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงดวงตาเห็นธรรมได้แล้ว เมื่อจำเป็นต้องทิ้งขันธ์ลาโลก ย่อมไม่ต้องการบุญที่เกิดจากการอุทิศของใครผู้ใด ทั้งนี้เป็นเพราะตัวเองสั่งสมบุญไว้มากพอแล้ว ที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความพ้นทุกข์

   อนึ่ง หากผู้ถามปัญหา ได้พัฒนาจิตจนเข้าถึงความเป็นอริยบุคคล แม้เพียงขั้นต้น (โสดาบัน) ได้แล้ว แม้จะนำพระมาสวดให้กับศพ ย่อมไม่มีผลต่อดวงวิญญาณของผู้มีสภาวะจิตเป็นเช่นดังที่กล่าว ฉะนั้นจงดูใจตัวเองให้ออก แล้วคำตอบจะอยู่ที่นั่น
  

1363.
กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร

     ก่อนที่ผมต้องส่งคำถามมาถามท่านอาจารย์ ผมต้องตรองอยู่นานเกรงว่า สิ่งที่ผมถามจะเป็นเรื่องไร้สาระรึเปล่าสำหรับท่านอาจารย์ แต่ผมคงต้องถามไม่งั้นผมคงจะคาใจ แล้วจะปฎิบัติต่อไปไม่ได้ ดังนั้นจึงขอความอนุเคราะห์จากทางท่านอาจารย์ด้วยนะครับ คือกระผมได้เจริญสติตามแต่เวลาเอื้ออำนวย สืบเนื่องมาจากกระผมต้องทำงาน และต้องอ่านหนังสือไปด้วย ทำให้บางทีอาจจะปฎิบัติได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก และเป็นการปฎิบัติตามแนวท่านที่เคยได้ไปปฎิบัติกับทางวัดกรรมฐานแห่งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ทำให้กระผมเองไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ผมคิดไปเองรึเปล่า ดังนั้นจึงขออนุญาตถามท่านอาจารย์เป็นข้อๆดังต่อไปนี้

   1. คือที่ผ่านมาผมก็ฝึกเจริญสติอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปที่วัด แต่ก็ได้ปฎิบัติโดยอาศัยจากคำสอน ที่ท่านพระอาจารย์ท่านหนึ่งเคยให้ไว้ นำมาปฎิบัติประกอบหาจากหนังสือ ของท่านพระอาจารย์ที่มีเผยแพร่ไว้ ซึ่งเมื่อนานมาแล้ว ผมได้ไปปฎิบัติกรรมฐานกับพระอาจารย์ท่านนี้โดยทางวิทยาลัยจัดไปซึ่งเป็นวัด ที่เน้นทางด้านกรรมฐานแห่งหนึ่ง ย่านสิงห์บุรี ซึ่งก็มีการรับกรรมฐานจากท่านพระอาจารย์ อย่างกรณีนี้ถือว่าผมมีอาจารย์กรรมฐานแล้วหรือไม่ครับ หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้ปฎิบัติเลยครับ บอกตรงๆนะครับรู้สึกหลายอย่างมันไม่เอื้อเลยครับช่วงนั้น

   2. หลังจากกลับมาจากวัด ผมเองก็ไม่ได้สนใจปฎิบัติมากนัก แต่หลังจากที่ผมได้มีโอกาสบวชทดแทนคุณบุพการี ที่วัดแถวบ้านซึ่งท่านก็สอนการเจริญสติแบบสมถภาวนา ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก และเมื่อได้ลาสิกขาออกมาและได้ฟังเสียงธรรมและเรื่องราวของท่านเจ้าคุณโชดก และพระอาจารย์ท่านนั้น ซึ่งท่านก็เป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณอาจารย์เช่นกัน ทำให้ผมเกิดศรัทธาและเสียดาย ที่ไม่ได้ปฎิบัติในสิ่งที่ควรปฎิบัติขณะอยู่ในเพศบรรพชิต เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มปฎิบัติ

   ผมจึงได้ปฎิบัติเรื่อยมาตามแต่เวลาเอื้ออำนวย ซึ่งขณะเจริญสติผม ณ.ขณะนั้นก็ไม่ค่อยรุ้สึกอะไรมากนัก กล่าวคือไม่รุ้สึกถึงสิ่งต่างๆแบบคน อื่นๆเขา ไม่ว่าจะนิมิตหรืออะไร นอกจากอาการเวทนาต่างๆ พวกปวดโน่น ปวดนี้ หรืออาการคันหรือปิติ ซึ่งอาการดังกล่าวผมเอง ก็ได้กำหนดตามที่เคยได้รับการสอนมา หรือค้นคว้าเพิ่มเติมตามแนวของท่านทั้งสอง ซึ่งผมเคยได้มีโอกาสไปที่คณะห้า ซึ่งทางคณะห้าได้บอกว่าเป็นแนวเดียวกัน ซึ่งผมเองก็ไม่แปลกใจครับ ก็ท่านเป็นศิษย์อาจารย์กันนี่นา นอกจากขณะเจริญสติจะไม่มีอาการใดเด่นชัด ดังเช่นคนอื่นแต่มีอาการวูบซึ่งเกิดทั้งขณะเดินหรือนั่ง ซึ่งอาการแบบนี้เกิดจากอะไรคับ เคยได้ยินมาบ้างว่าอาจเกิดจากอาการง่วง ถ้าอย่างงั้นเราจะรุ้ได้ยังไงว่า อาการดังกล่าวเกิดจากการง่วงจริงหรือเกิดจากอย่างอื่น

   และบางครั้งในขณะที่ไม่ได้เจริญสติ เวลาผมมองร่างกายแล้วมันเหมือนไม่ใช่ของเรา ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นขณะเรามองส่วนนั้นสักระยะ เช่น ขณะล้างมือ เมื่อมองดูมือ เหมือนไม่ใช่มือ ขณะขับถ่าย มองขาเหมือนไม่ใช่ ขา ตัวเอง เป็นต้น ส่วนเวลามองคนอื่นนั้นหากเป็นคนอื่น บางครั้งก็รุ้สึกเช่นเดียวกันแต่ก็ไม่ทุกคน ซึ่งอาการดังกล่าวเพิ่งมาเกิดในช่วงนี้ สืบ เนื่อง จากช่วงนี้จะปฎิบัติมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ครับ และบางครั้งหากไม่ได้เจริญสติอาการนั้นก็ยังมีอยู่ และมีความรุ้สึกอยากจะกลับไปเจริญสติ อาการดังกล่าวผมผิดปกติหรือคิดไปเองรึเปล่าคับ ถ้าผิดปกติมีทางแก้ไหมคับ และจำเป็นไหมที่เราต้องไปสอบอารมณ์ และฟังเทศน์ลำดับญาณ (ซึ่งกรณีหลังผมไม่อยากฟังเนื่องจากกลัวว่าพอฟังไปแล้วจิตจะเกิดสัญญา แล้วจะมีปัญหาในการปฎิบัติ)

   3. ผมอยากให้อาจารย์ช่วยอธิบายเกี่ยวกับพละ 5 ด้วยครับหรือจะชี้ช่องว่าไปหาดูเพิ่มเติมที่ไหนก็ได้ครับ รวมถึงอยากทราบด้วยว่า ขณะที่เราเรียนหนังสือ (คือผมต้องเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการ และทำงานไปด้วย ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับที่จะไปสอบเลย ซึ่งผมเรียนมามาสองสาขาครับ)

   เราควรจะปฎิบัติเน้นทางสมถภาวนาดี หรือวิปัสสนาดีครับ และควรใช้เวลาประมาณเท่าใดต่อวัน หรือจะเอาตามที่เวลาเอื้ออำนวย และหาเวลาเพิ่มเติมจากเลิกทำกิจกรรมที่ไม่มีสาระ เช่นดูทีวี และหันมาปฎิบัติแทนครับ และท่านอาจารย์ครับช่วงนี้ผมอยากบอกท่านอาจารย์ว่า ผมเองก็สับสนไปหมดแล้วว่าจะเอายังไงจะเน้นทางโลก หรือทางธรรมดี เพราะทางโลกผมเองก็ยังมีภาระอยู่ครับ ซึ่งก็ต้องรอให้อะไรมันคลี่คลาย แต่ก็กลัวว่าจะหมดอายุเสียก่อนได้ปฎิบัติธรรมอย่างจริงจัง หวังว่าท่านอาจารย์จะอนุเคราะห์ผมด้วย

   ขอบคุณสำหรับความอนุเคราะห์ และความเสียสละของท่านอาจารย์ ที่กรุณามาช่วยไขปัญหาให้ครับ
   และสุดท้ายนี้ต้องขออภัยด้วยถ้าเขียนข้อความวกวน หรือเขียนผิดไปบ้าง ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

คำตอบ
   (๑). ที่บอกเล่าไปถือได้ว่ามีอาจารย์ให้กรรมฐานแล้ว

   (๒). ผู้ใดปฏิบัติธรรมอย่างไม่จริงจัง ย่อมเข้าไม่ถึงมรรคผลของธรรมที่ปฏิบัติ ที่บอกเล่าไปเป็นอาการปกติของคนที่มีกำลังสติ กำลังความเพียร กำลังขันติ กำลังปัญญา ฯลฯ อ่อน

   (๓). ผู้ถามปัญหาประสงค์รู้เรื่อง พละ ๕ สามารถหาอ่านได้จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของ พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) และหากประสงค์ให้มีพละ ๕ เกิดขึ้นกับจิตของตัวเอง ต้องนำตัวเข้าปฏิบัติธรรม

   ผู้ใดปรารถนาให้ตัวเองมีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ มีความจำดี มีความขยัน ต้องปฏิบัติสมถกรรมฐาน และผู้ใดปรารถนามีปัญญาเห็นถูกตามธรรม ต้องนำตัวเองเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยมีศีล มีสัจจะ มีความเพียร มีขันติ ฯลฯ เป็นเครื่องสนับสนุนแล้ว ย่อมบรรลุความปรารถนาได้ แต่จะได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับกำลังของคุณธรรมที่พัฒนาได้ รวมถึงบุญบารมีเก่าที่ทำสั่งสมไว้
   

1362.
เรียนท่านอาจารย์ดร.สนอง

ขอเรียนสอบถามเรื่อง ผีสิงหรือผีเข้า

   ขออนุญาติเล่าที่ไปที่มาก่อน คือน้องสาวมีอาการผิดปกติ เหมือนคนป่วย จะรู้สึกกระวนกระวาย ใจไม่ดี ประมาณดึกๆเที่ยงคืนบ่อยไปหาหมอวินิจฉัยโรคจิต มีวันหนึ่ง แสดงอาการเป็นคนอื่น บอกเป็นผีผู้ชาย อยากมาอยู่ด้วย ได้ไปหาคนทรงทำพิธี ทุกอย่าง แล้วอาการดีขึ้น จากนั้นไปปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้ผี หลังจากนั้น มีอาการปวดท้อง หมอวินิจฉัย ไส้ติ่ง และผ่าไส้ติ่ง ไปตรวปวดหลัง ขาขวาอ่อนแรง หมอวินิจฉัยกระดูกทับเส้น แต่เอกเรย์ไม่มีอะไร ไปตรวจซ้ำ มีอาการสั่น หมอสงสัยโรคไทรอยด์ เจาะเลือดก็ปกติ ต่อมาน้องสาวจะรู้สึกว่า อึดอัด หายใจไม่ออก ถ้ามีคนที่ทำบุญเยอะๆ เดินเข้าหา และยังหลุดแสดงตัวเป็นผี มีเสียงเปลี่ยน อึดอัด บอกเป็นผีตนเดิมที่ยังอยู่เกาะอยู่ในร่างกาย มาขออยู่ด้วย ได้ไปหาพระอาจารย์หลายวัด ท่านแนะนำทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร

   ถึงตอนนี้ น้องสาวดีขึ้น แต่ยังรู้สึกว่ายังมีอยู่ในร่างกาย แต่สามารถกำหนดรู้ และบังคับ เวลามีอาการไหลท้องขึ้นมาถึงหน้าอก ยังมีอาการเดินกระเผลก บ้าง แต่จิตใจดีขึ้น แต่ยังอยากให้หายขาด ตั่้งแต่ผีเข้า จน ปัจจุบัน เกือบ 3 เดือนแล้ว ที่ทำอยู่ตอนนี้ ตักบาตร ไปวัด ทำบุญ สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ แผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกวัน ทุกวันก็ให้น้องสาวมองบวก ว่าเขามาสอนให้เราปฏิบัติ ในการกำหนดรู้ แต่น้องสาวอยากหายเป็นปกติ

   เรียนขออาจารย์ช่วยเหลือ น้องสาว ให้หายป่วย ด้วยครับ ว่าจะต้องทำวิธีใด
     ขอบพระคุณมากครับ

คำตอบ
  พฤติกรรมที่น้องสาวประพฤติอยู่ขณะนี้ ทำได้ถูกตรงแล้ว แต่จะให้ดียิ่งขึ้น ควรนำตัวเข้าปฏิบัติธรรมที่เป็นหมู่คณะ ยิ่งมีจำนวนนักปฏิบัติธรรมมากยิ่งดี แล้วขอความเมตตาทุกคนที่ร่วมปฏิบัติธรรม อุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของน้องสาว และจะยิ่งดีที่สุด หากน้องสาวปฏิบัติธรรมจนสามารถเข้าถึงดวงตาเห็นธรรมได้แล้ว ปัญหาดังกล่าวย่อมหมดไป
   

1361.
เรียน ดร.สนอง วรอุไร ที่นับถือ

   ดิฉันขอเรียนถามปัญหาที่ดิฉันติดอยู่ในใจมานาน   ดิฉันมีลุงคนหนึ่งเป็นพี่ชายของแม่   ปัจจุบันแกกำลังลำบาก   อยู่ห้องเช่าเพียงคนเดียว มีหลานชายไปมาหาสู่บ้างนานๆ ครั้ง อายุแกก็มากแล้ว   ร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง   ดิฉันสำนึกว่าแกมีบุญคุณเคยดูแลดิฉันเมื่อพ่อแม่ไม่ว่างเมื่อยามเด็กๆ เคยสั่งสอนอบรมดิฉัน   ปัจจุบันส่งเงินให้แกทุกเดือน ป่วยไข้ก็ส่งเงินไปให้เพิ่มเติม แต่ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนเลย   เนื่องจากดิฉันไม่สามารถทำใจได้  

   เมื่อก่อนแกอาศัยอยู่กับครอบครัวลูกเลี้ยงของแก ต่อมามีปัญหากับครอบครัวนั้น   ซึ่งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่ประมาณว่า แกไปทำมิดีมิร้าย   กับหลานสาวคนหนึ่ง   จะร้ายแรงแค่ไหน เป็นเรื่องที่ปิดบังกัน   หลานสาวคนนี้ ปัจจุบันสติก็ไม่ค่อยดี   ไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องที่แกกระทำ หรือ เป็นของแกเอง

   เมื่อดิฉันได้ยิน เรื่องนั้นมา   ตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่มีบางอย่างในจิตใต้สำนึก   บอกว่าเชื่อว่าแกทำแน่   บางครั้งเคยหวนคิดไปถึงตอนเด็ก   แกอาบน้ำให้ครั้งนึง   ตอนนั้นแม้เป็นเด็ก รุู้สึกไม่ชอบ และ ก็ไม่อยากให้แกอาบน้ำให้อีกเลย   ส่วนแม่ของดิฉัน   ตัดขาดกับแกอย่างสิ้นเชิง   ไม่รับรู้เรื่องของแกอีก   แกขอมาอาศัยอยู่ที่บ้าน แม่ก็ไม่ให้   พ่อดิฉันก็รังเกียจแก   การส่งเงินให้แกทุกเดือนนั้น   แม่ดิฉันก็ไม่รู้  

   ตอนนี้ ดิฉันรังเกียจแก   รังเกียจพฤติกรรมของแก   แต่พยายามข่มไว้ไม่ให้ใครรู้   แม้แต่แกเอง ก็ไม่เคยแสดงให้รับรู้   ยังส่งเงินให้ทุกเดือน   และสอบถามความเป็นอยู่แกบ้างตามสมควร

   ดิฉันอยากถามว่า การตอบแทนบุญคุณนั้น ทำแค่นี้พอหรือไม่   เราตอบแทนไปตามหน้าที่ โดยจิตใจเราไม่สามารถกำจัด หรือแยกส่วนดี เลวของแกออกจากกันได้   ถือว่าเราตอบแทนบุญคุณพอแล้วหรือไม่  

   การไม่ไปดูแล เยี่ยมเยียน จะถือว่าเนรคุณหรือไม่

   ขอแนวทางในการทำใจในกรณีนี้   และหากมีคำแนะนำอย่างไร   ดิฉันขอน้อมรับไว้เพื่อพยายามปฏิบัติต่อไป  

   ขอให้อาจารย์ เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป   บุญกุศลที่อาจารย์ชี้แนะแนวทางให้แก่ผู้คน ขอเป็นแสงสว่างในทางธรรมให้แก่อาจารย์และครอบครัวตลอดไป

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ
    ผู้ใดมีความไม่ชอบใจ (รังเกียจ) เกิดขึ้นกับจิตของตัวเอง ผู้นั้นมีบาปอยู่ในใจ แต่หากผู้ใดเห็นคนอื่นประพฤติไม่ดี แล้วเอาเขามาเป็นครูสอนใจตัวเองว่า เราจะไม่ประพฤติเช่นเขา ผู้นั้นมีบุญเกิดขึ้นกับใจ เจ้าคุณโชดกเคยสอนผู้ตอบปัญหาว่า “ หนีหมาให้ห่างศอก หนีวอก (ลิง) ให้ห่างวา หนีพาลา (คนพาล) ให้หนีห่างไกลลับตา ”

   ฉะนั้น ผู้ถามปัญหาไม่เคยไปเยี่ยมเยียนผู้ถูกสมมุติว่าเป็นลุง มิได้ประพฤติผิดธรรมแต่อย่างใด

   การส่งเงินไปให้ลุง การสอบถามความเป็นอยู่ของลุง เป็นสิ่งที่ประพฤติถูกแล้ว แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรนำหมู่ (หลายคน) ไปเยี่ยมเยือนตามโอกาสอันควร และการไม่ไปเยี่ยมเยือน ไม่ถือว่าเป็นการให้ร้ายผู้มีคุณ (เนรคุณ)
  

1360.
อ้างถึงคำถาม 1354

  เป็นบุญของผมที่อาจารย์ช่วยชี้แนะทางออกให้ ผมต้องการจะปฏิบัติตามที่อาจารย์บอกครับ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ขอรบกวนอาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทางได้ไหมครับ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอเรียนพบอาจารย์ได้ไหมครับ หรือจะให้ผมทำอย่างไรก็ได้ครับ
 
  ด้วยความเคารพ

คำตอบ
    ผู้ถามปัญหาต้องพัฒนาจิตด้วยการปฏิบัติสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน จนจิตเข้าถึงอริยธรรมเป็นอย่างน้อยพระอนาคามีให้ได้ก่อน แล้วจึงนำตัวเข้าฝึกสมถกรรมฐานอย่างยิ่งยวด กับพระอริยบุคคลผู้มีประสบการณ์ในการเข้านิโรธสมาบัติ แล้วโอกาสหายจากโรคดังกล่าว จึงจะเป็นไปได้
  

1359.
ถึงท่านดร.สนอง วรอุไร

   1. เรื่องของฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์นั้นมีผลต่อชีวิตเราประมาณกี่เปอร์เซนต์ครับ และส่วนในเรื่องของกรรมนั้น มีผลต่อชีวิตของเรากี่เปอร์เซนต์ครับ
 
   2. ผมอยากทราบวิธีที่จะรุ่งเรืองแบบรวดเร็ว และมั่งคั่งในอนาคต ผมรู้ว่าการให้ทานนั้นเป็นเหตุทำให้เรามีทรัพย์มาก แล้วทานแบบไหนที่ให้ผลได้ทันตาเห็นครับ พอผมได้ไปอ่านข้อมูลในเว็บไซด์ ก็ได้เห็นข้อความอันหนึ่งที่ว่า การถวายสังฆทานนั้นอานิสงค์มาก แม้แต่พุทธญาณยังหาที่สิ้นสุดมิได้อันนี้เป็นจริงแน่แท้แล้ว เพราะผมและคุณแม่ได้พิสูจน์แล้วเป็นจริงครับ แต่ตอนนั้นผมและคุณแม่ได้ถวายไปตอนเมื่อต้นปีที่แล้ว แค่หนึ่งครั้งเองโดยที่ผมไม่ซื้อของสำเร็จมาถวาย แต่ซื้อของที่มีคุณภาพมาจัดถวายเอง และเมื่อผมพึ่งได้ไปอ่านหลังสือ ชื่อเรื่อง ความสำเร็จที่มาจากพระพุทธเจ้า นั้นเขาบอกให้ทำทุกเดือน ซึ่งผมเสียดายมากถ้ารู้ก่อนคงจะดีกว่านี้แน่นอน เพราะในหนังสือบอกให้ทำทุกเดือน   ขอให้ผู้ที่อ่านไปลองพิสูจน์ดูนะครับ ซื้อของที่มีคุณภาพมาถวายแล้วสิ่งที่ดีจะกลับมาหาท่านเอง   และกระผมอยากทราบวิธีที่จะเจริญอยากมั่งคั่ง ยั่งยืนเท่าที่ผมรู้มาว่ามีการกตัญญู   รักษาศีล   เจริญภาวนา   กระผมอยากท่านแจกแจงรายละเอียดเพิ่มครับ ว่าจะต้องทำทุกวัน   หรือทำให้ยิ่งขึ้น   หรือทำมากขึ้น และอยากให้ท่านช่วยขี้แนว่าในการทำบุญควรทำอย่างไรบ้างอย่างไร และมีวิธีอย่างอื่นอีกหรือปล่าวครับขอความเมตตาท่านโปรดช่วยชี้แนะโดยละเอียดเพื่อให้ทำเหตุให้ตรงอย่างให้ดีที่สุดครับ   และกระผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะน้อมนำมาปฏิบัติให้เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงต่อไปครับ

  ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ ที่เมตตาแสดงพระธรรมให้แก่กระผมได้ทราบครับ ขออนุโมทนาบุญที่ท่านได้ตอบข้อนี้ครับ   สาธุ    สาธุ   สาธุ

คำตอบ
  ฮวงจุ้ยและโหราศาสตร์มีผลต่อชีวิตของบุคคลกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครตอบได้ถูกตรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณธรรมที่เก็บบันทึกไว้ในดวงจิตของแต่ละบุคคลมีไม่เท่ากัน และความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยหรือความรู้ที่เกี่ยวกับโหราศาสตร์ มิอาจเข้าถึงความจริงในชีวิตของผู้มีสภาวะจิตเป็นอริยบุคคลได้
  

1358.
เรียนท่านอาจารย์ ดร.สนอง   วรอุไร
 
การที่คนที่มากู้เงินแล้วโกงไปอย่างนี้เป็นกรรมที่มาจากดอกเบี้ยที่เราคิดเขาหรือปล่าวครับ
การที่ปล่อยเงินกู้เป็นบาปหรือปล่าวครับ   แล้วต้องปล่อยดอกเบี้ยเท่าไรจึงจะไม่บาปครับ
 
แล้วถ้าคนโกงไปทรัพย์นั้นจะกลับมาหาเรารึปล่าวครับ ขอความเมตตาท่านโปรดให้ขอคิดทางธรรมด้วยครับ

คำตอบ
    การออกเงินกู้แล้วทำให้ผู้กู้เงินเกิดความไม่สบายใจ ถือว่าเป็นบาป ผู้ปล่อยเงินกู้ต้องรับบาปนั้นด้วย การออกเงินกู้ที่ไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ถือเป็นบาป

   คนที่โกงทรัพย์ไปแล้ววกกลับเอาทรัพย์มาคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ ไม่เรียกว่าโกงทรัพย์ แต่เรียกว่าเป็นผู้สำนึกผิดในกฎแห่งกรรม
   

1357.
กราบเรียน  ท่านอาจารย์ดร. สนองที่เคราพอย่างสูง

   ผมเปิดร้านขายแว่นตา และคอนแทคเลนส์มาได้สามปีกว่า ปีแรกยอดขายไม่ดีนัก จึงมีลูกค้าแนะนำให้นำคอนแทคเลนส์จากเกาหลี ที่มีคุณภาพสูงกว่าเลนส์ทั่วๆไปมาขาย และประกอบกับการบริการ และแนะนำสินค้าอย่างตรงไปตรงมา และคิดถึงความปลอดภัย และประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก จึงมียอดขายดีขึ้นเป็นลำดับ จึงอยากเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายโดยการเปิดเว๊ปไซด์ แต่เนื่องจากในช่วงนั้นรายได้ยังไม่มากพอ จึงนำเงินที่ได้จากคุณยายมาลงทุน ซึ่งเดิมผมตั้งใจว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปทำบุญ แต่กะว่าขอเอามาลงทุนทำเว๊ปก่อน พอมีกำไรจะเอาไปทำบุญตามที่ตั้งใจ ซึ่งเปิดเว๊ปผ่านไป 1 ปี ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ยอดขายที่หน้าร้านกลับดีขึ้นเรื่อยๆ จากการบอกต่อของลูกค้าประจำจึงเก็บเงินแต่งานได้สำเร็จเมื่อต้นปี 52 และขายดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายปีคุณยายป่วยหนัก เราจึงนำเงินไปช่วยค่ารักษาพยาบาล คุณยายเป็นจำนวนเท่ากับที่คุณยายได้ให้มาในความก่อน ต่อมาเราก็ตั้งใจจะทำเว๊ปไซด์กันอีกครั้ง แต่ก็มีความติดขัน และอุปสรรค์เกิดขึ้นหลายอย่างที่ยังไม่สามารถเปิดเว๊ปไซด์ได้ จึงขอความกรุณา ดร . สนอง โปรดชี้แนะและให้ปัญญากับผมและภรรยาด้วยครับ

   ผมได้ทำสมาธิด้วยตัวเองมาเป็นเวลา 5-6 ปี เมื่อมีข้อสงสัยก็อ่านหนังสือคุณดังตฤณเพื่อชี้ทางบ้าง ต่อมาได้รู้จักกับภรรยา ก่อนที่จะได้แต่งงานกัน ก็ได้รู้จักกับน้าหมอหล ซึ่งเป็นที่เคารพของครอบครัวภรรยา จึงได้อ่านหนังสือของ  ท่านอาจารย์ ดร. สนองและได้ยึดเป็นแนวทางมาตลอด กระทั่งปลายปี 51 ได้ฝันว่า ผมไปนั่งรวมกับคนหลายคน กลางบ้านเรือนไทยหลังใหญ่  ไม่นานจากนั้นทุกคนก็หมอบกราบ พอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นปลายเท้า และจีวรสีส้ม แล้วท่านก็นั่งลงบนเก้าอี้แล้วเรียกให้ผมเข้าไปหา ผมจึงคลานเข้าไป ท่านจึงพูดขึ้นว่า “ อย่างมึง ต้องได้กูเป็นครูบาอาจารย์ก่อน จึงจะก้าวหน้า “ ผมได้ยินแล้วดีใจมาก ก้มลงกราบเท้าแล้วน้ำตาก็ไหลไม่หยุด พอรู้สึกตัวตื่นก็ทำให้สงสัยว่าท่านที่รูปร่างท้วมมาก แต่ไม่ท้วมเท่ากับท่านพุทธทาส เป็นใคร เดือนมกราคมปี 52 ผมบวชได้ 2 วัน ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่นนี้ได้ตอบคำถามที่ผมสงสัยในขณะทำสมาธิได้อย่างหายสงสัย ซึ่งก่อนนี้ถามใครก็ไม่ได้คำตอบที่กระจ่างใจ เมื่อพลิกดูภาพท่านที่หน้าปก จีงมั่นใจได้ทันที ว่าเป็นองค์เดียวกับที่ได้เจอในฝันคือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เคยปรึกษากับน้าหมอหลว่าทำอย่างไรจะได้เจอกับครูบาอาจารย์ ท่านแนะนำให้ไปอธิฐานจิตในสถานที่ศักดิ์สิทธิ   ผมก็ไปที่เขาคิชฌกูฏ เมื่อปลายเดือนมีนาคม ปี 52 แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงขอความกรุณาจาก ท่านอาจารย์ ดร . สนอง มีสิ่งใดที่ผมควรทำต่อไปได้บ้างครับ

      ต้นเดือน กุมภาพันธ์ ปี 53 นี้ ผมและภรรยาจะเดินทางไปทำบุญ ที่วัดของครูบาน้อย พร้อมกับน้าหมอหล หากไม่เป็นการเกินวิสัยที่ผมจะพึงได้ ขอให้ผมและครอบครัวได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ ท่านอาจารย์ ดร . สนองด้วยครับ

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ดร.สนองอย่างสูง ที่กรุณาชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่กระผมและครอบครัว

กานต์ เกราะเพ็ชร

คำตอบ
   การทำธุรกิจให้เจริญ เจ้าของธุรกิจต้องปฏิบัติตนให้มีคุณธรรม อย่างน้อยดังนี้
     ๑. มีศีล ๕ คุมใจ
     ๒. บำเพ็ญทานอยู่เสมอ
     ๓. มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีอุปการะ (ลูกค้า พ่อแม่ ยาย ฯลฯ)
     ๔. มีความซื่อสัตย์ต่อผู้มาใช้บริการ (ลูกค้า)
     ๕. ทำธุรกิจโดยมีอิทธิบาท ๔ เป็นเครื่องสนับสนุน
     ๖.  ต้องเว้นอบายมุข
           ฯลฯ

1356.
กราบอนุโมทนาบุญกับท่านอาจารย์ค่ะ

    หนูต้องการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ด้วยการแนะนำท่านให้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ด้วยเวลาที่มีจำกัด และสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งต้องผ่าตัดในเร็วๆนี้      จึงขอความกรุณาท่านอาจารย์แนะนำอาจารย์หรือกัลยาณมิตรผู้ที่มีเมตตาสอนวิปัสสนาที่ถูกต้อง ตรงแนวของพระพุทธองค์ที่สุด ในเวลาอันจำกัด   เพื่อให้เป็นอริยทรัพย์ติดตัวไปทุกชาติ   ทุกภพ  

ขออนุโมนาบุญอีกครั้งค่ะ

พัฒน์

คำตอบ
    ผู้ใดมีสุขภาพกายไม่ดี จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด หรือผู้ใดมีสุขภาพกายดี ไม่ต้องเข้ารับการบำบัดจากหมอ

   ลมหายใจเข้าออกเป็นกัลยาณมิตรที่ดี
เพราะอยู่กับเราตั้งแต่แรกเกิด จนบัดนี้ยังทำหน้าที่ได้อย่างซื่อตรง ฉะนั้นควรประพฤติดีต่อกัลยาณมิตร ด้วยการหายใจเข้ากำหนด “ พุท ” หายใจออกกำหนดว่า “ โธ ” กำหนด “ พุท-โธ ” ทุกครั้งที่มีจิตระลึกได้ถึงเพื่อนดีคนนี้ และกำหนดทุกครั้งที่ว่างจากการทำงานภายนอก คือหมดภาระที่ต้องทำให้กับสังคมแล้ว ต้องทำงานให้กับเพื่อนดีคนนี้

อนึ่ง พระสารีบุตรกล่าวว่า การมีสติระลึกได้ในกาย (กายคตาสติ) เป็นกัลยาณมิตรที่ดีที่สุด
  

1355.
    สวัสดีค่ะอาจารย์   หนูติดตามอาจารย์มานานค่ะ ขอเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ
 
   1. หนูนั่งสมาธิมา ปีกว่าแล้วค่ะ บางครั้งนั่งได้นานเป็น 1-2 ชม.แต่หนูยังไม่ก้าวหน้าเลยค่ะ ยังไม่สามารถเห็นกายดับได้โดยใช้จิต ไม่ใช้สมอง แต่หนูสามารถดับเวทนาได้คือ เมื่อปวดก็กำหนด ปวดหนอ ตามดูตำแหน่งที่ปวด อาการปวดก็ชาแล้วหายไป   2-3 รอบค่ะ หนูควรทำอย่างไรต่อไปคะ
 
  2. หนูไม่ได้เดินจงกรมค่ะ เพราะจิตไม่นิ่งค่ะ ได้ไม้คะ
 
  3. หนูอยู่ชลบุรี วันที่ 17 มค.นี้เป็นวันเกิด ขอพรจากอาจารย์ด้วยค่ะ    และตั้งใจจะไปปฏิบัติธรรมอยากให้อาจารย์แนะนำสถานที่ด้วยค่ะ  

คำตอบ
   
(๑). การแก้ปัญหาเรื่องเวทนา (ปวดขา) ทำได้ถูกวิธีแล้ว ให้ดำเนินต่อไป เมื่อใดจิตเข้าถึงความตั้งมั่นเป็นสมาธิจวนแน่วแน่(อุปจารสมาธิ) ได้แล้ว ให้นำจิตไปตามดูกาย เวทนา จิต ธรรม ว่าดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ เมื่อใดจิตเห็นผัสสะที่เกิดขึ้น เข้าสู่ความเป็นอนัตตา ปัญญาเห็นแจ้งในผัสสะย่อมเกิดขึ้นเมื่อนั้น

   (๒). การเดินจงกรมเป็นอิริยาบถใหญ่ เมื่อใช้จิตระลึกอยู่กับเท้าที่ก้าวเดิน สมาธิย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายกว่านั่งบริกรรม ฉะนั้นผู้ปฏิบัติธรรมที่หวังความก้าวหน้าในสมาธิ ต้องนั่งบริกรรมสลับกับการเดินจงกรม ผู้ตอบปัญหาใช้อิริยาบถใหญ่ (ยืน เดิน นั่ง นอน) และอิริยาบถย่อย (กิน ดื่ม พูด ดู ฟัง ฯลฯ) มาเป็นเครื่องมือใช้ในการพัฒนาจิตด้วยในครั้งที่ไปปฏิบัติธรรมอยู่กับเจ้าคุณโชดก

   (๓). ประพฤติตนให้มีศีล มีสัจจะ มีความเพียรได้แล้ว คุณธรรมทั้งสามอย่างนี้คือพรที่ให้กับผู้ถามปัญหา ส่วนสถานที่ปฏิบัติธรรมแนะนำให้ไปปฏิบัติที่วัดอโศการาม
   

1354.
เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ
 
  ผมอยากเรียนถาม อาจารย์ว่า
 
 1. กรรมอันใดที่ทำให้เราต้องไปเกิดติดเอาเชื้อโรคร้ายแรงมา คือเชื้อ HIV
 2. เราจะมีวิธีรักษาโรคร้ายแรงนี้ โดยการใช้ธรรมมะช่วยได้ไหมครับ     ถ้ามีขออาจารย์โปรดชี้แนะหนทางด้วยนะครับ

 
  ด้วยความเคารพครับ

คำตอบ
   (๑). ประพฤติผิดศีลข้อสามหรือเคยประพฤติเบียดเบียน ด้วยการนำเชื้อโรคเข้าตัวผู้อื่นมาก่อน

   (๒). ช่วยได้ แต่ผู้ถามปัญหาจะทำได้หรือไม่ คือพัฒนาจิตให้เข้าถึงภาวะนิโรธสมาบัติอย่างน้อยสามวัน
   

1353.
เรียนอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง
       มีปัญหาอยากเรียนถามอาจารย์ว่าหากเคยผิดคำอธิษฐานต่อพระพุทธรูปและพระที่เราเคารพด้วยการระลึกถึง จะมีวิธีการใดเป็นการแก้ไขเพื่อขอขมากรรมและแสดงถึงความสำนึกผิดได้บ้างค่ะ   ( ความจริงแล้ว วิบากกรรมที่ผิดต่อคำอธิษฐานได้เกิดขึ้นแล้ว  )  สิ่งที่ได้ทำไปแล้วคือ   ทำสมาธิ ระลึกจิตขอขมาต่อท่าน ที่ได้ผิดคำอธิษฐาน   แล้วยังมีสิ่งใดที่ควรทำเพิ่มเติมหรือไม่คะ   เพราะเกรงว่า จะมีวิบากกรรมที่ยาวนาน กว่าการผิดคำพูดทั่วไป

ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างยิ่งค่ะ

คำตอบ
  การขอขมากรรมที่เคยประพฤติผิดคำอธิษฐานเป็นเรื่องที่ทำได้ ด้วยการสวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูป หรือต่อองค์พระธาตุเจดีย์ เสร็จแล้วกล่าวขอขมาโทษที่ได้ประพฤติผิดคำอธิษฐาน และให้สัจจะว่าจะไม่ประพฤติผิดคำอธิษฐานอีก ผู้ใดประพฤติเช่นนี้แล้วรักษาสัจจะไว้ได้ โทษย่อมไม่มีกับผู้นั้น

หลวงพ่อธีร์ แห่งถ้ำวัวอนัตตา ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ บอกกับผู้ตอบปัญหาว่า
“
ผู้ใดเห็นสรรพสิ่งเป็นอนัตตา โทษย่อมถูกยกเลิกโดยปริยาย ”
  

1352.
เรียน อ.ดร.สนอง วรอุไร ที่เคารพ

   ผมขอถาม คำถามพื้นๆ แต่คำตอบไม่ชัดสักที คือ
กินเนื้อสัตว์ ไม่บาปจริงหรือ ??? ตามเหตุที่อ้างอิงจากพระไตรปิฎก ทั้งๆที่เรารู้ว่า จะมีเนื้อกิน ก็ต้องมีการฆ่า
ดังนั้น หากเราส่งเสริมการกินเนื้อ ชอบการกินเนื้อ ก็เท่ากับ ส่งเสริมการฆ่า ส่งเสริมให้ผู้อื่นฆ่า ทำบาปยิ่งขึ้น
( เพราะ เรารู้อยู่แล้วว่า ทำอย่างไร จึงได้เนื้อมาทำอาหาร) เปรียบไปแล้ว ก็เท่ากับ รับซื้อของโจร ซึ่งผิดกฏหมายแน่นอน มีกรณีเดียว ที่จะไม่บาป คือ ได้เนื้อมาจากการตายโดยธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ
นี่คือ ข้อสงสัยในชีวิตมากๆ แต่ทุกคนล้วนตอบตามพระไตรปิฏกจนผม ตั้งข้อสงสัย ว่า พระไตรปิฏก นั่นเป็นการแต่งเอาเองภายหลัง ตามจริตผู้แต่งสมัยนั้นๆ ปัจจุบัน มีหลักฐานทางการแพทย์มากมาย ระบุว่ามังสวิรัตินั้น มีผลดีต่อร่างกาย ยิ่งกว่า เช่น เป็นมะเร็ง ไม่ควรกินเนื้อ ไขมันจากสัตว์ นั้นอันตรายกว่าพืช ฯลฯ ช้าง ม้า วัว ควาย กินพืช ตัวโตจัง โตเร็วด้วย หรือว่า นี่คือ อวิชชา เรื่องหนึ่งของมนุษย์


ด้วยความเคารพยิ่ง
ยุทธ   กัลยา

คำตอบ
   พระพุทธะตรัสสอนชาวกาลามะ มิให้ปลงใจเชื่อในเรื่องสิบอย่าง หนึ่งในนั้นคือ มิให้ปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ ฉะนั้นหากผู้ถามปัญหาประสงค์จะเข้าให้ถึงแก่นแท้ของความจริง เรื่องการกิน
เนื้อสัตว์ว่าเป็นบาปหรือไม่ ขออภัยต้องวางพระไตรปิฎกลงชั่วคราว แล้วนำตัวเองเข้าปฏิบัติธรรม จนเกิดปัญญาเห็นแจ้งได้เมื่อใดแล้ว ความสงสัยเรื่องการกินเนื้อสัตว์ย่อมหมดไป

   พระอริยสงฆ์หลายรูป (ขอไม่เอ่ยนาม) ยังบริโภคเนื้อสัตว์ก็สามารถพัฒนาจิตจนเข้าถึงธรรมที่ทำให้เป็นอริยบุคคลได้ อริยบุคคลไม่สงสัยในเรื่องที่ถามครับ
  

1351.
เรียน อาจารย์ดร.สนอง

หนูมีสองคำถาม รบกวนอ.ตอบเป็นแนวทางเพื่อการปฎิบัติต่อไปนะคะ

1  อาจารย์คิดว่าจะมีกลยุทธ์ใดที่จะช่วยทำให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ทั้งระดับนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานรวมถึงเกษียญอายุ ได้มีโอกาสในการสัมผัสแก่นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่กระชับ สั้น เข้าใจง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงบ้างค่ะ   

2  เวลาฟังเทศน์ หนูมักจะมีอาการขนลุกค่ะ   อาการแบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรค่ะ อากาศก็ไม่ได้หนาวค่ะ

ขอบพระคุณในความเมตตาล่วงหน้าค่ะ

ยิ้มๆ
ตาล

คำตอบ
   (๑). ต้องพิสูจน์คำสอนในพุทธศาสนา ด้วยนำตัวเองไปปฏิบัติธรรม โดยมีศีล สัจจะและความเพียรเป็นเครื่องสนับสนุน นี่แหละเป็นกลยุทธที่ดีที่สุด ในการเข้าให้ถึงแก่นของพุทธศาสนา

   (๒). อาการขนลุกเกิดขึ้น เพราะจิตเริ่มตั้งมั่นเป็นสมาธิ
   














  

อนุโมทนากถา

  เนื่องด้วยมีผู้สนใจจำนวนหนึ่งได้เข้าไปอ่าน website www.kanlayanatam.com แล้วได้ตั้งคำถาม ส่งไปให้ข้าพเจ้าได้เฉลย มีอยู่อย่างต่อเนื่องแทบจะทุกวัน ทุกท่านที่ส่งคำถามเข้าไปในเว็บไซด์ เปรียบเหมือนครูที่กำลังฝึกข้าพเจ้า ให้ต้องทำจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ แล้วใช้ปัญญา ที่ถูกกลั่นออกมาจากสมาธินั้น มาเฉลยปัญหา ที่ครูแต่ละท่านได้ยกขึ้นมาถาม ทั้งนี้มีท่านผู้อ่าน เป็นครูประเมินผลว่า ศิษย์ของท่านเจ้าคุณโชดกคนนี้ จะสามารถสอบผ่านการประเมินได้หรือไม่

ข้าพเจ้า ไม่ขอเรียกร้องความเห็นใจและความสงสารใด ๆ จากบรรดาครูผู้มีพระคุณเหล่านั้น แต่ขอขอบคุณครูทั้งหลาย ที่สละเวลาเข้ามามีส่วนรวมในการพัฒนาสติปัญญาของข้าพเจ้า พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกท่าน ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ ร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้ออกเผยแพร่สู่สาธารณะให้เป็นแสงสว่าง ส่องนำทางชีวิตให้กับมวลชน

   ด้วยผลานิสงส์แห่งมหากุศลกรรมครั้งนี้ ข้าพเจ้าอธิษฐานเอาซึ่งความสว่างแห่งปัญญา จงเป็นพลวปัจจัยผลักดัน บรรดาลให้ทุกท่านที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้มีดวงตาเห็นธรรม นับแต่ชาติปัจจุบันเป็นต้นไปตราบรูปนามหมดสิ้นดับสูญ

          ดร. สนอง วรอุไร


** ขอความกรุณา
1. อ่านคำถาม คำตอบเก่าก่อน เพราะบางทีข้อสงสัยในใจของท่าน อาจไปตรงกับผู้ที่ได้ตั้งคำถามมาแล้ว และอาจารย์ก็ได้ตอบไปแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ท่านต้องเสียเวลาในการตอบคำถามเก่า

2.เนื่องจากท่านอาจารย์มีภาระกิจ ต้องเดินทางไปบรรยายธรรมตลอดเวลา และการตอบคำถามท่านต้องใช้สายตามาก

ขอความกรุณาตั้งคำถามได้ไม่เกินท่านละ 3 คำถาม

 


ก่อนส่งคำถาม
กรุณาค้นหาคำถาม คำตอบก่อน ขณะนี้มีคำถาม คำตอบ มากกว่า 3000 ข้อให้ท่านได้อ่าน น่าจะมีคำตอบที่ตรงใจอยู่บ้าง



ตัวอย่าง คำค้นหา :
โสดาบัน  ตายแล้วไปไหน  อาชีพอันตราย  วิปัสสนา  อยายภูมิ ทำแท้ง ==>

  อ่านหนังสือ
สนทนาภาษาธรรม

อ่าน สนทนาภาษาธรรม 1

อ่าน สนทนาภาษาธรรม 2

อ่าน สนทนาภาษาธรรม 3