
ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่หน้าสนทนาภาษาธรรม ให้ทุกท่านได้มีโอกาสสนทนาภาษาธรรมกับ ท่านอาจารย์ดร. สนอง วรอุไร ที่เมตตาสละเวลาตอบปัญหาหรือข้อสงสัย ให้ทุกท่านที่มีทุกข์หรือมีความใฝ่ใจใคร่รู้ในทาง ธรรม ทุกท่านสามารถส่งคำถามหรือข้อสงสัยของท่านได้ที่ question@kanlayanatam.com ท่านอาจารย์จะตอบคำถามทุกคำถาม ของท่านด้วยตัวเอง และแนะนำแนวทางที่ถูกต้องตามธรรมให้ทุกท่าน ด้วยความเมตตา ขอกราบ ขอบพระคุณอย่างสูง ** ขอความกรุณา |
| คำถาม คำตอบ | คำถาม-คำตอบ ดร. สนอง ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร 13 มีค 2548 |
คำถาม-คำตอบ พระครูเกษมธรรมทัต ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร 13 มีค 2548 |
อนุโมทนากถา เนื่องด้วยมีผู้สนใจจำนวนหนึ่งได้เข้าไปอ่าน website www.kanlayanatam.com แล้วได้ตั้งคำถามส่งไปให้ข้าพเจ้าได้เฉลย มีอยู่อย่างต่อเนื่องแทบจะทุกวัน ทุกท่านที่ส่งคำถามเข้าไปในเว็บไซด์เปรียบเหมือนครูที่กำลังฝึกข้าพเจ้า ให้ต้องทำจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้วใช้ปัญญาที่ถูกกลั่นออกมาจากสมาธินั้น มาเฉลยปัญหา ที่ครูแต่ละท่านได้ยกขึ้นมาถาม ทั้งนี้มีท่านผู้อ่านเป็นครูประเมินผลว่าศิษย์ของท่านเจ้าคุณโชดกคนนี้ จะสามารถสอบผ่านการประเมินได้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ขอเรียกร้องความเห็นใจและความสงสารใด ๆ จากบรรดาครูผู้มีพระคุณเหล่านั้น แต่ขอขอบคุณครูทั้งหลายที่สละเวลาเข้ามามีส่วนรวมในการพัฒนาสติปัญญาของข้าพเจ้า พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกท่าน ที่ได้สละแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ ร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้ออกเผยแพร่สู่สาธารณะให้เป็นแสงสว่างสองนำทางชีวิตให้กับมวลชน ด้วยผลานิสงส์แห่งมหากุศลกรรมครั้งนี้ ข้าพเจ้าอธิษฐานเอาซึ่งความสว่างแห่งปัญญา จงเป็นพลวปัจจัยผลักดัน บรรดาลให้ทุกท่านที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ได้มีดวงตาเห็นธรรม นับแต่ชาติปัจจุบันเป็นต้นไปตราบรูปนามหมดสิ้นดับสูญ
|
| อ่านคำถาม-คำตอบ ข้อ 1-100 101-150 151-200 201-250 251-300 301-350 351-400 401-450 451-500 501-550 551-600 601-650 651-700 701-750 751-800 |
| 881. กราบเรียน อาจารย์สนอง ที่เคารพรับถืออย่างสูง ชีวิตผมที่ผ่านมาไม่ใช่คนดีมาก ทำให้ต้องปวดหัวใจกับคนที่บ้าน เป็นคนกังวลมาก ขี้สงสาร ขี้กังวล สงสารคนไปหมด เลยต้องรับภาระทำงานหลายอย่าง ทำให้ชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ผมเป็นลูกคนโต ต้องพยายามห้ามไม่ให้น้องๆ ทะเลาะกัน เพราะสงสารคุณแม่ ใจจริงผมอยากทำตัวแบบอาจารย์ สอนคน เมตตาคน แต่ตัวเองสมาธิก็ไม่ได้เรื่อง จิตใจว้าวุ่น ไม่เป็นตัวของตัวเอง ทุกข์กับทางบ้านตลอด ผมอยากทราบอดีตชาติ ไปทำอะไรกับคนทางบ้าน ทำให้ผมต้องมากังวลตลอด นิสัยขี้สงสาร ไม่อยากให้มีปัญหา กลัวคุณแม่ทุกข์ อยากได้อาจารย์เป็นกัลยมิตร หาทางส่วางผมให้หน่อยครับ คิดว่าเมตตาคนทุกข์ลำบากซะคน ต้องทนทุกข์ลักษณะแบบนี้ เป็นเวลาเป็น สิบ ๆ ปี จนบางทีไม่เข้าใจตัวเองเลยทำไมมารับภาระแบบนี้ ถ้ารู้อดีตชาติทำอะไรมา เมื่อไหร่หมด ผมยอมรับ แต่ทุกวันนี้ไม่ทราบว่าเวรกรรมจะหมดเมื่อไหร่ มันยาวนานแค่ไหน ทุกข์มากจริงๆ ครับอาจารย์ แล้วอยากให้อาจารย์ชี้แนะการปฏิบัติให้ผมด้วย เวรกรรมนี้น่ากลัวมากจริงๆ ผมขอสมัครเป็นศิษย์อาจารย์ด้วยคนครับ สงสารลูกศิษย์คนนี้อีกคนนะครับ นับถืออย่างสูงด้วยจิตใจ สุวิศิษฏ์ โชติพุทธิกุล |
| 880. กราบเรียนท่านอาจาร์ย ดร.สนอง ที่เคารพอย่างสูง หนูเป็นผู้เพิ่งเริ่มปฏิบัติอยากให้อาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตให้สมดุลได้ทั้งทางโลกและทางธรรม ซึ่งหนูมีเรื่องรบกวนเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ 1. สามีหนูทำงานประจำ และเริ่มมาทำอาชีพเสริมด้วยการเปิดร้านเช่าพระบูชา ซึ่งได้มาด้วยความสุจริต แต่หนูยังมีความกังวลด้วยถือว่าพระเป็นของสูง แล้วหากนำมาทำเป็นธุรกิจ อาชีพนี้ถือเป็นบาปหรือไม่คะ 2. ปัจจุบันหนูมีร่างกายที่ซูบผอม ซึ่งอาจเกิดมาจากผลกรรมที่เคยทำไม่ดีไว้ แต่ก็ยังคงทำการงานได้ตามปกติอยากให้อาจารย์ช่วยแนะแนวทางการแก้ไข เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรงธาตุทั้ง 4 ในร่างกายมีความสมดุลขึ้นกว่านี้ เพียงพอกับเวลาที่เหลืออยู่ของชาตินี้ ที่จะปฏิบัติให้เกิดสติปัญญาในทางธรรมได้ตามกำลังวาสนาบารมีของตนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีอุปสรรคทางกายมาเบียดเบียน ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง ที่มีเมตตาช่วยชี้แนวทางสว่างให้กับทุกๆคน และขอให้อาจารย์เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ กฤษฎาภรณ์ |
| 879. กราบเรียนท่านอาจาร์ย ดร.สนอง ที่เคารพอย่างสูง หนูขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาที่ท่านอาจาร์ยชี้ให้เห็นว่า น้องชายที่มัวเมาอยู่ในยาเสพติดของหนู เป็นเจ้ากรรมนายเวรของพ่อ แม่ และตัวหนูเอง หนูขอเรียนถามอาจาร์ยเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องดังต่อไปนี้ค่ะ 1. ถ้าหนูหมั่นปฎิบัติธรรมด้วยการให้ทาน รักษาศีล และสวดมนต์ ทำสมาธิ อุทิศบุญให้น้องชาย พร้อมทั้งอธิฐานจิตขอให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ยาเสพติด พร้อมทั้งมีดวงตาเห็นธรรมได้ จะสามารถทำให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและเลิกสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวได้หรือไม่ค่ะ หรือ มีการปฏิบัติธรรมแบบใด ที่จะให้ อานิตสงค์ที่สามารถช่วยเขาและครอบครัวของหนูได้ค่ะ 2. มีวิธีใดบ้างค่ะ ที่จะดึงน้องชายออกจากบาปมิตรและสถานที่อโคจร ให้เขามีสัมมาทิฐิ ละอายและเกรงกลัวต่อบาป เพราะเพื่อนที่คบอยู่ตอนนี้มีแต่คนพาลที่จะชักจูงไปในทางที่ผิด ชอบชวนไปดื่มเหล้าและเที่ยวกลางคืนทั้งนั้น ไม่มีกัลยาณมิตรเลย ห้ามไม่ให้คบ ไม่ให้ไปก็ไม่ได้ค่ะ ทำอย่างไรเขาถึงจะเลิกคบคนพาล และพบเจอแต่กัลยาณมิตรค่ะ 3. มีวิธีใดบ้างค่ะ ที่จะทำให้ครอบครัวหนู โดยเฉพาะน้องชายหันมาปฏิบัติธรรม คิดดี ทำดี พูดดี ได้มีโอกาสเจริญสมาธิ วิปัสสนา ครอบครัวหนู โดยเฉพาะน้องชายกับ พ่อ แม่ของหนู มักจะทะเลาะเบาะแว้ง มีปากเสียงกันรุนแรง หนูเป็นทุกข์ใจในทุกๆวัน ไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไรดีค่ะ ท้ายสุดนี้ขอกราบขอบพระคุณอาจาร์ยเป็นอย่างสูง ที่มีความเมตตาช่วยชี้ทางสว่างให้กับผู้ที่มีความทุกข์ทุกคน และขอให้บุญกุศลนี้ส่งผลให้อาจาร์ยมีความเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปค่ะ |
878. คำตอบ |
877. ดิฉันได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมมา เป็นเวลา 10 วันตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 มีข้อสงสัยดังนี้ค่ะ 1. หากเราใช้เพียง ขณิกะสมาธิ เพื่อพิจารณา เวทนา ที่เกิดขึ้น ทั้งร่างจะเป็นไปได้ไหมค่ะ เนื่องจากดิฉันเป็นผู้ที่มีความฟุ้งซ่านมาก รู้สึกว่า ไม่ค่อยสามารถรวมจิตมาพิจารณา เวทนา ได้ไม่นานจิตก็จะฟุ้งซ่านไป แล้วพอรู้สึกตัวค่อยกลับมาพิจารณาใหม่ หรือว่า ควรจะฝึกจน สมาธิ แน่วแน่กว่านี้ค่อยพิจารณา 2.ดิฉันมีเจตนาตั้งมั่น ในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อบริจาคเลือด ทุก ๆ 3 เดือน ก็ทำได้ดีมาระยะนึงแล้วค่ะ แต่ที่สงสัยคือ การบริจาคลือดเป็น อุปบารมี การทำทานชนิดนี้ ให้ผลอย่างไรค่ะ 3. จากข้อสอง การให้ทานแบบนี้ เราสามารถจะอุทิศให้ผู้อื่นได้ด้วยหรือไม่ หากผู้อื่นมาร่วมโมทนาก็จะได้กุศล ด้วยใช่หรือไม่ กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ เป็นอย่างสูง คำตอบ (2) การบริจาคโลหิตจัดเป็นทานอุปบารมี มีอานิสงส์ส่งผลให้ร่างกายของผู้บริจาคมีสุขภาพแข็งแรง ไม่อาพาธและมีอายุยืนยาว สามารถกำจัดกิเลสอาทิ ความตระหนี่ ให้หมดไปจากใจได้ง่ายขึ้น (3) บุคคลสามารถให้เลือดเป็นทานกับผู้ต้องการเลือดได้ทุกคน ผู้ใดรู้แล้วอนุโมทนาในทานอุปบารมีของผู้บริจาค เขาผู้นั้นจะได้รับอานิสงส์แห่งทานนั้นด้วย |
876. คำตอบ (2) ไม่มีใครแก้ปัญหาให้ใครได้แท้จริง แต่มีใครแก้ปัญหาให้หมดไปได้แท้จริง ด้วยการแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาให้ดับไปด้วยตัวของตัวเอง ดังนั้นความประสงค์ที่จะให้น้องชาย เลิกยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดในทางโลกทำได้ด้วยการนำตัวน้องชายให้ห่างไกลจากบาปมิตร และแหล่งที่มีการซื้อขายยาเสพติด วิธีการเช่นนี้พอจะช่วยเขาได้บ้าง (3) เพียงแต่บอกเจตนาที่ดีแต่มิได้ถามเป็นปัญหา จึงไม่ต้องตอบ (4) นอกจากเป็นเจ้ากรรมนายเวรของพ่อแม่แล้ว น้องชายยังเป็นเจากรรมนายเวรของพี่สาวอีกด้วย ความอยากวางใจเป็นอุเบกขานั้นอยากได้ แต่ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องทำเหตุให้ถูกตรง อุเบกขาเกิดได้สองแนวทาง คือพัฒนาจิตจนตั้งมั่นเป็นสมาธิระดับฌาน 4 หรือพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้ปัญญาเห็นแจ้งตามดูสิ่งที่เข้ากระทบจิต ว่าดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ เมื่อสิ่งกระทบจิตเข้าสู่ความเป็นอนัตตาจิตจะปล่อยวางสิ่งกระทบ แล้วอุเบกขาจะเกิดขึ้นกับจิตได้ |
| 875. ขออนุญาตรบกวนเวลาของท่านอาจารย์ ดร.สนองด้วยคะ ดิฉันมีปัญหาเรียนถามท่านดังนี้คะ 1. หากมีเวทนาเกิดขึ้นขณะปฎิบัติ เรากำหนดปวดหนอเป็นเวลานานอาการนั้นไม่หายไป เราจะกลับมาที่พองยุบได้หรือไม่ หรือต้องกำหนดที่เวทนานั้นจนหมดเวลาคะ( เวลาปวดจะมีอาการไม่สบาย ใจจะสั่น ร่างกายจะสั่นน้อยๆ คะ ) 2. เวลาเดินจงกรมจะง่วงมากคะ ควรวางสายตาอย่างไรคะในเวลาเดินจงกรม เพื่อให้อาการง่วงนั้นหายไป เวลานั่งสมาธิจะมีอาการง่วงช้ากว่าการเดินจงกรมคะ หรือว่าเราควรบริกรรมขณะเดินอย่างเร็วๆคะ 3. ดิฉันมีอาชีพเป็นครูคะ ในชั่วโมงที่ไม่มีสอน หรือเวลาที่สั่งงานให้เด็กทำ ( ดิฉันจะคอยตอบคำถามเด็กในห้องตลอดไม่ได้ไปไหน ) ดิฉันจะมาเปิดเวปไซต์ ธรรมะ เพื่อศึกษา ถือว่าเป็นการคอรัปชั่นเวลาหรือไม่คะ ( ที่บ้านเปิดอินเทอร์เน็ตไม่ได้คะ) 4. การแผ่เมตตาเพื่อลดโทสะนั้น ดิฉันมักจะแผ่เมตตาด้วยคำบริกรรม ที่ว่า เมตตาคุณนัง อรหังเมตตา ให้ตัวเองเวลาที่โกรธ และเมื่อพบคนที่ไม่พอใจ ทำถูกหรือไม่คะ สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณในความเมตตาที่ท่านอาจารย์ ดร.สนองที่มีต่อพวกเราทุกคนคะ คำตอบ (2) ควรเลิกเดินแล้วใช้วิธีแก้ความง่วงในหนังสือสนทนาภาษาธรรมเล่ม 8 ข้อ 117 และสนทนาภาษาธรรม เล่ม 6 ข้อ 66 มาแก้ปัญหา (3) เอาเวลาราชการมาใช้ในเรื่องส่วนตัว ถือว่ามีการคอรัปชั่นเวลาครับ (4) ผู้ใดมีอารมณ์โกรธเกิดขึ้นกับจิตแล้ว แสดงวาจิตของผู้นั้นมีกำลังของเมตตาไม่กล้าแข็ง การบริกรรมด้วยคำว่า เมตตาคุณนัง อรหังเมตตา เป็นการดึงจิตให้มาจดจ่อ (สติ) อยู่กับองค์บริกรรม ซึ่งไม่ต่างไปจากการนับหนึ่งถึงสิบหรือนับหนึ่งถึงร้อยซึ่งมิใช่เป็นวิธีกำจัดโทสะให้หมดไปโทสะหมดไปด้วยการให้อภัยกับผู้ทำเหตุขัดใจ หากทำได้ทุกครั้งดังนี้เมตตาจะเกิดขึ้นและสั่งสมเป็นเมตตาบารมีอยู่ในจิตของผู้เข้าถึง |
874. คำตอบ วิธีแก้ปัญหาในตอนถัดไป คือต้องปรับแก้ไขตัวเองด้วย 1. บริโภคใช้สอยมักน้อย เท่าที่ชีวิตดำรงอยู่ได้ 2. บริโภคให้สอยแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ (สาระ) กับชีวิตเท่านั้น 3. ทุกอย่างที่บริโภคใช้สอย ต้องทำให้มีขึ้นด้วยตัวเอง โดยไม่ซื้อหา ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ จากประสบการณ์ตรงของผู้ตอบปัญหา ได้นำพาชีวิตผ่านพ้นวิกฤตข้าวยากหมากแพงที่เกิดขึ้นในห้วงของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งโหดร้ายกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วยการประพฤติตนตามที่เสนอแนะมาข้างต้น |
873. ดิฉันได้อธิษฐานขออโหสิกรรมต่อเขาและผู้หญิงคนนั้น เพื่อเป็นอภัยทานแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า มีสิ่งที่แปลกประหลาดมากในคืนนั้นดิฉันพยายามจะนึกถึงเขาและเรื่องราว หรือปรุงแต่งความคิดถึงเขาต่างๆนาๆที่เคยกระทำ ปรากฎว่าดิฉันกลับนึกไม่ออก นึกได้แต่ชื่อเขาเท่านั้น พอนานวันเข้าก็นึกได้บ้างแต่ไม่นานนัก ดิฉันดูจิตดูความรู้สึกก็หายไป ดิฉันจะเอ่ยคำว่าอโหสิกรรมทุกครั้งที่คิดถึงเขาและระลึกได้ว่าดิฉันได้กล่าวอธิษฐานอโหสิกรรมต่อหน้าพระพุทธรูปซึ่งดิฉันได้เพียรสวดมนต์ทุกคืนค่ะ ใคร่รบกวนถามดังต่อไปนี้ คำตอบ (2) เพราะในคืนที่อธิษฐาน กำลังของอธิษฐาน (ความตั้งใจมั่นในสิ่งที่ปรารถนา) มีมากกว่า กำลังของกิเลส(อุปาทาน) การระลึกถึงกรรมที่ทำในอดีตจึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ (3) ผู้ใดประพฤติเหตุได้ถูกตรงตามธรรม พร้อมทั้งบุญเก่าส่งผล อาทิใจนิ่งจากอารมณ์ปรุงแต่ง การลดลงของความตระหนี่เพียรดูใจตนเองมากขึ้น เลิกเพ่งโทษคนอื่นฯลฯ เหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงผลปฏิบัติที่ถูกทาง ผู้ไม่ประมาท เพียรไม่สร้างอกุศลกรรมใดๆ ให้เกิดขึ้นใหม่ ผู้ไม่ประมาทเพียรกำจัดอกุศลกรรมที่มีอยู่ให้หมดไป ผู้ไม่ประมาทเพียรทำความดีทุกรูปแบบให้เกิดขึ้น และผู้ไม่ประมาทเพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่ หากผู้ถามปัญหาปฏิบัติได้ดังนี้ ความสุขที่เกิดจากมีจิตเป็นอิสระย่อมเกิดขึ้นแน่นอน ผู้รู้เลือกทางชีวิตสู่อิสรภาพด้วยการประพฤติเช่นนี้ |
872. คำตอบ |
| 871. เรียน อาจารย์สนองที่เคารพ หนูมีปัญหาค่ะ เป็นมานานหลายปีแล้ว ร่างกายหนูมีปัญหา แล้วพาลไปเกิดอาการลบหลู่ศาสนาด้วยค่ะ หนูมีแฟน และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งระดับหนึ่ง ทำให้ร่างกายบางส่วนค่อนข้างมีความรู้สึกไวบางทีอยู่ๆมันก็จะรู้สึกคันๆ แล้วเหมือนว่าเราจะคิดว่าความคิดของเราไปเหนี่ยวนำกระแสความคิดของคนอื่น ซึ่งจริงๆหนูก็ไม่ทราบว่ามันบังเอิญหรือเปล่าว กับผู้หญิง หนูก็รู้สึกว่าเค้าอาจจะรู้สึกด้วย ทีนี้ กับผู้ชายก็ยิ่งแย่ไปใหญ่ ที่บ้านหนูก็มีพระ เวลาอยู่ต่อหน้าพระ ไหว้พระ มันก็เป็น ยิ่งห้ามมันยิ่งไม่หยุด หนูกลัวตกนรกมากๆ บางทีใส่บาตรมันก็เป็น เวลาผ่านเจ้าที่ ก็เหมือนเราไปลบหลู่เค้าเช่นกัน เรียกง่ายๆว่า เป็นตลอดเวลา มีวิธีไหนที่จะทำให้ร่างกาย กับจิต เรานิ่งได้ตลอดไปคะ หนูเคยหาจิตแพทย์ มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย เหมือนแก้ที่ปลายเหตุ แต่สาเหตหนูก็ยังแก้ไม่ได้ เหมือนตัวเราสกปรกน่ารังเกียจตลอดเวลา บางทีก็จิตหลอนๆกลัวจะถูกข่มขืนต่างๆนาๆ ขอความกรุณาชี้แนะด้วยค่ะ คำตอบ |
870. คำตอบ |
869. คำตอบ (2)หากผู้ถามปัญหาพัฒนาตัวเองให้ดีจากศรัทธาได้เมื่อใด จึงจะมีโอกาสชี้ทางถูกผิดให้เขาฟัง แล้วโอกาสที่จะทำให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมจากไม่ดีมาเป็นพฤติกรรมดีย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ |
| 868. กราบเรียนอาจารย์ที่เคารพค่ะ หนูตั้งใจมากๆจะเขียนมาขอบคุณอาจารย์ค่ะที่หนังสือสนทนาภาษาธรรมให้ความรู้ด้านธรรมะแก่หนูมากๆเลยค่ะ หนูกราบขอบพระคุณอาจารย์มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และหนูก็มีเรื่องรบกวนสอบถามอาจารย์ด้วยค่ะ อาจารย์ช่วยอนุเคราะห์หนูด้วยนะคะ 1. ตอนนี้หนูมีความทุกข์ใจอย่างมากๆค่ะ ตัวหนูเป็นคนที่สนใจธรรมะมา 5 ปี แล้วค่ะ หนูเคยดีใจที่ตัวหนูตาสว่างได้เร็วเพราะหนูมาสนใจธรรมะเมื่ออายุยังน้อยประมาณยี่สิบต้นๆ แต่หนูไม่ทราบจริงๆว่าทำกรรมใดไว้ เลยทำให้ ณ ตอนนี้หนูต้องทุกข์ใจอย่างมากมาย มันอาการว่าเหมือนมีอีกความคิดหนึ่งที่ไม่ดีต่อพระพุทธศาสนาทั้งที่หนูไม่ได้คิดมันเลย หนูพยายามรู้ตามก็เริ่มเห็นว่าความคิดนี้จะผุดขึ้นมาตอนหนูไม่มีสติค่ะ เป็นมาเกือบปีแล้วค่ะ ทำให้ตัวหนูท้อแท้และสิ้นหวังมากๆ แต่หนูก็ไม่ท้อถอยค่ะ พยายามสู้กับจิตใจตัวเอง สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน พยายามนั่งสมาธิทุกคืน ถือศีล 8 ที่บ้านมา 2 ครั้งแล้วค่ะ แต่บางวันเหมือนเราจิตตกค่ะความท้อแท้ก็เข้ามาจู่โจม (หนูสังเกตตัวเองว่าจะเป็นมากๆในเวลากลางคืนจนบางคืนฝันร้ายค่ะ) แต่ก็พยายามนั่งสมาธิแผ่ส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เคยทำตามที่อาจารย์แนะนำท่านอื่นๆว่าให้ถือเทียนแพไปขอขมากับพระประธานหนูก็ทำแล้วค่ะ และรู้สึกว่าดีขึ้นบ้าง หนูสันนิษฐานเองค่ะว่าอาจเกิดจากกรรมที่ช่วงแฟนเก่าหนูบวชเป็นพระและหนูเคยทำให้เขาร้อนรุ่มเรื่องหนูค่ะ ตอนนี้เท่าที่ทำได้ก็คือแผ่เมตตาให้เขาค่ะ พอคิดได้เช่นนี้หนูก็ตั้งหน้าตั้งตารับผลกรรมและพยายามทำแต่กุศลกรรมค่ะ หวังว่าสักวันผลกรรมนี้จะหมดสิ้น ขอเรียนถามอาจารย์ว่าความคิดที่ไม่ดีจะทำให้หนูบาปไหมคะ สิ่งที่หนูเป็นน่าจะเกิดจากกรรมอันนี้หรือเปล่า และหนูดำเนินมาถูกทางหรือเปล่า (ที่ต่อสูกับจิตใจตนเองและพยายามทำแต่กุศลกรรม) 2. ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่หนูตั้งใจจะรักษาศีลและหลีกเลี่ยงทางที่นำไปสู่ความเสื่อมทุกทางเท่าที่ตัวหนูจะระลึกรู้ได้ แต่ตอนนี้หนูทำงานอยู่ที่ธนาคารค่ะ ถือว่าเป็นอาชีพที่ถูกต้องในทางธรรมหรือไม่คะ เพราะเงินเดือนเราก็มาจากการเก็บดอกเบี้ยคนอื่น ( ถือเป็นการเบียดเบียนหรือไม่) อาจารย์ช่วยยกตัวอย่างอาชีพที่ดีในทางธรรมด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงล่วงหน้านะคะขอให้อาจารย์ได้สะสมบารมีจนถึงสิ่งที่อาจารย์หวังค่ะ บางครั้งที่หนูนั่งสมาธิหนูแผ่ส่วนกุศลให้อาจารย์ด้วยค่ะ เพราะหนูถือว่าอาจารย์เป็นผู้มีพระคุณต่อหนูอย่างสูงคนหนึ่ง คำตอบ (2) อาชีพดีในทางธรรมต้องเป็นอาชีพที่ไม่ผิดศีลและไม่ผิดธรรม เช่นอาชีพที่ทำเกี่ยวกับสังฆทาน พวงหรีดงานศพโรงบรรจุศพ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง อาหารสำเร็จรูปที่เป็นมังสวิรัติ ฯลฯ |
867. คำตอบ (2) การกระทำดังตัวอย่างที่บอกเล่าไปไม่เรียกว่าเป็นมหาทาน (3) การได้ร่วมบริจาคปัจจัย เพื่อใช้ในสัจจธรรมตามข้อ (1) แม้ไม่มีเวลาไปร่วมกิจกรรมด้วยตัวเอง ยังถือว่าเป็นมาทานเช่นกัน |
| 866. เรียนถามอาจารย์ ดร.สนองค่ะ ข้าพเจ้า(ขออนุญาตใช้ข้าพเจ้า เพราะดิฉันและหนูล้วนเกี่ยวข้องกับวัย) เพิ่งเริ่มปฏิบัติธรรมเมื่อไม่นานนี้เอง ด้วยเหตุว่าคืนหนึ่งขณะหลับ จิตตื่นขึ้นกะทันหัน และรู้สึกว่ากายที่นอนหายใจอยู่นี้ไม่ใช่เรา จึงเริ่มสนใจธรรมะ และเริ่มฝึกสติโดยการดูจิตในชีวิตประจำวัน ก่อนนอนก็จะดูลมหายใจจนหลับไป เวลาหลับข้าพเจ้ามักมีสติรู้ตัว ขยับตัวก็รู้ ฝันก็รู้ บ่อยครั้งรู้สึกว่ากายเป็นคูหา บางคราวก็เห็นรูปเกิดดับ เสียงเกิดดับ ไม่ต่อเนื่องกันและไม่พร้อมกัน ๑. ทำไมจึงไม่เห็นเช่นนั้นในเวลาปกติคะ (ปกติจะเห็นแต่ว่ากายนี้ไม่ว่าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆล้วนเป็นไปตามจิตทั้งสิ้น) เพราะเวลาปกติจิตจะไม่ยอมทำสมถะเลย กำลังสมาธิไม่พอใช่ไหม ๒. ครั้งหนึ่งจิตสงบตั้งมั่นดีนอนดูลมหายใจอยู่ เกิดมีดวงสีขาวปรากฏขึ้น และในดวงสีขาวนั้นปรากฏภาพเคลื่อนไหว คล้ายๆกับเราดูกล้องวงจรปิดค่ะ ดวงนี้คืออะไรคะ (ข้าพเจ้ากลัวเลยไม่ได้ตามดู) กราบขอบพระคุณในความกรุณาต่อทุกขิตสัตว์เช่นข้าพเจ้า และกราบขออภัยที่รบกวนธาตุขันธ์ค่ะ คำตอบ (2) ดวงสีขาวที่ถูกเห็นเป็นอาหารของจิตที่เริ่มมีความตั้งมั่นเป็นสมาธิ การเห็นดวงสีขาวเป็นอุปกิเลสที่เกิดขึ้นกับจิตที่มีวิปัสสนาญาณอ่อน หากไม่รู้วิธีการกำจัดอุปกิเลสตัวนี้จะไม่มีโอกาสพัฒนาจิตให้เกิดวิปัสสนาญาณที่ชัดเจนได้ ฉะนั้นเมื่อดวงสีขาวปรากฏขึ้นกับจิตต้องกำหนดว่า เห็นหนอๆๆๆ จนกวาดวงสีขาวหายไปแล้วดึงจิตกลับมาสู่องค์ภาวนาเดิม วิปัสสนาญาณจึงจะกล้าแข็งขึ้นได้ |
865. กระผม ชื่อ นาย ประมวล สมณะ ผมขออนุญาตถามอาจารย์ ดร. สนอง ดังนี้ ครับผม 1. กระผมเป็นคนที่มีใจไว ซุกซนเหมือนลิง มาเร็วไปเร็ว ควบคุมลำบากมาก จิตใจขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว ทำอย่างไรถึงจะทำให้ใจนิ่งๆได้ครับ อีกอย่างกระผมคิดว่ากระผม มีจริต ครบ 6 อย่าง ทั้ง ราคะ โทสะ โมหะ วิตก หนักไปทางกามราคะ (เหมือนเป็นเศษกรรมอะไรติดมา) แม้พิจารณาด้วยอสุภะต่างๆ แต่ก็เป็นเพียง สัญญา ความจำได้หมายรู้ ไม่ใช่ ภาวนามย ปัญญา รู้สึกว่าเวลาตาเห็นรูป จิตจะปรุงแต่งไปมาก ต้องกำหนดว่า รู้เท่าทันอารมณ์ มันถึงจะหยุด ผมควรจะปฎิบัติต่ออย่างไรบ้างครับ 2. กระผมมีลูกสาวคนเล็กอายุประมาณ 1 ขวบเศษ ชื่อ ดญ.ชนิดาภา สมณะ ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง และเนื้อเป็นเนื้อร้ายระดับ 3 รักษาที่ รพ. เด็ก อนุสาวรีย์ชัย ปัจจุบันอยู่บ้านต่างจังหวัด ก็สบายดี ผมรู้ว่าเขาคงมีกรรมที่หนัก เพราะการผ่าตัด ถือเป็นกรรมหนัก ผมได้อธิฐาน ตั้งจิต ถือศีล 5 และวันพระ ศีล 8 ตลอดชีวิต เพื่อเป็นกุศลให้ตัวกระผมและลูกสาว พยายามสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่ส่วนบุญกุศลทุกวัน และบนบวชพระให้ 3 วัน 7 วัน 3. ผู้ปฏิบัติถึงขั้นใด จึงจะสามารถ ได้พบเห็น หรือ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ และ สามารถ พูดคุยได้หรือครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มาก ที่ได้ช่วยสงเคราะห์กระผม คำตอบ (2) อธิษฐานตั้งจิตถือศีล 5 และวันพระถือศีล 8 ยังไม่ดีเท่ากับไม่ต้องอธิษฐานแต่ทำใจให้เป็นปกติมีศีล 5 มีศีล 8 อยู่ได้ทุกขณะตื่น จะได้อานิสงส์ของศีลมากกว่า การอธิษฐานถือศีล การบนบานไม่ใช่วิถีแห่งพุทธะ แต่การนำครอบครัวปฏิบัติธรรมร่วมกัน แล้วอุทิศบุญกุศลที่เกิดขึ้นให้กับลูกสาวที่กำลังป่วยด้วยโรคกรรมยังดีกว่านำตัวเองเขาบวชเป็นพระสงฆ์ เหตุเพราะการปฏิบัติมีอานิสงส์แห่งบุญสูงสุดที่สามารถส่งผลให้ผู้ปฏิบัติเข้าถึงนิพพานได้ หากได้อุทิศบุญเช่นนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรของลูกสาว หากเขามาอนุโมทนาบุญแล้วยกเลิกการจองเวร โอกาสหายจากโรคกรรมจะเป็นไปได้ (3) ผู้ที่จะประพฤติเช่นนี้ได้ต้องเคยเกิดร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้าเช่น ปฏาจารา พาหิยะฯลฯหากพระพุทธเจ้านิพพานไปแล้วบุคคลดังกล่าวต่อไปนี้ยังมีโอกาสได้เห็น ได้เข้าเฝ้าและได้สนทนากับพระพุทธเจ้า ได้แก่มนุษย์ปุถุชนผู้พัฒนาจิตให้เข้าถึงความมีฤทธิ์ทางใจ (มโนมยิทธิ) หรือมนุษย์ปุถุชนผู้เข้าฌานได้ หรือมนุษย์ที่ไปเกิดเป็นเทวดาปุถุชน เช่น อังกุรเทพบุตร อินทกเทพบุตร หรือพรหมปุถุชนเช่น พกาพรหม สนับบดีพรหม ฯลฯ หรือพรหมอนาคามี เช่น ฆฏิการพรหมหรือมนุษย์อริยบุคคลที่มีอภิญญาฯลฯ |
864. หนูมีปัญหาอยากถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หนูเครียดมาก เครียดเป็นอาทิตย์จากการที่ตัองอ่านหนังสือสอบและลุ้นผลประกาศสอบเข้าทำงาน จนหนูมีอาการปวดหัวข้างเดียว ร้าวไปทั้งกระโหลก พอนึกเรื่องสอบที่ไร ท้องอืดทันที กินข้าวไม่อร่อยเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดมาก่อนในชีวิต หลังจากเครียดอยู่เป็นอาทิตย์ พอตื่นมาเช้าวันจันทร์ กลายเป็นว่า หนูมีความสุขมาก สุขมากที่สุดในช่วงหลายปี ไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ที่จิตมันพลิกกลับจากทุกข์มากเป็นสุขมาก สุขมากจนสามารถนอนอมยิ้มได้ ทั้งที่หนูเป็นคนหน้าเครียด หน้าตาดุดัน เพราะหนูไม่ค่อยสมหวังเรื่องงานเลยค่ะทำให้หน้าตาอมทุกข์ตลอดเวลา แต่ช่วงนั้นหน้าตาและจิตใจผ่อนคลายเยอะมาก หนูมีความสุขอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ หนูอยากรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ แต่หนูก็พยายามรู้ตัวอยู่เสมอค่ะว่า อาการขณะนี้กำลังคิดอะไร ทำอะไร รู้สึกอะไร เจอใครทำอะไรก็ไม่ปรุงแต่งไปเองค่ะ เห็นก็คือเห็น ได้ยินเสียงด่าก็รู้ว่าเขาด่าเรา แต่มันเฉย มันแค่ได้ยินเสียงค่ะ แต่ไม่คิดต่อ มันมีความสุขมากค่ะ อารมณ์สุขนี้อยู่ได้ประมาณห้าวันค่ะ จนเจอเรื่องที่มีผลกระทบกับจิตใจมากๆ นั่นคือออกไปสัมภาษณ์และมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คราวนี้มันเหมือนกับรู้สึกตัวค่ะ ที่ผ่านมามีความสุขมากนั้นเหมือนมันฝันไป แต่ตอนนี้ที่สุขมันเกิดกระทบและคลายออกมันเหมือนกับกลับมาสู่ความเป็นจริง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นหนูก็พยายามรู้ตัวอยู่เสมอ สุขหนอๆ อิ่มเอมใจหนอ อะไรไปตามเรื่อง มันก็ไม่ได้ดับไปโดยง่าย แต่มันอยู่หลายวันและก็มีความสุขอยู่อย่างนั้น หนูขอเรียนถามว่า จิตของเรานี้พอมันสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่งมากๆมันจะพลิกเป็นตรงกันข้ามใช่ไหมคะ หรือ มันเป็นการเสวยอกุศลกรรรมและกุศลกรรม ทั้งๆที่ชีวิตหนูส่วนใหญ่ก็อยู่ที่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน เหตุการณ์เดิมซ้ำซากแต่บางวันทุกข์มาก บางวันสุขมาก บางครั้งหนูคิดว่า เอ ใครหนอแผ่เมตตาให้เรา (เคยได้รับค่ะ) จิตนี้ทำงานอย่างไรคะ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์สนองที่กรุณาให้ความรู้ค่ะ คำตอบ หากผู้ถามปัญหาพัฒนาจิตตนเองให้มีกำลังของสติมากจนเป็น มหาสติและพัฒนาจิตตนเองให้มีกำลังของปัญญาเห็นแจ้ง จนเป็น มหาปัญญา ได้แล้วเมื่อใด ความสุขจากจิตสงบและความสุขจากจิตเป็นอิสระ จะเกิดขึ้นแน่นอนและตลอดไปหากพัฒนาได้เช่นนี้...สาธุ |
863. ผม สุพจน์ ศรีรัตนรัฐ คำตอบ (2) อาการป่วยทางจิตเป็นโรคที่เกิดจากรรมของผู้เป็นน้องได้ผูกพยาบาทไว้กับเจ้ากรรมนายเวร หากเขายกเลิกการจองเวรอาการป่วยทางจิตจึงจะหมดไปได้ (3) การปฏิบัติธรรมที่เหมาะสมคือ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมแล้วความสำเร็จในผลแห่งการปฏิบัติย่อมเกิดขึ้นได้ การปฏิบัติธรรมที่สมควรแก่ธรรมคือ ต้องมีศีล 5 คุมใจให้ได้ก่อน เร่งความเพียรในการปฏิบัติ โดยใช้บทกรรมฐานที่เหมาะกับจริต มาเป็นองค์บริกรรมให้ต่อเนื่องและยาวนาน สุดท้ายพัฒนากายและใจให้ศักดิ์สิทธิ์ ด้วยมีสัจจะคุมกายใจเมื่อใดที่เหตุปัจจัยดังกล่าวลงตัวผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้ |
862. คำตอบ แต่หากอธิษฐานให้ได้พบครูบาอาจารย์ ที่มีความเห็นถูกตรงตามธรรมจะเป็นปุถุชนหรืออริยบุคคลก็ได้และขอบรรลุธรรมอันประเสริฐนั้นด้วย คำอธิษฐานเช่นนี้เป็นสัมมาทิฏฐิ อธิษฐานแล้วมีโอกาสพบกับความสำเร็จได้ (2) ก่อนฝึกสมาธิต้องพัฒนาใจให้มีศีลห้าข้อสถิตอยู่กับใจทุกขณะตื่นให้ได้ก่อนและต้องนำบทกรรมฐานที่ถูกกับจริตของตัวมาใช้เป็นองค์บริกรรมตัวอย่างเช่น วิตกจริตหรือโมหะจริต ควรใช้อานาปานสติมาเป็นองค์บริกรรม สัทธาจริตควรให้อนุสติ 6 ข้อแรก คือระลึกถึงคุณของพระพุทธะ ระลึกถึงคุณของพระธรรม ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ ระลึกถึงคุณของศีลที่ตนรักษาได้ ระลึกถึงคุณของทานที่ตนได้บริจาคแล้ว ระลึกถึงคุณที่ทำคนให้เป็นเทวดา มาเป็นองค์บริกรรม โทสจริตควรใช้เมตตาพรหมวิหารหรือวรรณกสิณมาเป็นองค์บริกรรม พุทธิจริตควรใช้มรณัสสติ อาหารปฏิกูลสัญญา ฯลฯ มาเป็นองค์บริกรรมและสุดท้าย ราคจริต ควรให้อสุภะ หรือกายคตาสติมาเป็นองค์บริกรรม |
861. คำตอบ (2) ขณะนั่งปฏิบัติกรรมฐาน หากมีอาการรู้สึกคันเกิดขึ้น ต้องกำหนดว่า คันหนอๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการคันจะหายไป หากมีอาการปวดขาเกิดขึ้นต้องกำหนดว่า ปวดหนอๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาการปวดขาจะหายไป หากกำหนดแล้วอาการดังกล่าวยังไม่หายไป ต้องเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งภาวนาไปเป็นเดินจงกรม ทั้งนี้เพื่อเพิ่มกำลังของสติให้มีมากขึ้นจนถึงระดับที่เมื่อกำหนดแล้วอาการคันอาการปวดขาหายไป (3) ไม่มีใครผู้ใดสามารถทำให้กรรมไม่ดีเบาบางลงได้นอกจากต้องชดใช้อกุศลวิบากของกรรมไม่ดีให้หมดไป ดูวิธีบริหารจัดการกรรมได้ในเว็บไซด์ข้อ 728 |
859. คำตอบ (2) หากประสงค์จะพบเนื้อคู่ที่ดีต้องสร้างมหาทานให้เกิดขึ้นก่อนแล้วจึงอธิษฐานพบเนื้อคู่ แล้วสร้างเหตุ 4 อย่างตามข้อ (1) ให้ถูกตรงอยู่เสมอ คือสัทธาในสิ่งดีงามทั้งปวง รักษาศีล 5 ข้อให้คงอยู่กับใจทุกขณะตื่น มีการบริจาคทานอยู่เสมอ และสุดท้ายพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นถูกตามเป็นจริง เมื่อใดที่เหตุปัจจัยลงตัว โอกาสพบเนื้อคู่ที่ดียังมีความเป็นไปได้ |
858. คำตอบ (2) เรียกว่าเป็นวิปัสสนูปกิเลส เช่นเดียวกันกับข้อ (1) เมื่อความเย็นเกิดขั้น ควรกำหนดว่า เย็นหนอๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนความเย็นหายไป เมื่อรู้สึกตัวเบา ควรกำหนดวา เบาหนอๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนอาการรู้สึกว่าตัวเบาหายไป และเช่นเดียวกันเมื่อเห็นแสงสว่างพุ่งออกมาครอบตัว ควรกำหนดว่า เห็นหนอๆๆๆ เรื่อยไปจนกว่าแสงสว่างที่พุ่งออกครอบตัวหายไป แล้วดึงจิตกลับมาสู่องค์บริกรรมเดิมทุกครั้งเมื่อเกิดวิปัสสนูปกิเลส (แสงสว่าง ความอิ่มใจ ความรู้ ความสงบกายและใจ ความสบายกายสบายใจ ความน้อมใจเชื่อความเพียรที่พอดี ความชัดของสติ ความวางใจเป็นกลางและความพอใจ) ต้องบริกรรมหรือกำหนดตามอาการที่เกิดขึ้นกับจิต จนสิ่งเหล่านี้หายไป วิปัสสนาญาณจึงจะมีกำลังมากขึ้น จิตจึงจะเป็นอิสระต่อกิเลสเหล่านี้ได้ |
857. ดิฉันมีคำถามที่จะขอรบกวนสอบถามท่านอาจารย์ดังนี้ค่ะ 2 การที่คนเราทำอะไรตามสัญชาตญาน จะเรียกว่าทำไปโดยเป็น อวิชชา ได้ไหมคะ 3 ระหว่าง จิตใต้สำนึก กับ จิตสำนึก ดูเหมือนว่ามีจิตอีกประเภทนึงคือ จิตที่รู้เฉยๆ ที่ไม่ใช่ทั้งจิตใต้สำนึก และจิตสำนึกใช่หรือไหมคะ เพราะมีความรู้สึกว่า จิตใต้สำนึก เราควบคุมไม่ได้ แต่จิตสำนึกก็เหมือนว่ามันจะมีการคิดปรุงแต่งปนอยู่ตามประสบการณ์ แต่บางทีมันก็เหมือนว่ามีแค่การรู้อาการเฉยๆ นั้น เลยสงสัยว่าในด้านจิตวิทยาเขาเรียกว่าการรู้เฉยๆ นั้นว่าอะไรคะ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาช่วยตอบปัญหาให้ผู้ที่ยังสงสัยอยู่ได้ผ่อนคลายความสงสัย และขออนุโมทนากับการบำเพ็ญ บารมีของท่านอาจารย์ในทุกๆ กิจที่กระทำเพื่อพระพุทธศาสนาค่ะ วรรณวิภา คำตอบ (2) เรียกว่า จิตมีอวิชชาได้ (3) ผู้ตอบปัญหามิได้เรียนวิชาจิตวิทยาใด ๆ จึงไม่ทราบสมมุติบัญญัติที่เขาใช้เรียกกันในหมู่นักจิตวิทยา แต่ผู้ตอบปัญหาขอสมมุติเรียกว่า จิตกึ่งสำนึก |
856. ขอความกรุณาแนะนะนำในขอสงสัย และชี้แนะในการปฏิบัติ ให้กระผมด้วย คำตอบ |
855. คำตอบ (2) ประสงค์ไม่ให้บาปติดตัวไปถึงชาติหน้า ต้องไปบอกความจริงและยอมรับผิดกับพี่ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ ด้วยการขอชดใช้หนี้ หรือขอให้เขายกหนี้ให้ หากเมื่อใดเจ้าของทรัพย์กล่าววาจาให้คุณชดใช้หนี้ที่เอาไปเป็นตัวเงิน หรือกล่าววาจายกหนี้ให้ คุณก็พ้นผิด และต้องไม่ประพฤติอทินนาทานเช่นนี้อีก (3) ในฐานะที่ผู้ถามปัญหาเป็นฆราวาส และมิได้ประพฤติผิดศีล 5 ไม่ถือว่าเป็นบาป เหตุที่เกิดความรู้สึกว่าผิดในเรื่องที่บอกเล่าไป สาเหตุเกิดจากผู้ถามปัญหามีความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) นั่นเอง |
854. คำตอบ |
853. หนูเองจึงอยากทราบว่าความกลัวเหล่านี้เกิดจากอะไร และหนูจะมีวิธีการใดในการจะจัดการกับความกลัวเหล่านี้ได้บ้างคะ หรือมีวิธีการใดที่ฝึกให้มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งแปลกใหม่ด้วยความมั่นใจและครองสติให้อยู่กับตัวตลอดเวลาได้บ้างคะ คำตอบ หากผู้ถามปัญหาประสงค์จะปรับปรุงแก้ไข พฤติกรรมไม่ดีดังที่บอกเล่าไป ต้องนำตัวเองเข้าพัฒนาจิตวิญญาณ ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมจนสามารถเข้าถึง ปัญญาเห็นแจ้งถูกตรงตามความเป็นจริงแท้ได้แล้วสติสัมปชัญญะระดับโลกุตระจะเกิดขัน ความกล้ารวมถึงพฤติกรรมไม่พึงปรารถนาต่าง ๆ จะหมดไป นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถูกตรง ที่ผู้รู้ประพฤติได้แล้วและแสดงให้ดูแล้ว จึงนำมาบอกกล่าว |
852. คำตอบ ส่วนเรื่องที่เป็นคนสอนยากและทำงานผิดพลาด เป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ผู้อุดมด้วยกิเลส หากประสงค์จะลดพฤติกรรมติดลบของตนเองให้น้อยลง ต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนเก่ง เป็นคนมีความรู้มีความสามารถในงานที่ทำ และต้องพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีคุณธรรมด้วยการประพฤติจริยธรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการี เป็นคนตรงต่อเวลา เป็นคนมีสัจจะ มีความขยันในงานที่ได้รับมอบหมาย และสุดท้ายมีความอดทนต่อความยากลำบาก อดทนต่อการทำงานที่ตรากตรำ และอดทนต่อความเจ็บใจ ต่อคำพูดเสียดสีของคนอื่นมนุษย์เป็นสัตว์ที่พัฒนาได้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน เขาประพฤติเช่นนี้ สิ่งที่พี่แนะนำนั้นเขาพูดถูก กับคนที่ไม่ปรับปรุงแก้ไขตนเองแต่เป็นการพูดผิดกับผู้ที่ยอมรับความจริง และพัฒนาตัวเองให้ได้ตามคำชี้แนะดังกล่าวข้างต้น |
851. เมื่อเช้าวันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2551 ตรงกับวันวิสาขบูชา หนูได้สวดมนต์และอธิษฐานจิต ต่อพระบรมสารีริกธาตุที่รับไปบูชาจากวัดสังฆทาน ว่าขอพระเมตตา และอานุภาพของพระศาสดา ได้โปรดเมตตาให้การนั่งสมาธิของหนูเกิดผล และเข้าถึงสมาธิด้วยเถิด ...และจากนั้นประมาณ 3-5 นาที จิตใจหนูก็สงบเย็น และมองเห็นกลุ่มควันสีขาวคล้ายหมอกบริเวณปลายจมูกขณะหายใจ เข้า-ออก กล่มควันนั้นค่อยๆ ล่องลอยอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ เคลื่อนมารวมเข้าสู่ศูนย์กลางที่จุดๆ หนึ่ง ... แต่ยังไม่ทันไร ...เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หนูเลยต้องออกจากสมาธิ ข้อที่สอง... ขณะหลับไปได้ยินเสียงแผ่วเบาลอยมาไกลๆ ... แต่ชัดมาก มาเรียกชื่อหนูประมาณ 5 ครั้งแต่หนูไม่ได้ลืมตามา อยากทราบว่าคืออะไร และต้องทำอย่างไรคะ... เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเกิดแบบนี้3ครั้ง... ครั้งแรกมีคนเรียกชื่อหนูจริงหลังจากสอบถามคนที่สงสัยแล้ว... ครั้งที่2 เกิดขึ้นเพราะรุ่งเช้าหนูจะต้องไปทำธุระที่สำคัญ... แต่ครั้งสุดท้ายนี้เกิดขึ้นคืนวันอาทิตย์ก่อนวันวิสาข ... ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุใดคะ... และต้องแก้ไขอย่างไร... ควรจะขานรับหรือไม่... คำตอบ (2) สิ่งที่ปรากฎให้จิตสัมผัสได้ เหมือนกับข้อ (1) แต่เปลี่ยนจากการเห็นเป็นการได้ยิน ควรกำหนดว่า ได้ยินหนอๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงที่ได้ยินหายไป แล้วดึงจิตกลับมาสู่องค์ภาวนาเดิม ไม่ควรเอาจิตเข้าไปปรุงแต่งเสียงที่ได้ยินด้วยการขานรับ เพราะจะทำให้กิเลสมีกำลังมากขึ้น นั่นคือสติที่ใช้ในการภาวนามีกำลังอ่อนลง |
850. 1) ปัจจุบัน ดิฉัน ได้ทำงานเป็นพนักงานนวดแผนไทย ในสปาแห่งหนึ่ง มีปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับพนักงานนวดทุกแห่งก็ว่าได้ คือ ผู้ชายที่เข้ามาในสปามักจะปฏิบัติตัวไม่เหมาะสม ไม่ว่าการกระทำ หรือวาจา (คือว่าการที่ลูกค้าแต่ละคนมาใช้บริการนั้น ตอนแรกเราจะไม่สามารถทราบได้ว่าลูกค้าจะมีนิสัยอย่างไร กว่าจะรู้ก็ขณะตอนที่พนักงานทำการนวดให้ค่ะ คาดว่าบุคคลเหล่านั้นบ้างก็เคยไปที่สปาแห่งอื่นที่อาจจะพบการบริการที่แอบแฝงด้วยการค้าบริการด้วย หรือไม่ก็เป็นนิสัยส่วนตัวของบุคคลเหล่านั้นที่หมกหมุ่นในเรื่องกามราคะ) ดังนั้น เมื่อบุคคลเหล่านั้นเข้ามาใช้บริการในสปา ซึ่งทางสปาจะไม่มีเรื่องการให้บริการแอบแฝงแต่อย่างใด สำหรับดิฉันเองยังไม่เคยเจอกับตัวเอง เพราะเพิ่งจะเข้าไปทำงาน แต่ทราบจากเพื่อน ๆ ว่าจะเจอบุคคลเหล่านี้ทุกคน โดยผู้ชายเหล่านั้นจะแสดงกิริยาลวนลามพนักงานบ้าง ใช้วาจาลวนลามพนักงานบ้าง พนักงานนวดก็จะบอกให้เขาเข้าใจว่าสปาแห่งนี้ไม่ได้มีการค้าบริการ ดิฉัน จึงรู้สึกกังวลและไม่อยากให้ตัวเองต้องพบเจอบุคคลที่เป็นลูกค้าแบบนี้เลย เพราะถ้าพูดแล้วเขารู้เรื่องแล้วหยุดพฤติกรรมไม่ดี ก็ไม่เป็นไร แต่กลัวว่าจะเจอพวกที่พูดแล้วไม่ฟังไม่รู้เรื่องก็อาจจะนำภัยมาถึงตนเองได้ จึงอยากจะขอคำแนะนำจากท่านว่าการที่ดิฉัน สวดมนต์นั่งสมาธิที่บ้านของดิฉัน แล้วแผ่เมตตาให้เจ้าที่เจ้าทางที่ร้านสปาที่ทำงานอยู่ และแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้เทวดาที่คุ้มครองตัวเอง พร้อมกับการอธิษฐานไม่ให้เจอลูกค้าแบบนี้ การปฏิบัติเช่นนี้จะมีผลช่วยให้ดิฉันไม่เจอลูกค้าแบบดังกล่าว และอยู่รอดปลอดภัยได้หรือไม่ค่ะ หรือจะต้องปฏิบัติธรรมอย่างไรให้ถูกทางและปลอดภัยที่สุด รบกวน ท่านดร.สนอง โปรดช่วยแนะนำด้วยค่ะ ( เพราะกว่าจะได้งานก็หายากแสนยาก หากจะไปทำที่อื่นในกิจการสายนี้ก็ต้องหนีไม่พ้นค่ะ ) 2) อยากทราบว่า การถวายสังฆทาน พร้อมผ้าไตรจีวร ทุก ๆ เดือน นั้น จะก่อเกิดบุญกุศลในลักษณะใดบ้างค่ะ 3) ดิฉัน เคยอ่านหนังสือของท่าน ดร.สนอง ก็พอจะทราบว่าท่านไม่เชื่อเรื่องการทำนาย เพราะท่านจะบอกเสมอว่า คนเราสามารถทำให้ชีวิตตนเองให้อยู่เหนือดวงได้ แต่ทั้งนี้ ดิฉัน ได้ศึกษาศาสตร์ของการทำนายไพ่ยิบซี และการแปลงชื่อ-สกุลเป็นตัวเลขแล้วทำนายมาบ้าง เมื่อลองทำนาย จากที่สังเกตก็จะมีความแม่นยำ แต่คงจะไม่กล้าพูดว่า แม่นยำ 100% เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ดิฉัน เคยคิดว่าอยากจะหารายได้พิเศษจากการทำนายบ้าง เมื่อก่อนดิฉันก็เคยลองดูให้คนอื่น ทุกครั้งที่ดูให้ ดิฉัน ก็จะบอกกับทุกคนเสมอว่าอย่าเชื่อ 100% แต่สิ่งที่บอกเพื่อเป็นแนวทาง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับผลของกรรม และการกระทำของเราในปัจจุบันด้วย จากการที่เคยดูบุคคลอื่น ๆ มา จะทำให้ทราบว่าบุคคลที่มาดูนั้นเขามีพื้นฐานชีวิต นิสัย หรือกำลังพบเจอปัญหาในชีวิตเป็นอย่างไร ดิฉัน ก็จะแนะนำเขาโดยสอดแทรกธรรมะในการแก้ไข ซึ่งตามความเข้าใจของดิฉัน ๆ คิดว่าการนำธรรมะที่ครูบาอาจารย์และที่ท่านสอนไปสอดแทรก ก็เป็นเหมือนวิธีที่ทำให้บุคคลเหล่านี้นำไปปฏิบัติ แล้วอยู่เหนือดวงของตนเองได้ ความทุกข์ที่ประสบจะได้คลายลง ดิฉัน จึงอยากจะทราบว่าการทำนายไพ่ยิบซี อย่างที่ดิฉันตั้งใจจะทำนั้น สมควรที่จะกระทำหรือไม่ / แล้วถ้าบุคคลนั้นเขานำคำที่ดิฉันแนะนำไปปฏิบัติแล้วชีวิตดีขึ้น จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรของคน ๆ นั้น มาเล่นงานดิฉันหรือไม่ค่ะ / และอยากให้ท่านอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนึงว่า การที่สมัยก่อนเวลาเขาจะออกไปทำศึกสงคราม ก็จะให้โหรหลวงทำนายทุกครั้ง แม้ปัจจุบันโหรหลวงก็ยังคงต้องมีการทำนายดูฤกษ์ยามในการทำพิธีในวันสำคัญต่าง ๆ นั้น กับการที่ไม่ให้เชื่อเรื่องการดูดวงนี้ มันมีความแตกต่างกันยังไงค่ะ กราบขอบพระคุณ ท่าน ดร.สนอง ล่วงหน้าค่ะ คำตอบ (2) อานิสงส์ที่จะเกิดจากการประพฤติดังที่บอกเล่าไปคือ ทำให้เป็นผู้เข้าถึงความบริบูรณ์ในเครื่องนุ่งห่ม เป็นที่รักของคนหมู่มากเป็นที่คบหาของคนดี เกิดในสุคติโลกสวรรค์ ฯลฯ (3) หากผู้ถามประสงค์นำพาชีวิต วนอยู่กับการเวียนตาย-เวียนเกิดในวัฏสงสาร การประกอบอาชีพหมอดูสามารถทำได้และผู้ใดเข้าไปมีส่วนรวมในวงจรกรรมของผู้อื่น ผู้นั้นต้องมีส่วนรับผลของกรรมนั้นด้วย ในสมัยก่อนมีการใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์ของโหรหลวง ก่อนออกสงครามรวมทั้งมีการประกอบพิธีกรรมในปัจจุบันยังต้องพึ่งความรู้จากโหรหลวง เหตุเพราะบุคคลผู้เข้าร่วมกระบวนกรรมมิได้มีเจตนานำพาชีวิตให้พ้นไปจากวัฏสงสารจึงสามารถทำได้ แต่หากผู้ใดปรารถนานำพาชีวิตให้พ้นไปจากทุกข์ ต้องเชื่อและประพฤติตามคำชี้แนะของผู้รู้ โดยไม่เอาจิตไปข้องเกี่ยวกับคำพยากรณ์ใด ๆ ความปรารถนาบรรลุธรรมสูงสุดคือพระนิพพานจึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ |
| 849. กราบสวัสดี ดร.สนองที่เคารพอย่างสูง เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนท่านอาจารย์ ดิฉันขอถามคำถามท่านอาจารย์ดังนี้คะ ขอบพระคุณอย่างสูงคะ คำตอบ |
848. คำตอบ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและงาน มีคุณสมบัติประจำตัวดังนี้คือ ต้องเป็นคนเก่ง (มีความรู้+ความสามารถ) ต้องเป็นคนดี (มีคุณธรรม) ต้องมีดวงดี (ประพฤติบุญกิริยาวัตถุ 10 เนืองนิตย์) และต้องหยุดประพฤติอกุศลกรรมทั้งปวงให้ได้เมื่อใดกุศลที่ประพฤติส่งผล การถูกปฏิเสธ การถูกไล่ออกจากงาน การถูกนินทา ฯลฯ จะไม่เกิดกับบุคคลที่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมานี |
847. กราบแสดงความนับถือ คำตอบ |
846. 1.การสร้างทานบารมีกับพระอริยะสงฆ์แล้วอธิฐานขอพระนิพานจะทำให้เราเติมเต็มบารมีในเจริญสติได้เร็วกว่าใช่ไหมครับและรบกวนท่านอาจารย๋สนองแนะนำคำอธิฐานเพราะๆ หน่อยครับ 2.ถ้าทำบุญทุกวันกับพระอริยสงฆ์หลายๆรูปจะมีผลยังไงและจะหนีวิบากกรรมได้เร็วกว่าใช่ใหม่ครับ. คำตอบ (2) ทำบุญทุกวันกับหมู่อริยสงฆ์ ไม่สามารถหนี้วิบากกรรมได้เร็วเท่ากับการพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้ปัญญาเห็นแจ้งกำจัดสังโยชน์แต่ละตัวให้หมดไปจากใจ จนจิตบรรลุความเป็นอริยบุคคลได้แล้ว จะหนีวิบากของกรรมได้เร็วกว่า |
845. หนูประสบปัญหาถูกเพื่อนบ้านกลั่นแกล้งรังแกค่ะ ถึงขั้นปีนเข้ามาในบ้านทำลายทรัพย์สินต่างๆ ไม่ได้มากมายอะไรนักเหมือนกับต้องการก่อกวนให้โมโหไม่มีความสุข หนูเคยตบะแตกมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแต่หาคู่กรณีไม่ได้ เพราะใครจะยอมรับจริงไหมคะ หนูพยายามใช้ธรรมะทุกข้อเข้าแก้ ให้อภัย เมตตา มันก็บรรเทาได้เป็นบางครั้ง แล้วมันก็โกรธเกลียดพยาบาทอีก แต่พอนึกได้ว่า เราเคยก่อกรรมนี้ไว้ ก็ควรชดใช้ซะ เขาย่อมเคยทุกข็ร้อนใจก็เพราะเรามาก่อน มันก็ทำให้อารมณ์เย็นลงและทำให้ปลงได้ค่ะ คราวนี้อยากทำอะไรก็ทำซะ ฉันขอใช้ให้หมดๆไป แต่หนูก็ยังมีความคาดหวังว่า เมื่อไรเขาจะหยุด ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือสำนึกอะไร ก็เลยเศร้า เสียใจ เบื่อหน่ายอีก มีอยู่วันหนึ่งหนูมองดูต้นไม้ในกระถาง เสียงแม่บ่นว่า ใครหนอมาเด็ดหักทำลายช่อกล้วยไม้ที่เพิ่งออกใหม่ หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่า ใครทำ อาจเป็นหลานที่อยู่ในบ้านหรือเป็นเจ้ากรรมนายเวรพวกนั้น แล้วมันก็มีความคิดแวบเข้ามาในหัว "เพราะเราไปถือเป็นเจ้าเข้าเจ้าของสิ่งเหล่านั่น การยึดถือเป็นเจ้าของนั่นแหละทำให้เป็นทุกข์ ต้นไม้ข้าวของต่างๆมันอยู่ของมันเฉยๆ คนเรานี่ล่ะที่ไปทึกทักกันว่า เราเป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้ สรรพสิ่งต่างๆไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เรามีกรรมสิทธิ์ในโลกนี้ก็ด้วยกติกาสมมุติ สมมุติเงินทองเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของต่างๆ ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรที่แท้จริงเลย" หนูอยากเรียนถามอาจารย์ว่า ความคิดที่แวบเข้ามานี้เป็นอย่างไรคะแล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทุกวันนี้ หนูเห็นสิ่งของต่างๆที่ไม่เป็นระเบียบ อาจจะด้วยน้ำมือคนหรือเหตุบังเอิญก็ตาม หนูก็คิดทำความสะอาดหรือจัดเก็บให้เรียบร้อย ไม่ต้องคิดว่า เกิดจากอะไร โทษใครอีก มันก็เหมือนจิตเบาๆดีค่ะ และทำให้หนูไม่คิดมากเรื่องหนูถูกนินทาให้ร้ายต่างๆด้วยค่ะ หนูสามารถยิ้มให้คนพวกนั้นได้ด้วยค่ะ หนูไม่อยากปรุงแต่งแล้วว่า เขายิ้มให้เรา ทำหน้าอย่างนั้นอย่างนี้เพราะนินทาเรา ด่าเรา คำตอบ |
844. ขอขอบพระคุณในความกรุณาของอาจารย์มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ คำตอบ |
843. ดิฉันมีความพร้อมทุกอย่างในการปฏิบัติธรรม ทางบ้านไม่ขัดข้อง และมีรายได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องเดือดร้อนหางานทำ แต่ดิฉันยังไม่สามารถหาสถานที่อยู่ปฏิบัติธรรมได้เป็นเวลานานๆ จนสามารถเห็นธรรมได้โดยไม่ต้องบวชชี จึงอยากให้ อาจารย์ช่วยแนะนำสถานที่ที่ดิฉันสามารถอยู่ปฏิบัติธรรมได้ยาวนานจนบรรลุธรรมได้ด้วยค่ะ ปัจจุบันดิฉัน อาศัยอยู่ที่ กรุงเทพ เคยปฏิบัติแนว พองยุบ มาก่อน แต่ทางวัดคนเยอะมาก ไม่สามารถให้อยู่ปฏิบัติได้นาน ดิฉันจึงต้องไปๆกลับๆ ปฏิบัติไม่ต่อเนื่องเพราะที่บ้านคนเยอะจะชวนคุยมากจนฟุ้ง ต่อมาดิฉันรู้จักเพื่อนพาไปปฏิบัติ แนวพุทโธ ดิฉันลองปฏิบัติดู รู้สึก โปร่ง โล่ง เบา แต่ก็ยังไม่มีสติ เนื่องจากวัดที่เพื่อนพาไปปฏิบัติ จะเป็นแนวอิสระ อยากปฏิบัติเมื่อไรก็ทำเอง ดิฉันเพิ่งจะเริ่มต้นปฏิบัติจึงเคว้งคว้าง รบกวนอาจารย์ช่วยแนะนำสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ฆราวาสสามารถอยู่ปฏิบัติธรรมแบบมีกฎระเบียบให้ด้วยค่ะ คำตอบ |
| 842. กราบแทบเท้าอาจารย์ ดร. สนอง ดิฉันเคยปรึกษา อ.สนอง ในคำถามที่ 809 , 823 ตามที่ดิฉันได้ศึกษาประวัติแม่นางอิสิทาสี ทำให้อยากทราบประวัติโดยละเอียด ไม่ทราบว่าดิฉันจะสามารถสืบค้นหาได้จากที่ไหนคะ ทั้งนี้เพราะดิฉันอยากทราบขั้นตอนและแนวคิดวิธีปฏิบัติเช่นไร เพื่อหลุดพ้นจากอกุศลกรรมวิบากดังกล่าว ไปให้ได้ ทั้งนี้ เพื่อยึดเป็นแบบอย่างคะ ไม่ทราบว่าดิฉันจะหาข้อมูลได้ที่ไหนคะ ขณะนี้ดิฉัน ได้ย้ายกลับมาอยู่กับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดแล้วคะ เรามีร้านขายยาเล็กอยู่หน้าตลาด ดิฉันสังเกตถึงพฤติกรรมของพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดแล้วรู้สึกเป็นห่วงอย่างมากคือ บ้างก็ดื่มเหล้า เล่นหวย นินทาว่าร้ายกัน บ้างก้อขายเต่า ปลาไหล ปลาดุก ขังพวกมันไว้ในถัง น่าสงสาร ฆ่าปลา ทุบหัวกันสดๆ เห็นแล้วรู้สึกหดหู่ มากเลยคะ ดิฉันขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ด้วยความเคารพอย่าสูง และขอให้อาจารย์เชื้อได้ว่า ดิฉันจะใช้ ศีล สมาธิและปัญญา ที่อาจารย์ สนอง เคยแนะนำมานี้ มาช่วยเหลือคนที่อยู่ใกล้ดิฉันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้คะ กราบขอบพระคุณคะ คำตอบ ส่วนเรื่องพฤติกรรมของพ่อค้าแม่ค้าที่คุณได้เห็นด้วยตกได้ยินด้วยหู มันเป็นเรื่องของเขา คุณไม่มีสิทธิไปบอกเขาให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเขาเป็นครูที่ดีสอนคุณให้ระมัดระวังหูที่ได้ยิน ระมัดระวังตาที่ได้เห็นมันจะเป็นสื่อนำบาปกรรมของคนอื่นมาเป็นบาปกรรมของตัวฉะนั้นหากคุณปรารถนาจะไม่ให้บาปเข้าสู่ใจ ต้องปรับปรุงใจของตนเองให้มีสติสัมปชัญญะ คุมหู คุมตา คุมใจ ของตนเองให้ดีได้เมื่อใดแล้ว การเห็นด้วยตา การได้ยินด้วยหู ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเอง ดำริจะทำมุมธรรมะไว้ที่ร้านให้ผู้อื่นได้มาหยิบยืมหนังสือหรือซีดีไปอ่านไปฟัง เป็นความคิดถูก (สัมมาสังกัปปะ) อนุโมทนาด้วยและไม่ขัดข้องตามที่ขอใช้ชื่อมุมกัลยาณธรรม เพียงแต่แจ้งให้ทางชมรมกัลยาณธรรมทราบด้วย เขาจะได้อนุโมทนาแล้วบุญก็จะเกิดมากยิ่งขึ้น |
841. บ้านพักของผมมีแมลงสาบชนิดหนึ่ง เป็นแมลงสาบขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยขนาดกว้าง x ยาว ประมาณ 3 มม. x 1 ซม. (ชึ่งต่างกับแมลงสาบทั่วไปที่ตัวมีขนาดใหญ่) ลูกของมันเล็กมาก (ประมาณเท่ามดคัน) แมลงสาบชนิดนี้ขยายพันธุ์ได้เร็วมาก เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อนผมเคยคิดจะกำจัดโดยใช้ยาเบื่อ แต่ก่อนใช้ผมได้ตั้งจิตอธิษฐานบอกว่าหลังจากนี้อีก 3 วันผมจะใช้ยาเบื่อแล้วนะ ขอให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นก่อนอย่ามารบกวนกันอีกเลย เมื่อครบ 3 วันผมก็ซื้อเหยื่อสำเร็จรูปมาวาง เช้ามาก็พบแมลงสาบตายไป 10 กว่าตัว แต่ด้วยความที่ผมได้เคยตั้งใจไว้ว่าจะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ก็รู้สึกไม่ดีที่เห็นแมลงสาบตาย ก็เลยเก็บยาเบื่อไว้ไม่นำมาใช้อีก อยากจะขอคำแนะนำจากอาจารย์ว่ามีทางออกวีธีอื่นบ้างหรือไม่ครับ คำตอบ |
840. คำตอบ (2) การอ่านจากตำราไม่สามารถเข้าถึงอรูปฌานได้ แต่ผู้มีทักษะมาแต่อดีตชาติ เมื่อจิตตั้งมั่นถึงระดับรูปฌาน 4 สามารถใช้พลังจิตตามดู (โยนิโสมนสิการ) ความเป็นไปสี่อย่างของอารมณ์ที่เกิดขึ้นในจิตได้เองโดยไม่ต้องมีผู้แนะนำ คือรู้เห็นเข้าใจด้วยจิตของตนเอง (สนฺทิฏฐิโก) ว่าอากาศไม่มีที่สิ้นสุดปรากฏเป็นอารมณ์เกิดขึ้นในจิต โดยไม่ต้องบริกรรมคำว่า อากาโส อนฺนโตๆๆๆ จิตสามารถบรรลุถึงคาวมเป็นอรูปฌานที่เรียกว่า อากาสานัญจายตนฌาน เมื่อจิตออกจากอากาสามัญจายตนฌานแล้ว จะปรากฏว่า วิญญาณ(ความรู้แจ้งอารมณ์)ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์เกิดขึ้นในจิต โดยไม่ต้องบริกรรมคำว่า วิญญาณํ อนฺนตํๆๆๆ จิตสามารถบรรลุถึงความเป็นอรูปฌานที่เรียกว่า วิญญาณัญจายตนฌาน เมื่อจิตออกจากวิญญาณัญจายตนฌานแล้ว จะปรากฏความไม่มีอะไรเป็นอารมณ์เกิดขึ้นในจิต โดยไม่ต้องบริกรรมคำว่า นตฺถิ กิญจิๆๆๆ จิตสามารถบรรลุถึงความเป็นรูปฌาน ที่เรียกว่า อากิญจัญญายตนฌาณ และสุดท้ายเมื่อนำจิตออกจาก อากิญจัญญายตนฌานแล้ว จะปรากฏความไม่มีสัญญาอย่างหยาบ แต่มีสัญญาอย่างละเอียด เป็นอารมณ์เกิดขึ้นในจิต โดยไม่ต้องบริกรรมคำว่า เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํๆๆๆ จิตสามารถบรรลุถึงความเป็นอรูปฌานที่เรียกว่า เนวสัญญานาสัญญายตนฌานเป็นอรูปฌานสุดท้าย ส่วนผู้ฝึกจิตที่มีบุญบารมีหรือมีทักษะสั่งสมมาไม่มากพอแต่ชาติปางก่อน สามารถพัฒนาจิตให้เข้าถึงความเป็นอรูปฌานได้จำเป็นต้องพึ่งครูบาอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ หรือเคยเข้าถึงฌานสมาบัติ 8 มาก่อน เป็นผู้ชี้แนะการฝึกให้ ด้วยการนำคำบริกรรมดังกล่าวข้างต้นมาเป็นองค์ภาวนา (3) ในสังโยชน์ 10 ตัวแรกคือ กามราคะ คำว่าราคะหมายถึงความกำหนัด ความยินดีในกาม ส่วนคำว่าฉันทะในอิทธิบาท 4 เป็นหนึ่งในคุณธรรมที่ส่งผลให้เกิดเป็นความสำเร็จในทางโลก คือมีความยินดีในกิจที่ทำ ผู้รู้ใช้ฉันทะให้เกิดเป็นประโยชน์ ผู้รู้ได้ประโยชน์จากฉันทะ แต่ผู้รู้ไม่เอาจิตไปผูกติดกับฉันทะ ด้วยเหตุนี้การปฏิบัติธรรม หากประสงค์จะเข้าถึงธรรมของพระพุทธะ ต้องใช้ฉันทะให้เป็นโดยมีสติสัมปชัญญะระดับโลกุตระ เป็นตัวระลึกรู้เท่าทันในการใช้ฉันทะให้เกิดประโยชน์ แล้วจิตจึงจะเป็นอิสระจากฉันทะได้ |
839. คำตอบ การไม่คบชนพาลต้องไม่เข้าใกล้ ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่พบเห็นคนพาล เว้นให้ห่างไกลจากคนพาล ดังคำของคนโบราณได้กล่าวไว้ว่า เว้นหมาให้ห่างศอก เว้นวอกให้ห่างวา เว้นพาลาให้ไกลถึงแสนโยชน์ ดังนั้นหากผู้ถามปัญหาเชี่อพระพุทธะและเชื่อคำกล่าวของคนโบราณและปฏิบัติตาม ปัญหาที่ถามไปจะหมดไปชั่วคราวและจะหมดไปสิ้นต่อเมื่อนำชีวิตเข้าสู่พระนิพพาน |
| 838. กราบ เรียนอาจารย์ ผม ได้ฟังซีดี ของอาจารย์ และอ่าน สนทนาภาษาธรรม ขอเรียนถามอาจารย์ เกี่ยวกับ คน สัตว์ สิ่งของ ดิน น้ำ ลม ไฟ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จิต กับ กาย กฎแห่งกรรม กฎเกณฑ์ต่างๆ ศ ี ล สมาธิ ภาวนา การ มีโลก มี ระบบ สุริยะ มีกาแลคซี่ มี จักรวาล สิ่งที่กล่าวมา เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้ให้กำเนิด เป็นผู้สร้าง และเพื่ออะไร กราบขอบคุณอาจา ร ย์มาล่วงหน้าครับ คำตอบ |
| 837. กราบเรียน อาจารย์สนอง วรอุไร หนูได้ไปฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ที่คณะ 5 ที่อาจารย์แนะนำแล้วค่ะ แต่หนูประสบปัญหาหลายอย่าง ขอเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ 1. หนูไม่สามารถนั่งสมาธิได้นาน อาจเนื่องจากสรีระของหนูเอง คือหนูเป็นคนตัวอ้วนเตี้ย ขาจึงสั้นและใหญ่ หนูจะปวดขามากเวลานั่ง จิตจึงฟุ้งมาก เพราะไม่มีสมาธิอยู่แล้ว ปวดขา และรู้สึกเหมือนจะหงายท้องด้วย แต่หนูรู้สึกดีและมีสมาธิกว่ากับการเดินจงกรม หนูจะเดินจงกรมอย่างเดียวได้ไหมคะ 2. หนูมีโอกาสไปฝึกมา 4 ครั้งแล้ว ครั้งแรกรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ครั้งที่ 2 รู้สึกโล่งสบาย ครั้งที่ 3 รู้สึกปวดหัว ครั้งที่ 4 รู้สึกปวดหัวมากกว่าครั้งอื่นๆ เป็นเพราะอะไร หนูตวรปฏิบัติอย่างไร 3. หนูยังไม่สามารถสวดมนต์ช่วงที่กราบแล้วหมอบได้ค่ะ แล้วหนูจะได้บุญไหมคะ เมื่อหนูไม่สามารถสวดมนต์ได้ครบทุกขั้นตอน (หนูจะพยายามฝึกท่องให้ได้ค่ะ) 4. ตอนท้ายที่มีการแผ่เมตตาและอุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่และผู้มีพระคุณ ท่านจะได้รับบุญกุศลอย่างไรคะ มากแค่ไหนคะ พ่อหนูกำลังป่วยหนักจะมีวิธีที่จะทำให้ท่านได้บุญมากๆ และมีโอกาสได้ไปสวรรค์ไหมคะ กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะที่กรุณาสละเวลาอันมีค่ายิ่งตอบคำถามดังกล่าว คำตอบ (2) วิธีการฝึกจิตแล้วมีปัญหาปวดศีรษะเข้ามารบกวนควรเลือกฝึกในอิริยาบถที่เหมาะสมเข้าได้กับจริตของผู้ฝึก เช่นโภชนสัปปะได้แก่การบริโภคอาหารที่ถูกับร่างกาย อุตุสัปปายะ เช่นอากาศไม่หนาวเกินไปไม่ร้อนเกินไป อิริยาบถสัปปายะ เช่น ใช้วิธีเดินจงกรมแทนการนั่งภาวนา ฯลฯ รวมถึงการใช้บทกรรมฐานที่ถูกับจริตของตน ซึ่งต้องทดลองปฏิบัติดูด้วยตนเอง (3) สวดมนต์ในขณะหมอบกราบ หากไม่เหมาะกับสรีระของตนให้นั่งสวดมนต์แล้วจึงกราบภายหลังก็ได้บุญเหมือนกัน (4) อุทิศบุญกุศลหลังปฏิบัติธรรมให้พ่อแม่ ก่อนเข้าปฏิบัติควรบอกให้พ่อแม่ทราบก่อนว่า เมื่อปฏิบัติธรรมแล้วเสร็จในแต่ละวัน ลูกจะอุทิศบุญกุศลให้ท่าน บอกให้ท่านกล่าววาจาตามเวลาที่กำหนดให้ หากพ่อแม่กล่าวอนุโมทนาบุญที่ลูกอุทิศให้เขาก็จะได้รับบุญเป็นส่วนจะได้บุญมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความตั้งใจกล่าวคำอนุโมทนาว่าตั้งใจมากหรือตั้งใจน้อย พ่อมีโอกาสได้ไปเกิดอยู่ในสวรรค์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับขณะจิตหลุดออกจากร่าง หากมีแรงกรรมของกุศลกรรมบถ 10 ผลักดัน โอกาสไปเกิดในสวรรค์จะมีได้ |
836. คำตอบ (2) อาหารที่อุดมด้วยไขมันและโปรตีน ควรรับประทานในช่วงวัยเด็กคือมีอายุแรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นควรลดบริโภคอาหารที่เป็นโปรตีนและไขมันลง โดยเพิ่มพืชผักผลไม้ให้มากขึ้น ส่วนอาหารที่ให้พลังงานเช่นประเภทคาร์โบไฮเดรต บริโภคพอประมาณ นักกีฬาที่ใช้พละกำลังมากสามารถบริโภคอาหารคาร์โบไฮเดรตได้มากตามความต้องการใช้พลังงานของร่างกายได้ (3) คำว่าจิตว่าง หมายถึงจิตที่ว่างจากการรับสิ่งกระทบภายนอกเข้ามาปรุงอารมณ์เช่นจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิในฌาน ที่แนะนำว่าผู้ใดประสงค์จะเรียนได้ดี ต้องทำจิตว่างนั้นหมายถึงพัฒนาจิตให้มีสติ จนจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิแล้วคลื่นสมองจะเปลี่ยนความถี่มาอยู่ในช่วงความถี่คลื่นสั้น ส่งผลให้ความจำเพิ่มขึ้นเป็นอัตโนมัติทำให้เรียนเก่ง |
835. 1.มีความจำเป็นที่จะต้องประกอบอาชีพที่เสื่ยงต่อกฏหมาย และหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะสินค้านั้นถูกผลิตตามความต้องการของลูกค้า ทราบว่าอย่างไรก้อบาป และผิดศีลแน่นอน เราไม่อยากทำงานนี้และไม่เต็มใจรับ แต่จำเป็นต้องทำ ไม่ทราบว่าควรอธิษฐานจิตอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ต้องมีอาชีพที่เป็นมิจฉาทิฏฐิคะ และเราทำกรรมแบบไหนมาจึงต้องมาประกอบอาชีพแบบนี้ 2. ดิฉันเป็นคนที่ไม่มีโชคเรื่องงานเลยค่ะ ตั้งแต่เรียนจบหางานเกือบปีงานที่ได้ก็เป็นธุรกิจของคนใกล้ชิด ทำได้แปดเดือนเท่านั้น จากนั้นก็ว่างไปสี่เดือน ได้งานใหม่ เป็นงานที่เพื่อนแนะนำมาค่ะ ทำได้สองปีกว่าก็เบื่อ ส่วนงานที่สามก็ทำได้แค่สองเดือนเท่านั้นเป็นงานที่เพื่อนแนะนำอีกก็ออกมาอีก (ทั้งสามที่นี้เราเป็นคนตัดสินใจลาออกเอง) และสมัครงานไปก็มักจะไม่ถูกเรียก,หรือถ้าได้งานแล้วทำไปได้ไม่นานก็เบื่อ อยากเปลี่ยนงาน เนื่องจากทางบ้านมีธุรกิจเลยไม่ลำบากเรื่องปัจจัย แต่เราก้ออยากมีงานที่เราคิดว่าทำแล้วชอบและรักกับงานนั้นๆ แต่ก็ยังหาไม่เจอ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร และควรแก้ไขอย่างไรคะ 3.หันมาปฏิบัติธรรมมากขึ้น รู้สึกดีและคิดว่าจะทำต่อไปเรื่อย ใช้การบริกรรมยุบ-พองหนอ และอานาปาณสติ แต่จิตยังซัดส่ายมากๆๆๆ ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดีคะ (เคยอ่านพบว่าให้เอาอสุภกรรมฐานมาเป็นอารมณ์ แต่กำหนดไม่เป็นค่ะ) รบกวนแนะนำด้วยค่ะ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงปกปักคุ้มครองรักษาให้ท่าน ดร สนอง มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขนะคะ คำตอบ อธิษฐานจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมิจฉาอาชีวะ สามารถอธิษฐานได้ แต่คำอธิษฐานจะเป็นจริงได้ต่อเมื่อต้องประพฤติเหตุให้ถูกตรง คือเลิกทำอาชีพปัจจุบัน แล้วหันไปทำอาชีพที่ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรม ส่วนเหตุที่ต้องมาประกอบมิจฉาอาชีวะอยู่ในปัจจุบัน เป็นเพราะอดีตเคยทำอาชีพทุศีลมาก่อน (2) การหางานที่ชอบกับใจของตัวเอง และได้งานชนิดนั้นมาทำเป็นอาชีพ ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นคนเก่ง คือมีความรู้ มีความสามารถในงานนั้น ต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความกตัญญูฯ ต่อผู้มีพระคุณ และสุดท้ายต้องพัฒนาตัวเองให้มีดวงดี ด้วยการประพฤติบุญกิริยาวัตถุ 10 อยู่เนืองนิตย์ จนอานิสงส์ของบุญส่งผลได้เมื่อไรแล้วความปรารถนาข้างต้นจะสัมฤทธิ์ผลปัญหามีอยู่ว่าจะประพฤติได้ไหม (3) ปฏิบัติธรรมแล้วจิตยังซัดส่าย มาก ๆๆๆ นั้นถูกต้องแล้วเหตุเป็นเพราะ ปฏิบัติธรรมไม่สมควรแก่ธรรม การจะแก้ปัญหาจิตซัดส่าย (ขาดสติ)ให้ได้ ผู้ปฏิบัติธรรมต้องทำใจให้มีศีล 5 สถิตอยู่กับใจให้ได้ทุกขณะตื่น เลือกเอาบทกรรมฐานเพียงหนึ่งอย่างมาเป็นองค์บริกรรมและสุดท้าย เร่งความเพียรในการปฏิบัติให้ต่อเนื่องยาวนานผลสำเร็จในการปฏิบัติธรรมจึงจะเกิดขึ้นได้ |
| 834. กราบเรียน ท่านอาจารย์สนอง ที่เคารพ ขออนุญาตรบกวนสอบถามอาจารย์เพิ่มเติม (หลังจากได้รับความเมตตาจากอาจารย์ช่วยชี้แนะในข้อที่ 767 และ 774 ) ดังนี้ครับ 1. ตอนนี้ในการปฏิบัติแต่ละครั้ง ผมมีความรู้สึกว่าใช้เวลาน้อยลงกว่าเดิมในการที่จิตจะเริ่มนิ่ง พยายามจะไม่ไปกำหนดว่าจะต้องไปให้ถึงอารมณ์ที่เข้าถึงตามที่อาจารย์แนะนำ (แรก ๆ มันก็ยังอยากถึงตามที่มันเคย ปรากฏว่ากลายเป็นเพ่งเกินแล้วเครียดไปเลย) พยายามวางใจให้สบาย เพราะหลายครั้งที่ปฏิบัติรู้สึกว่าถ้าเริ่มแบบนี้ เดี๋ยวก็ไปถึงตรงนั้นเองได้ดีขึ้น ผมเข้าใจว่าคล้าย ๆ กับเราจะกระโดดไปเกาะอะไรที่สูงขึ้นไป ถ้ากำลังแขน(สติ)ไม่มี ถึงเกาะได้ก็อยู่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ตกลงมาที่เดิม เป็นการเข้าใจถูกหรือไม่ครับ 2. ล่าสุดในการปฏิบัติ ขณะที่นั่งปฏิบัติอยู่ สภาวะที่รู้สึกว่าคล้าย ๆ ขนลุกก็ไม่เชิงแต่เย็นวูบวาบทั่วตัว (กำหนดรู้แต่ไม่ตกใจ พยายามไม่สนใจ) หลังจากนั้นเหมือนจิตมีที่เกาะอยู่กับอะไรสักอย่างหนึ่งตามที่เรากำหนด นิ่งมากกว่าเดิมและอยู่ได้นานขึ้น ความคิดมีบ้างแต่เหมือนจาง ๆโผล่มาแล้วก็หายไปเหมือนว่าจะสนใจที่ความนิ่งมากกว่า (ความคิดไม่เข้มข้นเหมือนตอนแรก ๆ) แต่ความรู้สึกเมื่อยขายังรู้สึกอยู่ สภาวะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น เรียกว่าอะไรครับ และต้องปฏิบัติอย่างไรต่อครับ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ครับ คำตอบ (2) ในขณะปฏิบัติจิตตภาวนา อารมณ์ใดเกิดขึ้นแล้วไม่สนใจเรียกว่าความหลง (โมหะ) ได้เกิดขึ้นแล้ว ถือเป็นการปฏิบัติธรรมผิดทางทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีสติระลึกได้ทัน แล้วใจจิตตามดูจนเห็นว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นดับไปตามกฎไตรลักษณ์ อย่างนี้จึงจะเรียกว่า ปฏิบัติธรรมถูกทาง ความรู้สึกเมื่อยที่ขา ยังปรากฏให้สัมผัสได้ แสดงว่ากำลังสติไม่กล้าแข็ง จึงไปรับเอาอารมณ์เมื่อย เข้ามามีอำนาจเหนือใจวิธีแก้ไขต้องกำหนดว่า เมื่อยหนอ ๆๆๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าความเมื่อยจะหมดไปแล้วดึงจิตกลับมาสู่องค์บริกรรมเดิม |
833. คำตอบ (2) บาปในฐานะเป็นผู้ร่วมกระบวนกรรมจะพ้นบาปเช่นนี้ได ้ต้องพัฒนาจิตวิญญาณของตัวเองจนเป็นอิสระจากวิบากกรรมของผู้เป็นแม ่นั่นคือจิตมีกำลังสติสัมปชัญญะกล้าแข็ง จนสามารถปล่อยวางผลกรรมของคนอื่นได้ แล้วจิตเข้าสู่ความว่างเป็นอุเบกขาอารมณ์เป็นเครื่องวัด (3) เพียงแค่ความคิดที่เป็นอกุศลก็บาปแล้ว และหากไปประพฤติอกุศลกรรมจนสำเร็จด้วยกาย เท่ากับเป็นการตอกย้ำบาปให้มีกำลังมากยิ่งขึ้น |
832. หนูเคยทำงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยากจะกลับเข้าไปทำงานอีกเพื่อทดแทนพระคุณแผ่นดินจะช่วยให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีได้ไหม คำตอบ อนึ่งการทดแทนคุณของแผ่นดิน บุคคลสามารถทำได้ด้วยการประพฤติตนเป็นผู้ให้สิ่งดีงามแก่สังคมบ้านเมือง โดยไม่จำเป็นต้องกลับเข้าไปทำงานในหน่วยงานที่บอกเล่าไป |
831. จึงขอความกรุณาท่าน ดร.สนอง ช่วยชี้แนะ ด้วยค่ะ คำตอบ |
830. คำตอบ |
829. ดิฉันจะขอเรียนถาม ดร.สนองว่า ดิฉันควรจะทำอย่างไรเมื่อต้องทำงานร่วมกับบุคคลเช่นนี้ และดิฉันต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้มีสติตลอดเวลาค่ะ คำตอบ การที่จะอยู่กับคนเช่นนี้ได้ หากจิตมีกำลังสติไม่กล้าแข็งต้องนำตัวออกห่างจากรัศมีที่ได้ยิน แต่หากแก้ไขที่ตัวเองด้วยการพัฒนาจิตให้มีกำลังของสติกล้าแข็งได้เมื่อใด จิตจะตามดูเสียงที่เข้ากระทบหู จะเห็นว่าเสียงที่ได้ยินดับไปตามกฎไตรลักษณ์ จิตไม่รับเอาเสียงมารปรุงให้เกิดเป็นอารมณ์ จิตจะปล่อยวางเสียง แล้วจิตจะว่างเป็นอิสระเข้าสู่อุเบกขารมณ์ ผู้รู้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการเช่นนี้ |
828. คำตอบ |
827. ถ้ามีผู้นำเงินมาช่วยเหลืองานศพมารดา แต่หลังจากหักค่าใช้จ่ายใด ๆ + ทำบุญถวายพระแล้ว ยังมีเงินเหลืออยู่แล้วเรานำเงินไปบริจาคหรือทำบุญที่อื่นแต่อุทิศให้มารดาและผู้บริจาคทุกท่าน จะถือว่าผิดหรือไม่ค่ะ? (ย้ายฐานเจดีย์) ถ้าผิดจะแก้ไขได้อย่างไรค่ะ ? คำตอบ |
826. หนูมีคำถามเรื่องการดูจิตค่ะ เมื่อจิตคิดฟุ้งซ่าน เราควรจะตามดูสภาวะจิตที่เกิด เพื่อระลึกว่าความคิดหรือจิตที่คิดนั้นไม่เที่ยง หรือควรจะตัดความคิดที่ฟุ้งซ่านนั้นค่ะ เหมือนที่พระอาจารย์ชาท่านได้บอกว่าให้ดึงจิตกลับเหมือนดึงว่าว ทุกวันนี้หนูพยายามทำอย่างหลังค่ะ คือเมื่อจิตตก ก็จะพยายามตัดความคิดนั้นค่ะ แต่บางท่านว่าให้ดูจิตแทนค่ะ กรุณาขอความกระจ่างค่ะ สุดท้ายนี้ หนูขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยช่วยคุ้มครองอาจารย์และครอบครัวค่ะ คำตอบ |
825. ขอความเมตตาช่วยชี้แนะแนวทาง ดิฉันไม่มีงานทำแถมยังมีหนี้สินที่ต้องใช้ในแต่ละเดือนมากมาย ด้วยความเครียดทุกวัน ๆ มันสะสมมากขึ้นจนทำให้ดิฉันเป็นคนนิสัยใจร้อน ขี้โมโห จนบางครั้งสติตามไม่ทันก็ยิ่งแย่หนักกว่าเดิม แล้วก็ต้องมานั่งเครียดและเสียใจซ้ำลงไปอีกกับการกระทำดังกล่าว เพราะรู้ว่าไม่ดีแต่ไม่มีสติที่จะยั้งอารมณ์ของตนเองได้ วิธีแก้ที่พยายามอยู่ในปัจจุบันก็ได้แต่พยายามอ่านหนังสือธรรมะ และอ่านสิ่งที่ท่านสอนในเว็บแห่งนี้ แต่มันมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมาที่จิตใจของดิฉัน คือว่าเมื่อดิฉัน มีความตั้งแต่ที่จะทำดี และพยายามจะนั่งสมาธิ และฝึกสติให้ตนเองมีสติมากขึ้น แต่มันมีเหตุเกิดขึ้นคือทำไหมดิฉันจึงเฝ้าหวนคิดแต่เรื่องกรรมเก่า ๆ ที่ทำไปในชาตินี้ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นกรรมที่ทำมาไม่นานหรือตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มันตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา (ไม่ว่าจะเป็นกรรมที่ได้กระทำไปด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือแม้กระทำไปด้วยความไม่รู้เดียงสาเมื่อยังเป็นเด็กที่ยังไม่เข้าใจคำว่าบาปบุญก็ตาม ) นับวันมันจะทวีความหนักขึ้น มันทำให้ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การฆ่าแมลงวัน การเผาปลวกที่มากินเสาบ้าน การเผาหนูและจิ้งจกที่ติดยางที่คุณแม่ดักไว้ (แต่มันยังไม่ตายดิฉันก็มีหน้าที่ต้องเก็บไปเผา) ดิฉัน จำได้ว่าตอนเด็กขณะที่นำมันไปเผาดิฉันเสียใจมาก ต้องร้องไห้ที่ต้องทำ ดิฉันขอให้มันอโหสิให้ดิฉัน เพราะดิฉันไม่ได้ทำการดักมัน ดิฉันไม่มีเจตนาจะฆ่ามัน แต่ที่ต้องเก็บมาเผ่าไฟเพราะถูกใช้ให้ทำ เท่าที่จำได้อย่างแน่นอนตั้งแต่เด็กจนโตดิฉันทำให้สัตว์ต้องตาย สัตว์ใหญ่สุดก็คือ หนู รองลงมาก็จิ้งจก แมลงสาบ ตะขาบ แมลงป่อง แมลงวัน แมลงเม้ายุง มด และอาจจะมีพวกแมลง ๆ ตัวเล็กต่าง ๆ ประปราย แต่ตั้งแต่ดิฉันเริ่มนั่งสมาธิ เรียนรู้เรื่องบาปบุญ ผ่านมาประมาณ 17 ปี กว่า ดิฉันก็ พยายามรักษาศีลข้อที่ 1 ให้ได้แต่ก็ยังไม่ 100% เฉพาะสำหรับยุงและมด อีกทั้ง สำหรับแมลงเม้า ดิฉัน ก็ได้ชดใช้กรรมให้เขาแล้วในชาตินี้ ขอเล่า ว่าสมัยยังเป็นเด็ก ดิฉันเอากะละมังใส่น้ำไปรองใต้ไฟ ที่แมลงเม้าบินเล่นไฟอยู่ พอมันตกลงมาในกะละมังดิฉัน ก็เล่นด้วยวิธีจับมันกดลงไปในน้ำทีละตัว ๆ พอเห็นว่ามันแน่นิ่งไป ก็จะรีบเอามันขึ้นมาประถมพยาบาลด้วยวิธีเอาผ้าซับน้ำให้ตัวมันหายเปียก แล้วก็เอาปากเป่าลมไปที่หน้ามันเพื่อให้มันได้มีอากาศหายใจแล้วจะได้ฟื้นพอมันฟื้นดิฉันก็ช่วยชีวิตตัวต่อไป แล้วก็เอาเข็มหมุดมาจิ้ม ๆ โดยจิ้มเฉพาะตามลำตัว แต่ส่วนหัวของแมลงเม้าดิฉันไม่แตะต้อง เพราะกลัวมันเจ็บ ที่ทำไปก็เพราะหมายว่าตัวเองเป็นหมอรักษาคนไข้ ทั้งหมดที่ดิฉัน กระทำไปกับแมลงเม้า ดิฉัน ไม่เคยพูดว่าไม่ได้ตั้งใจ ดิฉันตั้งใจเล่นกับชีวิตเขาอย่างตั้งใจ เพียงความตั้งใจนั้นมันไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานของคนที่รู้บาปรู้บุญแต่เล่นไปตามประสาเด็กเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นบาป ดิฉันจำได้ว่าเล่นไปไม่กี่ครั้ง ( แต่มันหลายชีวิต ) จนเมื่อตอนอายุ 19 ปี ดิฉัน ก็ไปโดนไสยศาสตร์ถูกเขาทำเข็มเข้าตัว ขณะรักษาตัวก็ต้องทนทุกข์ทรมาน มากตอนกลางคืนก็นอนไม่ได้ เพราะพอจะล้มตัวลงนอนก็หายใจไม่ออก 1 คืน เป็นถึงเกือบ 20 ครั้ง ตอนนั้น ก็พยายามรำลึกให้ได้ว่าทำกรรมใดไว้ ก็หวนนึกได้ว่าก็เคยทำกับแมลงเม้ายังไงเล่า ใครอ่านมาถึงตรงนี้ ดิฉัน ขอบอกไว้เลยว่ากรรมไม่ต้องรอชาติหน้าจริง ๆ เราทำไปในชาตินี้ก็ได้รับชาตินี้ อาการหายใจไม่ออกทุกวันนอนไม่ได้ต้องชดใช้แมลงเม้าอยู่เกือบ 10 ปี ที่ไปทำเขาโดยเอาเขากดลงน้ำ ดิฉัน เข้าใจความรู้สึกของแมลงเม้าเลยว่ามันทรมานขนาดไหน เหมือนคนใกล้จะจมน้ำแล้วก็ทะลึงตัวขึ้นเพื่อหายใจเหนือน้ำให้ได้ ต้องถูกเขาทำเข็มเข้าตัวเจ็บไปหมดยกเว้นเข็มจะไม่วิ่งขึ้นเลยคอมาที่ส่วนหัวของดิฉันเลย ก็เพราะตอนดิฉัน เอาเข็มจิ้มแมลงเม้านั้น ดิฉัน จิ้มเฉพาะตามลำตัวแมลงเม้าอย่างเดียว ท่านอื่น ๆ ที่เข้ามาอ่านส่วนที่ดิฉัน เล่ามาถ้าใครคิดจะฆ่าสัตว์ เลิกซะเถอะนะค่ะ เพราะคำว่าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการ มันยุติกรรมที่จะมาส่งผลจากกรรมที่เราได้กระทำไปแล้วไม่ได้...จากคนสำนึกผิด ซึ่งในปัจจุบันที่ดิฉันทำอยู่ ก็คือเมื่อเห็นแมลงเม้าจมน้ำหรือสัตว์ใดจมน้ำ ดิฉัน ก็จะรีบนำมันขึ้นมาจากน้ำแล้วรีบช่วยชีวิต ไม่ว่าจะกี่นาทีดิฉันก็จะช่วยจนสุดความสามารถ จนกว่ามันจะฟื้น เพราะบางตัวก็ใช้เวลานานเพราะดิฉันก็ไม่ทราบว่าเขาจมน้ำอยู่ ณ ที่นั้น ๆ มานานแค่ไหนแล้ว พอดิฉันช่วยชีวิตได้ 1 ตัว ดิฉันก็บอกว่ากุศลจากการช่วยในครั้งนี้ ดิฉัน จะนำไปช่วยชีวิตดวงจิตอื่นต่อไป เล่ามาถึงตรงนี้ขอเสริมอีกนิดว่า มีครั้งหนึ่ง ดิฉันไป พบแมลงปีกแข็ง (ไม่รู้ชื่อแมลง) มันนอนจมในน้ำซันไลท์ผสมน้ำที่ใช้ล้างจาน ดิฉัน ก็คิดว่าโอกาสรอดคงมีน้อยเหลือเกินเพราะเป็นน้ำซันไลท์ผสมน้ำมิใช่น้ำเปล่าอย่างเดียว และท่าทางจะจมมานานแล้ว แต่ดิฉันคิดว่าการที่ดิฉันมาเจอก็ต้องลองช่วยดู ดิฉัน ช่วยเขาอยู่นานเวลาผ่านไปเกือบ 10 นาที มันไม่มีผลอะไรเลย ดิฉัน รู้สึกเสียใจ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่า กรรมดีผลในชาตินี้ก็ได้รับแล้ว กรรมชั่วที่ทำไว้ก็ได้รับมาแล้ว เพราะฉะนั้น ด้วยความเชื่อผลของกรรม จึงใช้วิธีสุดท้ายทำจิตให้นิ่งแล้วระลึกว่าด้วยผลของกรรมดีจากการช่วยชีวิตแมลงเม้าที่เคยจมน้ำในวันก่อน ดิฉัน ขอเอากุศลตัวนั้นมาช่วยแมลงตัวนี้ด้วยถ้าเขาไม่ถึงคราวต้องตายจริง ๆ ก็ขอให้กุศลตัวนั้นมาช่วยชีวิตเขาได้ พอดิฉัน อธิษฐานจบภาพที่ดิฉันเห็นมันทำให้ดิฉัน ต้องร้องไห้ออกมา เพราะแมลงตัวนั้นมันกระดุกกระดิกแล้วเริ่มหายใจ แล้วในที่สุดมันก็รอดชีวิต ( ต้องขออภัยท่าน ดร.สนอง ที่ดิฉัน เล่ามามากมาย ก็หวังเพียงว่าจะเป็นประโยชน์เตือนใจหลาย ๆ ท่านที่ได้เข้ามาอ่านบ้างไม่มากก็น้อย ค่ะ ) คำถามที่ 1) เหตุการณ์ในปัจจุบันที่ดิฉัน ตั้งใจและพยายามจะนั่งสมาธิ ทำไมภาพกรรมที่ดิฉันกระทำไว้กับสัตว์ มันถึงมาเตือนที่ใจให้ดิฉันระลึกถึงอยู่ทุกวันค่ะ (ที่ดิฉันกลัวที่สุดในตอนนี้ คือที่เผาหนูและปลวกที่มากัดกินเสาบ้าน) มันเป็นเพราะดิฉันเครียดหลายเรื่องในปัจจุบันแล้วส่งผลให้จิตใจฟุ้งซ่าน หรือ เพราะเจ้ากรรมนายเวรมาเตือนแล้วว่าถึงเวลาแล้วที่ดิฉันต้องชดใช้เขา (ถัดจากที่ชดใช้แมลงเม้าไปแล้ว) หรือค่ะ หรือเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรเขารู้ว่าดิฉันกำลังจะปฏิบัติธรรมแล้วเป็นการเตือนว่าพอมีกุศลแล้วอย่าลืมอุทิศบุญกุศลให้เขาค่ะ บอกตามตรงว่าดิฉัน กลัวมาก ๆๆๆ ถ้าเป็ |